ก.ล.ต. เผย 5 เดือนแรกปีนี้ บังคับใช้กฎหมาย 8 คดี 43 ราย พร้อมจับตาเงินเทาไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัล หลังยอดระงับบัญชีม้าเพิ่มขึ้น 10,314 บัญชีจากสิ้นปี 2568
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกก.ล.ต. เปิดเผยในงาน Media Briefing ก.ล.ต. พบสื่อมวลชน เดือนมิถุนายน 2569 ว่า ก.ล.ต. ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะกรณีการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการป้องกันไม่ให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางของทุนเทา
จากสถิติการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 พบว่า ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 ก.ล.ต. ได้ดำเนินคดีอาญาฐานการกระทำอันไม่เป็นธรรม ทุจริต และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 8 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 43 ราย
ในจำนวนนี้ เป็นคดีประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 6 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย ขณะที่ความผิดฐานการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล ในส่วนของการสร้างราคา มีจำนวน 1 คดี และมีผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย
นายเอนกระบุว่า ในปัจจุบันเงินเทาส่วนใหญ่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น หลังจากภาคธนาคารมีการปิดช่องทางและยกระดับการป้องกัน ทำให้ผู้กระทำผิดบางส่วนย้ายมาใช้ช่องทางสินทรัพย์ดิจิทัลแทน
ด้านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจึงต้องยกระดับการตรวจสอบ ทั้งกระบวนการ KYC/CDD รวมถึงการพิจารณาความสอดคล้องของธุรกรรมกับพฤติกรรมและฐานะของผู้ลงทุน โดยเฉพาะกรณีที่มีธุรกรรมมูลค่าสูงผิดปกติ เช่น นักลงทุนรายย่อยที่โดยปกติมีเงินลงทุนไม่มาก แต่กลับมีธุรกรรมระดับหลักร้อยล้านบาท ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
นอกจากนี้ หากมีการถอนเงินมูลค่าสูงผ่านเอ็กซ์เชนจ์ ผู้ประกอบธุรกิจอาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินที่ผิดปกติ
ขณะเดียวกัน สถิติการระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พบว่า ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 มีการระงับบัญชีแล้ว 58,006 บัญชี เพิ่มขึ้น 10,314 บัญชี จาก 47,692 บัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
สำหรับการดำเนินการของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” โทร. 1207 กด 22 ในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาเรื่องหลอกลงทุนรวม 4,307 ครั้ง เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
ในจำนวนนี้ เป็นการให้คำปรึกษาเรื่องหลอกลงทุน 3,939 ครั้ง เพิ่มขึ้น 208% จาก 1,279 ครั้งในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ขณะที่มีบัญชีโซเชียลมีเดียเข้าข่ายหลอกลงทุนที่ ก.ล.ต. ประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้น จำนวน 368 บัญชี
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ระบุว่า การปิดกั้นช่องทางหลอกลงทุนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนรายอื่นตกเป็นเหยื่อ โดยต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูล เก็บพยานหลักฐาน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการชักชวนหลอกลงทุนจริงและลดความผิดพลาดในการปิดกั้น