Maxbit แจงข้อเท็จจริงธุรกรรม Shuffle เผยแม้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ Blockchain แต่ไม่สามารถตรวจจับความเสี่ยงได้ 100% ทุกกรณี ทำให้มีธุรกรรมที่ถูกถอนไปยัง Shuffle หลังทราบข่าวบล็อก Address ทันที จากนี้เดินหน้าหารือร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นและสำนักงาน ก.ล.ต.
นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (Maxbit) ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หลังประเด็นเกี่ยวกับบริษัทเริ่มถูกโยงเข้าสู่ประเด็นทางการเมือง โดยยืนยันว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ออกมานั้นเป็นข้อมูลที่ Maxbit ให้ต่อคณะกรรมาธิการโดยตรง พร้อมย้ำว่าบริษัทยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่น
“ขอย้ำว่าข้อมูลที่ถูกออกมาเผยแพร่เป็นการให้ข้อมูลจากบริษัท Maxbit ต่อกรรมาธิการเองโดยตรงนะครับ ไม่ได้มาจากการ “ขุด” หรือ “ยอมรับ” อะไรทั้งสิ้น” นายปกเขตร ระบุ
พร้อมกล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือการทำให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงในมุมของการดำเนินงานและข้อจำกัดทางเทคนิค Maxbit มีระบบ Blockchain Analytics ใช้อยู่แล้ว เพื่อประเมินความเสี่ยงของธุรกรรม และป้องกันการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปยัง Address ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ หรือเว็บพนัน โดย Tool จะให้ Score มา ประกอบก้บมูลค่าธุรกรรม หากความเสี่ยงเกินเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ระบบจะไม่อนุญาตให้ถอนสินทรัพย์ไปยัง Address นั้น
แม้ปัจจุบันหลักเกณฑ์การกำกับดูแลในประเทศไทย ยังไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้ Blockchain Analytics Tool โดยตรง การที่ Maxbit นำเครื่องมือนี้มาใช้จึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง
ส่วนคำถามที่ว่าใช้ Blockchain Analytics Tool แล้วแต่ทำไมถึงยังมีธุรกรรมประมาณ 200,000 บาทที่ถูกถอนไปยัง Shuffle ได้ เขาอธิบายว่า Blockchain Analytics Tool ไม่สามารถตรวจจับความเสี่ยงได้ครบถ้วน 100% ในทุกกรณี ผู้ให้บริการ Tool ต้องอาศัยข้อมูลที่รวบรวมและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Address ใหม่ ๆ ที่อาจยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในขณะที่มีธุรกรรมเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการเครื่องมือไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับวิธีรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากถือเป็นความลับทางการค้า (Trade Secret) จึงต้องยอมรับข้อจำกัดว่า แม้จะมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบแล้ว แต่ก็ยังอาจมีธุรกรรมบางส่วนที่ระบบไม่สามารถตรวจจับได้ในขณะนั้น
“แล้วถ้าเราจะขอ shuffle address ทั้งหมดมาเลย เขาก็ไม่ให้ เราต้องถามเขาไปทีละอันซึ่งเป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบในทางปฏิบัติครับ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว
นายปกเขตร ระบุหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ Shuffle เพิ่มมากขึ้น Maxbit ได้ยกระดับมาตรการป้องกันด้วยการบล็อก Address ของ Shuffle และ Address ที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยไม่พึ่งพาผลการประเมินจากเครื่องมือ Blockchain Analytics เพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงตามข้อมูลที่ Maxbit ตรวจพบต่อคณะกรรมาธิการ
“อย่างไรก็ตาม การบล็อก Address ก็มีข้อจำกัดทางเทคนิค โดยเฉพาะกรณีที่เป็นธุรกรรมฝากเข้ามา ซึ่งเราไม่สามารถป้องกันธุรกรรมจากต้นทางได้ทุกกรณี สิ่งที่เราสามารถดำเนินการได้คือระงับการเครดิตยอดเข้าบัญชีลูกค้าตามมาตรการและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง” นายปกเขตร กล่าว
สำหรับธุรกรรมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับยอดถอนสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดผ่าน Maxbit อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้มองข้ามความเสี่ยง โดยเร่งตรวจสอบทันทีที่ทราบข่าว สิ่งที่ Maxbit ให้ความสำคัญคือการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงมาตรการตรวจจับและป้องกันอย่างต่อเนื่อง
“..ไม่ว่ายอดจะมากหรือน้อย ธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ตั้งแต่ day 1 ที่เห็นข่าวก็รีบตรวจสอบเลย” เขากล่าวปิดท้าย
อนึ่ง การออกมาเคลื่อนไหวของซีอีโอ Maxbit เกิดขึ้นหลังจากนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่โพสต์บนเฟซบุ๊กระบุ Maxbit คือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายล่าสุดได้ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ว่า ตรวจพบกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างน้อย 3 กระเป๋า ที่มีธุรกรรมโอนตรงกับบ่อน Shuffle.com มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท พร้อมภาพอินโฟกราฟิกโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ Maxbit และเชื่อมไปถึงประเด็นที่ว่า นายปกเขตร รัชกิจประการ เป็นบุตรชายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
อย่างไรก็ตาม นายศิริโชคระบุว่า การเป็นผู้ถือหุ้นหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับรู้ธุรกรรมที่บริษัทตรวจพบ และการพบธุรกรรมเชื่อมโยงกับบ่อนพนัน ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้ประกอบธุรกิจทำผิดกฎหมาย แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลควรนำไปตรวจสอบต่อ
