ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อนแทบไม่มีใครรู้จัก หรือสนใจเลยด้วยซ้ำว่า “ดินแดนแห่งภูเขาไฟ” นี้อยู่ส่วนไหนของแผนที่โลก “เอลซัลวาดอร์” เป็นประเทศมีขนาดเล็กที่สุดในอเมริกากลาง มีพื้นที่พอๆ กับจังหวัดเชียงใหม่ของไทย พลเมืองไปทำมาหากินในต่างแดนและส่งเงินกลับบ้านเกิดคิดเป็นมูลค่าถึง 22% ของ GDP นอกจากนี้ ประชากรส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐาน เพราะ “ใน 100 คนมีแค่ 30 คนเท่านั้นที่บัญชีธนาคาร” ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อคนไกลบ้านต้องโอนเงินกลับ สมมุติ 10,000 บาทถึงคนที่บ้านแค่ 9,000 เพราะตัวกลางหักไปแล้ว 10% ส่วนกรณีคนในประเทศเอง ถ้าจะกู้เงินหรือจะทำบัตรเครดิต ส่วนใหญ่ทำไม่ได้ เพราะไม่มีบัญชีกับธนาคาร จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ “นายิบ บูเคเล” ได้รับชัยชนะเป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2562 เปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปีจากเดิมที่เป็นการชิงอำนาจระหว่างสองพรรคใหญ่ “นายิบ บูเคเล” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “เผด็จการที่เจ๋งที่สุดในโลก” เข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในประเทศ และหนึ่งในนั้นคือผลักดันกฎหมายรองรับ Bitcoin “เป็นเงินตรา” เพื่อแก้ไขสองเรื่องใหญ่คือ 1.ต้นทุนการโอนเงินเพราะว่า Bitcoin มันไม่ต้องผ่านตัวกลางหลายทอด และ 2.การเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยการเปิดบัญชี Bitcoin แม้ประชาชนไม่ได้ชื่นชอบตามเขาไปเสียทั้งหมด แต่สุดท้าย Bitcoin ได้ กลายเป็นเงินตราที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในวันที่ 7 กันยายน 2564 หรือคล้อยหลังสองปีหลังเขาเข้ารับตำแหน่ง แต่ก็ใช่ทุกอย่างจะราบรื่นหลังผ่านกฎหมายแล้ว ก็มีทั้งถูกโจมตี เช่น ประเทศจะล้มละลายเพราะขาดทุนจาก Bitcoin ด้าน IMF ออกโรงเตือนว่าไม่ควรให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือคนในประเทศบางส่วนออกมาประท้วง อย่างไรก็ตาม ผ่านมาถึงวันนี้ก็เกือบสองปีครึ่งแล้ว แม้จะยังไม่มีบทสรุปว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกทางหรือไม่ ระยะเวลาเท่านั้นที่เป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ที่แน่ๆ เอลซัลวาดอร์ก็ได้กลายมาเป็นกรณีศึกษา ให้กับหลายประเทศทั่วโลกไปแล้ว!! ไม่เพียงเท่านี้ พรรคการเมืองของ “นายิบ บูเคเล”ยังชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อต้นเดือน ก.พ.ปี2024 และเขาประกาศคว้าชัยปธน.เอลซัลวาดอร์ต่อเนื่องเป็นสมัยที่สอง และจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปจนถึงปี 2029 ปัจจุบันเอลซัลวาดอร์กลายเป็นอันดับ 5 ที่รัฐบาลมีการถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกจำนวน 2,381 BTC หรือ 0.011% ของปริมาณอุปทานสูงสุดที่ 21 ล้าน BTC สำหรับในประเทศไทยแม้ Bitcoin ไม่ใช่เงินตราแต่ก็มีกฎหมายรองรับแล้ว โดยถือว่าเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” ภายใต้ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2561 [*รู้หรือไม่ว่า…สหรัฐฯ เป็นรัฐบาลที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกจำนวน 207,189 BTC (ได้มาจากการยึดทรัพย์สิน) รองลงมารัฐบาลจีน 194,000 BTC และอันดับ 3 รัฐบาลเยอรมนี 50,000 BTC] Ref: tiktok radiochiangmai buybitcoinworldwide efinancethai efinancethai
|