WHA เผยกระบวนการคิดเมื่อต้องลงทุน ESG เพราะกระแส และกฎเกณฑ์กำลังเริ่มเข้ามาบีบบังคับ ขณะเดียวกัน การลงทุนจะต้องไม่สูญเปล่า สู่ “ธุรกิจจริง” คืนทุนได้ เริ่มต้นโซลาร์เซลล์ที่เคยถูกมองว่าเพิ่มภาระ วันนี้ลดค่าไฟได้ถึง 20-30% ส่วน Green Bond ก็ไม่ได้หวังดอกเบี้ยถูก แต่คือ “ตั๋วผ่านทาง” สู่แหล่งทุนโลกที่กำลังไหลเข้าสู่ธุรกิจสีเขียวมากขึ้นทุกวัน ล่าสุดขยายสู่ธุรกิจรถบรรทุกไฟฟ้า บริการโลจิสติกส์ ช่วย SME ที่ไม่มีทุนซื้อรถ EV ก็ยังเปลี่ยนผ่านสู่การเช่า กางแผน 5 ปีที่ CFO ต้องกล้าตัดสินใจ “เหยียบคันเร่ง” แม้มองไม่เห็นปลายทางชัดเจน แต่ต้องเลือกสมดุลระหว่างลงทุุกจับจังหวะให้เหมาะสม เช็กผลลัพธ์ทุกเส้นชัยที่ถึงแต่ละหมุดหมาย
ในสัมมนา “CAPITAL WITH PURPOSE 2026 UNLOCK ESG VALUE Through GREEN FINACE หัวข้อเสวนา “What Leaders Must Decide in the Next Move” ได้เชิญผู้นำเปิดมุมมองโจทย์สำคัญขององค์กร เมื่อ ESG ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดด้านความยั่งยืน แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางธุรกิจ การเข้าถึงเงินทุน ความสามารถในการแข่งขัน และความเชื่อมั่นจากนักลงทุน คู่ค้า และสังคม

คุณณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินจาก WHA Group กล่าวถึงบทบาทผู้นำองค์กรต้องตัดสินใจ เพื่อสร้างเปลี่ยนแนวคิดการดำเนินธุรกิจ ESG โดยแปลงจากเป้าหมายเชิงนโยบาย ให้เป็นแผนปฏิบัติการที่สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ และพาองค์กรเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนว่าสำหรับ WHA การทำ ESG ไม่ได้เริ่มจากการสร้างภาพ หรือทำตามกระแส แต่เริ่มจาก “ธุรกิจจริง”
การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมมากว่า 30 ปี ทำให้ก่อตั้งและเติบโตมาได้ เพราะทำงานร่วมกับชุมชน ปฏิบัติตามกฎหมาย และควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลาย ทั้งมิติสังคมและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ชุมชน สังคม น้ำ พลังงาน การขนส่ง และลูกค้าอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ESG จึงเริ่มฝังอยู่ในการจัดการ (Operation)
“ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมต้องดีลกับสังคม ชุมชน รวมถึงกฎเกณฑ์ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว จึงทำให้เป็นพื้นฐานในทำงาน แต่ยังไม่เรียก Sustainability ทำเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ เป็นความรับผิดชอบและเป็นเงื่อนไขสามารถอยู่ในพื้นที่ได้ในระยะยาว”
อย่างไรก็ตามในอดีตการตัดสินใจในการทำกลยุทธ์ยังมาจากมุมมองของผู้บริหารและตัวธุรกิจมากกว่าการตรวจสอบและยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ทั้งนักลงทุน ลูกค้า และสังคมโลก จึงเป็นจุดเปลี่ยนทบทวน ศึกษาเรื่อง Sustainability และมาตรฐานระดับโลกอย่างจริงจัง ค้นพบข้อแตกต่างระหว่าง “สิ่งที่บริษัทคิดว่าดี” กับ “สิ่งที่สังคมต้องการ”
“มีอยู่วันหนึ่งเจ้านายให้ไปศึกษาว่า โลกเขาไปถึงไหนแล้วในเรื่อง Sustainability จึงเป็นวันที่เราเปิดตัวเองออกไปมองข้างนอก จากเดิมที่คิดแค่ว่าอะไรดีก็ทำ แต่ไม่เคยดูอย่างจริงจังว่า คนข้างนอกเขาอยากให้เราทำอะไร”
นั่นทำให้เป็นจุดตั้งต้นของการทำESG ภายใต้กฎเกณฑ์มาตรฐานที่สังคมโลกคาดหวัง จนนำไปสู่การพัฒนาให้เป็นระบบมากขึ้น
“จากที่ทำเพราะคิดว่าทำแล้วดี ปรับเป็นการดูผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการให้ทำอะไรดี โลกกำลังมองอะไร และสิ่งที่ทำตอบโจทย์ทิศทางของธุรกิจในอนาคตได้หรือไม่”

Sustainability เป็น Global Trend ที่ต้องฝังในกลยุทธ์ธุรกิจ
เมื่อ WHA มองเห็นทิศทางของโลกมุ่งสู่ ความยั่งยืนโดยไม่แยกเป็นโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงต้องวางกลยุทธ์เป้าหมายและผลลัพธ์ทำดีเพื่อโลก และสังคมแต่ส่งผลต่อธุรกิจพร้อมกัน หรือเรียกว่า กลยุทธ์ “Green กินได้” เป็น Green ช่วยโลกไปพร้อมกันกับผลลัพธ์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value) จึงต้องดีต่อสิ่งแวดล้อม คู่กับผลตอบแทนทางธุรกิจ
“Greenกินได้ หมายถึง นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ต้องสร้างรายได้ ลดต้นทุน หรือมีผลตอบแทนเพียงพอที่จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้
ที่เห็นเด่นชัดคือการเริ่มต้นศึกษาโครงการโซลาร์ ตั้งแต่วันที่การลงทุนยังสูง ในยุคที่ราคายังแข่งขันไม่ได้เช่นในปัจจุบัน แต่ก็เริ่มลงทุนเมื่อถึงจุดที่คำนวณแล้วคุ้มค่าก็เริ่มทำทันที
“Sustainability เป็นส่วนหนึ่งของ Operation และเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางธุรกิจในอนาคต ถ้ากรีนอย่างเดียวแต่เดินต่อไม่ได้ในทางธุรกิจ สุดท้ายมันก็อาจไม่ยั่งยืน แต่ถ้าหาจุดที่ทั้งกรีนและมี Economic Value ก็ขยายผลเดินหน้าต่อได้จริง”

ESG แต้มต่อเพิ่มพลังแข่งขัน
ผู้บริหาร WHA เสนอว่า การตัดสินในการลงทุน ESG ที่อาจจะมองว่าเป็น“ต้นทุน” แต่หากปรับวิธีคิดพิจารณาจากเพียงมีเงินไหลออกจากบริษัทก็ไม่เห็นความคุ้มค่าแท้จริง แต่ตรงกันข้ามหากมองถึงเงินที่จ่ายไปช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพ หรือสร้างความสามารถในการแข่งขันในอนาคตหรือไม่
ต้องยอมรับว่า การลงทุนด้าน ESG บางส่วนอาจไม่สร้างรายได้ทันที แต่หากช่วยให้ธุรกิจแข่งขันได้ตามกติกาใหม่ หรือรักษาฐานลูกค้าได้ เงินก้อนนั้นก็ไม่ควรถูกมองเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า
“เงินที่เราจ่ายออกไป ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันลดต้นทุน และชั่งน้ำหนักเทียบกับหากไม่จ่ายในอนาคตอาจจะแข่งขันไม่ได้ เงินก้อนนั้นก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นต้นทุนอย่างเดียว แต่หาก ไม่ลดต้นทุน ไม่เพิ่มรายได้ และการแข่ขันถือว่าเป็นต้นทุนจริง ๆ”
สิ่งสำคัญคือการคิดวิเคราะห์ระหว่างการลงทุนเพื่อเป้าหมายอะไร หากมีโครงการ ESG และมีการคืนทุน( Return) อย่างเช่น โครงการติดตั้งโซลาร์หรือการประหยัดพลังงาน ก็มีการคืนทุนแล้ว
“การติดตั้งโซลาร์เมื่อ8 ปี หลายคนยังไม่เข้าใจมองว่าเป็นการเพิ่มภาระการจัดการโหลด การเปิด-ปิดเครื่องจักร แต่เมื่อเห็นผลลัพธ์ตัวเลขลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายได้ 20–30% สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงว่า ESG ใช้เงินเท่าไร แต่ต้องถามใช้เงินไปช่วยลดต้นทุน สร้างรายได้ หรือทำให้แข่งขันในอนาคตหรือไม่”

Green Bond จุดหมายเข้าถึงแหล่งทุนมากกว่าดอกเบี้ยถูก
เมื่อ WHA เริ่มศึกษาการออก พันธบัตร (Green Bond) คำถามแรกที่ได้รับคือ Green Bond จะช่วยให้บริษัทระดมทุนได้โดยได้เปรียบทางดอกเบี้ยทำให้ถูกลงมากนัก แต่สิ่งสำคัญในการวางกลยุทธ์คือทิศทางของเงินทุนจากสถาบันการเงินและนักลงทุน ในอนาคตต่างมุ่งสนับสนุนธุรกิจหรือกิจกรรมสีเขียว และมีความยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้นหากบริษัทไม่มีสินทรัพย์หรือโครงการสีเขียว ก็อาจสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงเงินทุน
“ตอนที่ WHA เริ่มทำ Green Bond ลูกน้องถามคำถามแรกว่า มันจะถูกกว่าเท่าไร ผมตอบว่า ไม่สนใจว่ามันจะถูกกว่าหรือไม่ เพราะเงินในระบบอาจมีอยู่เท่าเดิม แต่จะ Shift ไปGreen มากขึ้น หากโครงการไม่ Green หรือไม่ตอบโจทย์ ESG ต่อให้เม็ดเงินในตลาดเท่าเดิม ก็เข้าไม่ถึงเงินก้อนนั้น จึงไม่ควรห่วงเพียงต้นทุนทางการเงิน แต่ยึดในการเข้าถึงเงินทุนในอนาคต”
การระดมทุนผ่านGreen Bond เป้าหมายแรกเป็นการเข้าถึงเงินทุนสีเขียว มากกว่าหวังดอกเบี้ยต้องต่ำกว่าปกตคิ เพราะนักลงทุนและสถาบันการเงินจะให้น้ำหนักกับโครงการสีเขียวมากขึ้น
“ถ้าธุรกิจไม่เตรียมตัว วันนี้อาจยังระดมทุนได้ แต่วันข้างหน้าอาจมีทางเลือกน้อยลง”
เปลี่ยนรถขนส่งเป็น EV เข้าถึงSMEซื้อบริการ
WHA มองว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขนส่งไฟฟ้าเพื่อปิดช่องว่างของกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) ที่ไม่มีทุนในการลงทุนซื้อรถไฟฟ้าเพื่อลดคาร์บอน และต้นทุนการขนส่งสีเขียว จึงเปิดบริการเช่ารถไฟฟ้าบรรทุกเพื่อบริการขนส่งสินค้า บริการขนส่ง (Operator) ปรับตามความสามารถในการจ่ายต่อเดือน ที่ค่าเช่าที่คุ้มค่ากว่ารถสัปดาป
“การซื้อรถ EV ต้องใช้เงินลงทุนสูง บางรายเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน การเปลี่ยนเป็น EV เป้าหมายคือทำให้เงินที่ออกจากกระเป๋าต่อเดือนของผู้ประกอบการใกล้เคียงกับเดิม เทียบกับรถสันดาป จ่ายค่าเช่ารถน้อย แต่จ่ายค่าน้ำมันมาก เมื่อเปลี่ยนเป็น EV เขาจะจ่ายค่าเช่ารถมากขึ้น แต่จ่ายค่าไฟน้อยลง โดยไม่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นรุนแรง ต้นแบบ ‘Green กินได้’ ดีต่อสิ่งแวดล้อมออกแบบให้ทำได้จริงในเชิงธุรกิจด้วย”
เลือกธุรกิจกวาด Cash Flowแรงส่งเปลี่ยนผ่าน
WHA เลือกลงทุนโซลาร์ พลังงานสะอาดก่อน แม้จะมีทางเลือกอื่น ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ไฮโดรเจน แต่เมื่อพิจารณาความพร้อมต้นทุน และตลาด จึงตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่ทำแล้วสร้างผลตอบแทนได้ก่อน โดยที่ไม่ต้องรอให้เทคโนโลยีใหม่สมบูรณ์แบบที่สุด
“รถไฟฟ้ากับ ไฮโดรเจนเมื่อ End Game ไฮโดรเจนอาจมีบทบาท แต่ระหว่างที่รอถึงวันนั้น ทำสิ่งที่Green มีผลตอบแทนไปก่อน แทนรอนานจนเสียเวลาหลายปี เรื่องไหน Greenและกินได้ เราก็กินก่อน ส่วนเรื่องไม่พร้อมต้องรอจังหวะ ไม่ใช่พยายามทำทุกอย่างพร้อมกันโดยไม่ดูความเป็นไปได้ทางธุรกิจ”
กางแผนESG 5 ปี เกมชนะปิดจุดอ่อน
ผู้บริหาร WHA เผยถึงแผนระยะยาวESG เป็นกลยุทธ์ข้างหน้า 5 ปี เพื่อกำหนดความสำคัญของโครงการที่ต้องลงทุนก่อนและเพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้น
“วันนี้เรื่อง ESG อยู่ในแผนธุรกิจอย่างน้อยก็ต้องมองไปห้าปี กำหนดเรื่องลงทุนและเป้าหมายแต่ละช่วง ซึ่งจะรุนแรงและเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ตามกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น และทำให้ESG เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันธุรกิจ
ท้าทายของ CFO เลือกลงทุนบนความเสี่ยงโลกยังไม่เห็นปลายทาง
ในสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกที่ผันผวน CFO ต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนต่อ ชะลอ หรือถอนการลงทุน แม้ESG เป็นโอกาส แต่มองเห็นความเสี่ยงรอบด้านในอนาคต
ผู้บริหาร WHA เปรียบสถานการณ์เหมือนการขับรถที่มองเห็นโอกาสอยู่ข้างหน้า แต่ไม่รู้ว่าปลายทางถนนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ถ้าตัดสินใจขับรถ จะเร่งเครื่อง ชะลอ หรือหยุด ต้องประเมินจากข้อมูลและการบริหารความเสี่ยง
“แม้เห็นโอกาสแต่ทางข้างหน้าก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น CFO จะต้องเหยียบคันเร่งต่อ เหยียบครึ่งหนึ่ง หรือถอนออกเลย นั่นคือสิ่งที่ยากในการตัดสินใจ โอกาสมาพร้อมกับถนนข้างหน้าไม่รู้มีอะไร จึงไม่ใช่เพียงเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่ต้องเลือกว่าจะลงทุนเมื่อไร มากน้อยแค่ไหน และออกแบบการลงทุนอย่างไรให้บริษัทยังรับความเสี่ยงได้”

ปักหมุดหมาย วัดผลผลลัพท์ทุกเส้นชัย
สำหรับ WHA ความสำเร็จของ ESG เริ่มต้นจากการวางเป้าหมายพันธกิจ (Commitment) ให้เกิดผลลัพธ์ในแต่ละแผนงาน ตามช่วงเวลา เพื่อก้าวข้ามแนวคิดที่ยังมองว่า ESG เป็นต้นทุน ด้วยการแปลงวิธีคิด สู่แผนการทำงาน และวางสมดุล(Balance) ระหว่าง เป้าหมายระยะยาวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาอย่างไร
“ถ้าเรายึดมั่นในตามหมุดหมายคำสัญญา ตลอดเส้นทางตามกำหนดเป้าหมาย ในแต่ละเส้นชัย ( Milestone) ที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการทำงาน จึงเกิดผลลัพธ์”
ภาพรวมของ WHA ในการปลดล็อก ESG (Unlock ESG) จึงไม่หยุดเพียงการประกาศเป้าหมายสวยหรู แต่มีบทบาทสร้างความยั่งยืนเข้าไปอยู่ในโครงสร้างอุตสาหกรรมได้จริง ตั้งแต่พลังงาน น้ำ ขนส่ง เงินทุน ไปจนถึงการช่วยลูกค้าและ SME เปลี่ยนผ่านได้จริงในหลักปฏิบัติการ (Operation) จึงถือได้ว่าความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง นั่นคือ Green ด้วย และต้องกินได้ด้วย