“Sustainability is our Journey, not just a destination”
นี่คือ แนวคิดในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ที่ยึดมั่นแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกย่างก้าวของการเติบโต นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มธุรกิจจวบจนปัจจุบันและต่อไปในอนาคต ครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจและมิติ ESG ซึ่งครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมและด้านบรรษัทภิบาล พร้อมกำหนดนโยบายที่จะมุ่งสู่การเป็น “ต้นแบบผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของโลก” เพื่อช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกจากภายในองค์กรไปสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน
ส่งผลให้โครงการโรงไฟฟ้าของ ACE จำนวน 23 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 277.57 เมกะวัตต์ ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว ณ ปัจจุบัน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก จำนวน 65 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 324.72 เมกะวัตต์ จึงมีเป้าหมายไปที่ประเภทโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน อาทิ โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึง “โรงไฟฟ้าขยะชุมชน” ซึ่ง ACE เปิดดำเนินการแห่งแรก ณ ตำบลโนนท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี พ.ศ. 2559 และได้รับการยอมรับอย่างสูงจากชุมชนและหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เข้าเยี่ยมชมว่าเป็น “โมเดลต้นแบบโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง” ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษ หรือ ผลกระทบใดต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมแน่นอน
นำมาสู่การเปิดดำเนินการแห่งที่สอง คือ “โรงไฟฟ้าขยะชุมชนเทศบาลเมืองกระบี่” เพื่อแก้ปัญหาการจัดการกองภูเขาขยะตกค้างรอกำจัดมากกว่า 8 แสนตัน ภายในบริเวณศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองกระบี่อันเป็นปัญหาที่สั่งสมในพื้นที่มานานกว่า 20 ปี โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ดำเนินการโดย บริษัท อัลไลแอนซ์ คลีน เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ACE โดยเปิด COD ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 รองรับการนำขยะมากำจัดได้สูงสุดวันละ 450 ตัน
เทคโนโลยีเผาตรงระบบปิด ไร้กลิ่น ไร้มลพิษ ไร้น้ำเสีย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จุดเด่นโรงไฟฟ้าขยะชุมชนแห่งนี้ คือ การใช้กระบวนการผลิตไฟฟ้าแบบ Direct Incineration ที่เป็นวิธีการเผาตรงระบบปิดแบบสุญญากาศ สามารถกำจัดขยะที่มีความชื้นได้สูงถึง 80% ที่สำคัญคือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะตลอดกระบวนการของโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ด้วยระบบ Negative Pressure ไม่มีฝุ่นละออง ไม่มีการปล่อยน้ำออกนอกโครงการ โดยมีการบำบัดน้ำแบบครบวงจรและนำกลับมาใช้ตามหลัก Zero Discharge พร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศเชื่อมสัญญาณตรงไปยังกรมโรงงาน มอนิเตอร์ได้แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง จึงปลอดภัยต่อชุมชนรอบข้างเป็นอย่างมาก

ขั้นตอนการขนถ่ายขยะก็มีการจัดการที่เป็นระบบ โดยรถขนขยะจากเทศบาลจะต้องมีการชั่งน้ำหนักก่อนเข้าโรงไฟฟ้า จากนั้นขยะทั้งหมดจะถูกนำไปเทลงบังเกอร์พักขยะ (Waste Bunker) ในอาคารที่มีการออกแบบก่อสร้างเฉพาะให้สามารถรองรับขยะได้สูงสุดถึง 5,000 ตัน ภายในบ่อพักขยะจะมีระบบควบคุมความดันอากาศคอยดึงไม่ให้กลิ่นใดๆ กระจายออกนอกบังเกอร์พักขยะได้
ขยะที่รับเข้ามาจะถูกนำมาลดความชื้นด้วยเทคโนโลยีพิเศษของโรงไฟฟ้า ในขั้นตอนนี้จะดึงน้ำเสียออกจากขยะมูลฝอยมาผ่านระบบบำบัดน้ำแบบครบวงจร ก่อนที่น้ำจะไปผ่านระบบ Reverse Osmosis (RO) ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการบำบัดน้ำ เพื่อบำบัดน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำใสสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการของโรงไฟฟ้า ขยะจะถูกพักรอในบังเกอร์พักขยะ (Waste Bunker) จนมีความชื้นลดลงและมีค่าความร้อนสูงขึ้น จากนั้นกระเปาะขนาดใหญ่จะป้อนขยะเข้าห้องเผาไหม้ระบบปิดแบบสุญญากาศ ก่อนนำไปเผาด้วยอุณหภูมิ 850 ถึง 1,100 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้เกิดไอลมร้อนสำหรับผลิตไอน้ำไปหมุนกังหันไอน้ำสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า

การเผากำจัดขยะของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ แต่ละวันจะแบ่งสัดส่วนเป็นการกำจัดขยะเก่าในบ่อฝังกลบ 50% ส่วนอีก 50% เป็นการกำจัดขยะใหม่ที่เทศบาลนำส่งเข้ามาแต่ละวัน โดยหลังจากที่โรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการมาได้กว่า 3 ปี สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ กองภูเขาขยะเก่าที่เคยมีมหาศาลก็ลดลงกว่าครึ่ง ข้อร้องเรียนต่างๆ เกี่ยวกับกองขยะที่เคยมีก่อนที่จะมีโรงไฟฟ้าก็หายไป นอกจากนี้ชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้าต่างก็มีความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของโรงไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานสากลและเป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญ คือ การที่พนักงานกว่าครึ่งของโรงไฟฟ้าเป็นคนในชุมชนรอบพื้นที่ที่ได้เข้ามาทำงานและเห็นกระบวนการทำงานจริง
นอกจากนี้โรงไฟฟ้ายังจัดให้มีทีมงานชุมชนสัมพันธ์ (CSR) ลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนและชาวบ้านเพื่อสอบถามสารทุกข์สุกดิบและทำกิจกรรมร่วมกันอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนโรงพยาบาล โรงเรียนในพื้นที่ การมอบทุนการศึกษา การส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมร่วมกับทุกศาสนา ตลอดจนมีบริการตรวจสุขภาพประจำปีและร่วมดูแลด้านสุขอนามัยให้กับชุมชนสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้เพราะโรงไฟฟ้าจะอยู่ไม่ได้หากขาดการยอมรับและความเชื่อใจจากชุมชน
ต่อยอดสู่ Cluster กำจัดขยะของจังหวัด
นอกจากกำจัดขยะในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองกระบี่แล้ว โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังได้มีส่วนในการสนับสนุนนโยบายบริหารจัดการขยะแบบรวมกลุ่ม (Cluster) ของจังหวัดกระบี่ ด้วยการเปิดรับขยะจากพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดมากำจัดด้วย ไม่ว่าจะเป็นอำเภออ่าวลึก ปลายพระยา เขาพนม เหนือคลอง คลองท่อม เป็นต้น โดยขยะที่รับมากำจัดมีทั้งที่มาจากชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงขยะในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น อ่าวนาง เกาะพีพี ด้วย
ที่ผ่านมา “โรงไฟฟ้าขยะชุมชนเทศบาลเมืองกระบี่” ได้เปิดให้หน่วยงานการศึกษา หน่วยงานปกครองท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้ามาศึกษาแนวทางบริหารจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจรอย่างยั่งยืนที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนแห่งนี้

จากการให้ข้อมูลของเทศบาลเมืองกระบี่และ ACE ในช่วงการพิธีเปิดโรงไฟฟ้าแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2563 ระบุว่าได้มีการวางแผนร่วมกันในอนาคตว่า ถ้าสามารถจัดการพื้นที่หลุมฝังกลบขยะ (Landfill)แห่งนี้ไม่ให้มีขยะฝังกลบเหลืออยู่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดจะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ก็จะต่อยอดพัฒนาปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์พื้นที่เป็นสวนสาธารณะสำหรับชาวกระบี่ต่อไป
นี่คือ โรงไฟฟ้าขยะชุมชนต้นแบบแห่งที่สองของ ACE ตัวจริงในด้านพลังงานสะอาด โดยนอกจากที่ขอนแก่น และกระบี่แล้ว ACE ยังเตรียมเปิด COD เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในอนาคตอันใกล้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงหวาง จ.อุดรธานี และโรงไฟฟ้าขยะชุมชนโชคชัย จ.นครราชสีมา
สำหรับการขยายโรงไฟฟ้าขยะชุมชน นอกจากช่วยสร้างรายได้ให้กับองค์กรแล้ว ในอีกด้านหนึ่งนี่คือการนำเทคโนโลยีไปช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดมลภาวะที่ยั่งยืน สอดรับตามแนวทางกระทรวงพลังงานที่ได้มีการผลักดันเชิงนโยบายพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ "นโยบายพลังงานถนอมโลก" ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการจัดหาและการใช้พลังงาน เช่น การเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดมากขึ้น
นอกจากนี้ ACE ยังคงตั้งเป้าที่จะมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2593 และพยายามจะทำให้สำเร็จได้เร็วกว่าเป้าหมายอย่างน้อย 10 ปี รวมทั้งยังเดินหน้าพัฒนาโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ให้ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป เพราะธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดประเภทต่างๆ ของ ACE ล้วนเป็นธุรกิจที่ช่วยสร้างและส่งเสริมความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และบรรษัทภิบาล ด้วยกันทั้งสิ้น