Chula X GULF เปิดช่วงโค้งสุดท้าย! ชวนน้องเยาวชนเปลี่ยนไอเดียล้ำ ๆ เป็นนวัตกรรมกอบกู้โลก รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ชิงทุนกว่า 100,000 บาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้
จาก “โลกร้อน” สู่ “โลกเดือด” วิกฤตที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่า “โลกร้อน (Global Warming)” อีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค “โลกเดือด (Global Boiling)” อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย และเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่า “ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่สัมผัสได้จริง และกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในปัจจุบัน
ล่าสุดบนเวทีเสวนา “Resilient LAB: บูรณาการความคิด แก้วิกฤตภูมิอากาศ เพื่ออนาคตบ้านเราที่มั่นคงและยั่งยืน” ในงานเปิดตัว “โครงการ Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3” ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา” ได้มีการส่งไม้ต่อให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน โดยงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแชร์อินไซต์ เจาะลึกสถานการณ์ และให้คีย์เวิร์ดสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
ภัยพิบัติรายภูมิภาค เมื่อสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้ว
นางสาวนลิน เศกใจเสือ นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ได้ฉายภาพสถานการณ์ภัยพิบัติในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย โดยระบุว่าสภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนสูงและคาดเดาได้ยาก
ยกตัวอย่างเช่น ภาคเหนือต้องเผชิญกับคลื่นความร้อน และวิกฤตฝุ่นควันจากไฟป่าที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ภาคอีสาน หลายพื้นที่ต้องประสบปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง รวมถึงปรากฏการณ์ Heat Wave ที่ไม่ปกติ โดยในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 ที่ผ่านมา จ.ขอนแก่น มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39-42 องศาเซลเซียส แต่ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ “ดัชนีความร้อน (Heat Index)” หรือความรู้สึกร้อนจริง ที่พุ่งสูงถึง 45-52 องศาเซลเซียส เนื่องจากความชื้นในอากาศสูง ซึ่งอันตรายต่อกลุ่มเปราะบางมาก โดยเฉพาะเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
ในขณะเดียวกัน ภาคกลางมีความเสี่ยงสูงจากปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่วนภาคใต้ต้องเผชิญกับ “เรนบอมบ์ (Rain Bomb)” คือฝนตกหนักมากในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุด
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังแสดงความกังวลต่อปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Ni?o)” ที่ทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นผิดปกติ 1.5-2 องศาเซลเซียส เพราะมหาสมุทรเปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศของโลก เมื่อเครื่องรวน ระบบนิเวศทั้งหมดจึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือ การเปลี่ยนบทบาทของคนไทยจากผู้รอคอยการชดเชยหลังเกิดภัย ให้กลายเป็นผู้รู้เท่าทันความเสี่ยงและลุกขึ้นมาปรับตัว ดังนั้นเยาวชนจึงไม่ใช่แค่ผู้รับชะตากรรมในอนาคต แต่คือพลังสำคัญที่จะเปลี่ยนโลกได้ตั้งแต่วันนี้
ลดก๊าซเรือนกระจก เริ่มต้นได้จากตัวเรา
ด้าน นายปฐม ชัยพฤกษทล ผู้จัดการอาวุโส สำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ได้จุดประกายความคิดว่า การลดก๊าซเรือนกระจกเริ่มต้นได้จากตัวเรา โดยสิ่งแรกคือต้องรู้ก่อนว่าในแต่ละวันเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเท่าไหร่ ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางหรือการใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแอปพลิเคชัน Zero Carbon ที่ช่วยคำนวณและแนะแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนได้
วันนี้ประเทศไทยตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยแผนงานปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีการลดการปล่อยก๊าซ เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม พลังงานหมุนเวียนยังมีข้อจำกัดเรื่องเสถียรภาพ จึงเริ่มมีการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เข้ามาช่วย
ในระดับท้องถิ่น หลายเทศบาลเริ่มขับเคลื่อนแผนลดก๊าซเรือนกระจกผ่านวิธีพื้นฐานแต่ได้ผลสูง คือการเปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงานและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพราะนี่คือเทคโนโลยีที่ถูกที่สุดในการดูดกลับคาร์บอน และในอนาคต “คาร์บอนเครดิต” จากพื้นที่ป่าไม้จะมีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Negative Emission Technology ที่จะช่วยดึงก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศให้ต่ำกว่าระดับที่ปล่อยไป
นายปฐมยังฝากถึงเยาวชนว่า อยากให้มองว่าปัญหานี้ “สัมผัสติดเนื้อหนัง” เราตลอดเวลา อย่ามองว่าเราเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ เพราะวันนี้เราสามารถเริ่มทำสิ่งยิ่งใหญ่ร่วมกันได้ และอย่ามองเพื่อน ๆ เป็นคู่แข่ง แต่ให้มองว่าพวกเราคือ “พันธมิตร (Alliance)” ที่จะร่วมมือกันรักษาโลกไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส เพราะถ้าเกินกว่านั้น โลกจะกลายเป็นผู้ป่วยที่รักษาไม่ได้อีกต่อไป
คิดเชิงระบบ กุญแจสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
ขณะที่ ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) ได้ให้คำแนะนำแก่นักคิดรุ่นใหม่เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเน้นย้ำเรื่อง “การคิดเชิงระบบ (System Thinking)” เพื่อป้องกันไม่ให้การแก้ปัญหาจุดหนึ่งกลายเป็นการย้ายปัญหาไปอีกจุดหนึ่ง พร้อมให้คาถา 3 ข้อสำคัญ ดังนี้
- “หาให้เจอ” ต้องรู้ว่าใครคือผู้ได้รับผลกระทบ แยกแยะให้ออกระหว่าง “ลูกค้า” และ “ผู้ใช้” และดูว่าพวกเขาต้องการนวัตกรรมนั้นจริง ๆ หรือไม่
- “คิดให้ครบ” มองให้ครบลูป (Loop) ของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เช่น แผงโซลาร์เซลล์หรือแบตเตอรี่เมื่อพังแล้วจะไปไหน ทั้งนี้ ในอดีตเราเคยใช้ถุงกระดาษแล้วเปลี่ยนมาใช้พลาสติก เพราะมองว่ากระดาษใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แต่สุดท้ายวันนี้เราก็ต้องวนกลับมาแก้ปัญหาพลาสติกด้วยถุงกระดาษ เพราะคิดไม่ครบลูปนั่นเอง
- “หาจุดคานงัด (Leverage Point)” คือจุดเปลี่ยนสำคัญในการคิดเชิงระบบ เมื่อเราลงมือแก้เพียงจุดเดียว ก็จะสร้างผลกระทบเชิงบวกขนาดใหญ่ และทำให้นวัตกรรมนั้นแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น
ดร.ณัฐวิญญ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นวัตกรรมที่ดีและยั่งยืนต้องตอบโจทย์ 3 ด้าน คือ ต้องเป็นมิตรกับผู้ใช้ แก้ปัญหาได้จริง และต้องเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว ที่สำคัญคือ อย่ากลัวที่จะลงมือทำ อย่าคิดอยู่บนกระดาษอย่างเดียว แต่จงกล้าที่จะทดลอง เพราะบางครั้งความผิดพลาดเพียงหนึ่งเรื่อง อาจกลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ยิ่งใหญ่ เหมือนจุดกำเนิดของ “โพสต์-อิท (Post-it)” ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของการประดิษฐ์กาวที่ไม่ติดแน่น แต่กลับกลายเป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อคนทั้งโลก
ร่วมภารกิจกอบกู้โลก ชิงทุนกว่า 100,000 บาท
ถึงเวลาแล้วที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน กับ Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา” ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โครงการนี้เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ระดับมัธยมปลายทั่วประเทศ มาร่วมกันคิดและมองหาปัญหาในชุมชนหรือ “บ้านของเราเอง” แล้วเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมล้ำ ๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท
ที่พิเศษไปกว่านั้น ในปีนี้ GULF ยกระดับความเข้มข้นด้วยการสนับสนุนทุนต่อยอด เพื่อเปลี่ยน “ไอเดียบนกระดาษ” ของน้อง ๆ ให้กลายเป็น “นวัตกรรม” ที่นำไปใช้งานได้จริง และเพื่อสร้าง “Green Leaders” รุ่นใหม่ที่มีทักษะการลงมือทำจริง เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นทีมละ 4 คนได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 นี้เท่านั้น! สมัครผ่าน Google Form โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ eng.chula.ac.th หรือสอบถามรายละเอียดโทร: 086-522-3844 พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหว