ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ชี้โอกาสของธนาคารในการหนุนเงินทุน (Bankability) ให้กับเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ ทั้งนี้ ธนาคารมองเห็น 3 เมกะเทรนด์สำคัญของโลกที่กำลังมาแรง ได้แก่ 1. การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ 2. การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center และ 3. การรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ปัจจุบัน เงินทุนสีเขียวกำลังเปลี่ยนเกณฑ์การพิจารณาความน่าเชื่อถือของธุรกิจในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Bankability) ในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ เกณฑ์นี้พิจารณาเพียงว่าโครงการหรือสินทรัพย์เข้าข่าย ‘สีเขียว’ หรือ ‘ยั่งยืน’ หรือไม่ แต่ในทางกลับกัน ยุค Bankability ใหม่กลับต้องพิจารณาเพิ่มเติมอีกหลายด้าน กล่าวคือ ความพร้อมของโครงการ ศักยภาพทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงความสามารถในการสร้างมูลค่าและชำระหนี้ในระยะยาว
ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของเศรษฐกิจไทยอีกด้วย ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังจะปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างเกณฑ์การออกตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bond) และตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy (Thailand Amber Bonds) ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569
ในขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็รายงานยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในครึ่งแรกของปี 2569 สูงถึง 1.47 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยในจำนวนนี้ เป็นเงินลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลราว 1.12 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังประเมินเพิ่มเติมอีกว่า ไทยจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มเติมอีก 2.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 25 ปีข้างหน้า
ในโอกาสนี้ เจสัน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวในงานแถลงข่าว Financing Thailand’s Next Economy ว่า “ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของ Sustainable Finance กล่าวคือ ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่มุ่งเน้นการจัดประเภทหรือกำหนดฉลากของสินทรัพย์ ไปสู่ยุคของการจัดสรรเงินทุน ด้วยเหตุนี้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ ‘โครงการจัดอยู่ในกลุ่มสีเขียวหรือยั่งยืนหรือไม่?’ อีกต่อไป แต่ต้องพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ เส้นทางการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน รวมถึงความพร้อมด้านพลังงาน น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานด้วย และนอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาความสามารถของสินทรัพย์ในการดำเนินงานและสร้างรายได้ท่ามกลางความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งท้ายที่สุด ปัจจัยทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมิน Bankability ของธุรกิจและโครงการต่าง ๆ”
การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance): คอขวดที่ย้ายไปสู่ขั้นตอนเตรียมความพร้อมขององค์กร
1.ทาง ก.ล.ต. อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์ Transition Bond และ Thailand Amber Bond ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ อย่างไรก็ตาม คอขวดสำคัญถัดไปของการระดมทุนกลับมีแนวโน้มขยับมาอยู่ที่ความพร้อมขององค์กร ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการออกตราสาร
กล่าวคือ ตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่านเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงิน ไม่ใช่ตัวแผนการเปลี่ยนผ่านเอง ดังนั้น การระดมทุนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อภาคธุรกิจรู้ชัดเจนว่าจะต้องปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ใด และจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เท่าใด นอกจากนี้ ยังต้องรู้ด้วยว่าต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร โครงการใดควรเริ่มก่อน และใครเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมทั้งต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์เพียงพอตามความคาดหวังของสถาบันการเงินและนักลงทุนด้วย
ด้วยเหตุนี้ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จึงได้พัฒนาบริการ Sustainability360 Advisory Program ขึ้น เพื่อช่วยปิดช่องว่างด้านความพร้อมดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริการนี้ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำกรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (GSS Framework) และการออกแบบตัวชี้วัดและเป้าหมาย (KPI/SPT) นอกจากนี้ ยังรวมถึงการประเมินกิจกรรมตามเกณฑ์ของ Thailand Taxonomy และการประสานงานกับผู้ให้ความคิดเห็นของผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ไปจนถึงการรายงานผลหลังได้รับเงินทุนด้วย
2.โครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center: ย้ายจุดโฟกัสจาก ‘ปริมาณ’ สู่ ‘คุณภาพ’ การลงทุน
“แม้ว่า AI จะทำงานบนระบบคลาวด์ แต่โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังนั้นต้องอาศัยทรัพยากรมหาศาล ทั้งพลังงานไฟฟ้าและน้ำ ด้วยเหตุนี้ ความพร้อมของระบบการจัดการพลังงานจึงกลายเป็นตัวแปรทางการเงินที่สำคัญ ถึงแม้ว่า Data Center จะสามารถใช้วิศวกรรมออกแบบให้สอดคล้องกับเกณฑ์กรีนไฟแนนซ์ได้ก็ตาม แต่ก็ยังต้องพิจารณาความพร้อมด้านพลังงาน น้ำ และโครงข่ายไฟฟ้าด้วย และนอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงทางกายภาพจากสภาพภูมิอากาศ รวมถึงคุณค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในประเทศด้วย”3.
3.การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation): มิติที่เคยถูกมองข้าม
“น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือคลื่นความร้อน อาจเริ่มต้นจากปัญหาสิ่งแวดล้อมก็จริง แต่เมื่อใดที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ ต้นทุนการดำเนินงาน หรือมูลค่าหลักประกัน มันจะกลายเป็น ‘ความเสี่ยงทางการเงิน’ ทันที ดังนั้น การปรับตัวรับมือภัยธรรมชาติจึงต้องถูกดึงเข้ามาอยู่ในกระบวนการจัดสรรเงินทุนหลักของธุรกิจด้วย”
ซีไอเอ็มบี ไทย: เปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง
ในภาพรวม ปี 2568 ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มีมูลค่าการเงินเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับอนุมัติภายใต้กรอบ GSSIPS รวมราว 22,980 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ วาณิชธนกิจ สถาบันการเงิน และบุคคลธรรมดา นอกจากนี้ บริการ Sustainability360 Advisory Program ยังได้สนับสนุนการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับการระดมทุนในตลาด รวมแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท
เพื่อสนับสนุนแนวทางการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นน้ำดังกล่าว เจสัน ลี จึงได้พัฒนาเครื่องมือช่วยวางแผนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Transition Canvas) ขึ้น โดยเป็นเครื่องมือแบบหน้าเดียวเชิงปฏิบัติ ทั้งนี้ เครื่องมือดังกล่าวได้มีการนำร่องใช้ในงาน The Cooler Earth Thailand 2026 เมื่อต้นเดือนนี้
นอกจากนี้ Climate Transition Canvas ยังช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและเส้นทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เข้ากับมาตรการลดคาร์บอนที่ชัดเจนได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังครอบคลุมถึงความต้องการเงินลงทุน ทางเลือกด้านแหล่งเงินทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างการกำกับดูแลอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ การวางแผนการเปลี่ยนผ่านจึงมีความพร้อมต่อการตัดสินใจมากขึ้น และสามารถนำไปสู่การจัดหาเงินทุนได้มากยิ่งขึ้นด้วย