ปี 2025 ถือเป็นปีที่เต็มไปด้วยพลวัตและความท้าทายสำหรับนักลงทุนทั่วโลก แม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เข้ามากระทบเป็นระยะ แต่หากเรามองย้อนกลับไปในช่วง 10 เดือนแรกที่ผ่านมา จะพบว่ามีสินทรัพย์หลายประเภทที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะการผงาดขึ้นของตลาดหุ้นในฝั่งเอเชียและสินทรัพย์ทางเลือกที่ทำหน้าที่เป็นหลุมหลบภัยได้อย่างยอดเยี่ยม
รวมสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบดีที่สุดใน 10 เดือนที่ผ่านมาในปี 2025

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจและวิเคราะห์เจาะลึกถึงผลการดำเนินงานของสินทรัพย์หลักต่างๆ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2025 (Year-to-Date) เพื่อเป็นแนวทางในการปรับกลยุทธ์การลงทุนสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี
ตารางสรุปผลตอบแทน “สินทรัพย์” 10 เดือนแรกของปี 2025
| สินทรัพย์ (Asset) | ผลตอบแทน (Return) |
| South Korea | +71.2 % |
| Gold | +52.5 % |
| MSCI EM | +30.3 % |
| Vietnam | +29.4 % |
| Hong Kong | +29.1 % |
| TOPIX | +19.6 % |
| MSCI ACWI | +19.6 % |
| CHINA A-Shares | +17.9 % |
| Bitcoin | +16.8 % |
| S&P 500 | +16.3 % |
| STOXX 600 | +12.7 % |
| US Treasury | +6.0 % |
| SET | -6.5 % |
| US Dollar | -8.0 % |
| OIL | -15.0 % |
การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “เสือแห่งเอเชีย”
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนแซงหน้าตลาดพัฒนาแล้วได้อย่างชัดเจน
- แชมป์เปี้ยนแห่งปี : ตลาดหุ้นเกาหลีใต้
ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้กลายเป็นดาวเด่นที่สุดในปีนี้ โดย KOSPI ปิดที่ 4,083.25 จุด ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 และทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4,221.87 จุด เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2025 ด้วยผลตอบแทนที่พุ่งสูงถึง +71.2% การเติบโตครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลก โดยเฉพาะกระแสความคาดหวังในเทคโนโลยี AI ที่หนุนให้หุ้นกลุ่มชิปอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง
- ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เนื้อหอม
ภาพรวมของตลาดเกิดใหม่ หรือ MSCI EM ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจอยู่ที่ +30.3% ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกกำลังไหลกลับเข้ามาในภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงและความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่เริ่มคลี่คลาย
ในกลุ่มนี้ ตลาดหุ้นเวียดนาม ยังคงรักษาความร้อนแรงไว้ได้ที่ +29.4% โดย VN-Index เปิดปีที่ 1,269.71 จุด และปิดที่ประมาณ 1,642 จุด ณ เดือนตุลาคม 2025 ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่หลั่งไหลเข้ามาในภาคการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่ ตลาดหุ้นฮ่องกง (Hang Seng Index) ก็เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน หลังจากที่รัฐบาลจีนเริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุดมากขึ้น โดยดัชนี Hang Seng ให้ผลตอบแทนที่ +29.1% ณ วันที่ 31 ตุลาคม 202
สินทรัพย์ปลอดภัย เกราะป้องกันที่สร้างกำไร
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ทั้งในเรื่องของสงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง สินทรัพย์ปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในพอร์ตการลงทุน
ทองคำได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่ไว้ใจได้ที่สุด โดยในปีนี้ราคาทองคำ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 อยู่ที่ $4,040.35 ต่อออนซ์ ปรับตัวขึ้นไปแล้วประมาณ +52.5% ซึ่งนอกจากจะเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อแล้ว ยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการของธนาคารกลางทั่วโลกที่ทยอยสะสมทองคำเข้าสู่ทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลตอบแทนของทองคำในปี 2025 ถือเป็นการเติบโตที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979
แม้จะไม่ได้หวือหวา แต่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury) ก็ยังคงทำหน้าที่สร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุนได้ดี โดยให้ผลตอบแทนอยู่ที่ +6.0% ซึ่งถือว่าน่าพอใจในภาวะที่ดอกเบี้ยเริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น
ตลาดพัฒนาแล้วและสินทรัพย์ทางเลือก : การเติบโตที่มั่นคง

ในฝั่งของประเทศพัฒนาแล้ว แม้จะไม่ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดเหมือนฝั่งเอเชีย แต่ก็ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดี
- ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยังไปต่อได้
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (TOPIX) ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนด้วยผลตอบแทนที่ +19.6% ใกล้เคียงกับดัชนีหุ้นโลก (MSCI ACWI) ที่ +19.6% ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025
ส่วนดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ แม้จะเผชิญแรงกดดันบ้างแต่ก็ยังบวกได้ที่ +16.3% โดย ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 S&P 500 ปิดที่ 6,879.17 จุด
- Bitcoin กับการยอมรับที่มากขึ้น
สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin มีการเติบโตที่น่าสนใจในปีนี้ ให้ผลตอบแทนที่ +16.8% ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 การเติบโตครั้งนี้เป็นผลมาจากการที่มีสถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และหลายฝ่ายเริ่มมองว่า Bitcoin กำลังทำหน้าที่คล้าย “ทองคำดิจิทัล” ในพอร์ตการลงทุนสมัยใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ
โอกาสที่ซ่อนอยู่ในสินทรัพย์ที่ยัง Laggard
แม้บางสินทรัพย์อาจจะยังให้ผลตอบแทนที่ไม่เข้าเป้านักในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ
- ตลาดหุ้นไทย (SET) : รอวันฟื้นตัว : ดัชนี SET ยังคงติดลบอยู่ที่ -6.5% โดย ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2025 ดัชนี SET ปิดที่ 1,309.50 จุด ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ เช่น หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากการที่ภาครัฐเริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ซึ่งอาจเป็นจุดกลับตัวที่สำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของปี
- น้ำมันและค่าเงินดอลลาร์ : ราคาน้ำมัน (Oil) ปรับตัวลง -15.0% เมื่อเทียบกับต้นปี อาจเป็นผลดีต่อต้นทุนการผลิตในหลายอุตสาหกรรม ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (US Dollar) อ่อนค่าลง -8.0% ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนให้กระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ได้ง่ายขึ้น
บทสรุป : ทิศทางการลงทุนโค้งสุดท้ายปี 2025 พลังของการกระจายความเสี่ยงและโอกาสในตลาดเอเชีย

จากข้อมูลผลตอบแทนของสินทรัพย์ทั่วโลกในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2025 ที่รวบรวมโดย InnovestX ได้ให้ข้อสรุปที่สำคัญแก่นักลงทุนว่า “การกระจายความเสี่ยง” (Diversification) มิใช่เพียงแค่ทฤษฎีการเงิน แต่เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างเสถียรภาพให้แก่พอร์ตการลงทุนในสถานการณ์จริง ตัวเลขผลตอบแทนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสินทรัพย์ที่สร้างผลกำไรสูงสุดอย่างตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (+71.2%) และสินทรัพย์ที่ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างตลาดหุ้นไทย (-6.5%) สะท้อนให้เห็นว่าการพึ่งพาสินทรัพย์เพียงประเภทเดียวหรือภูมิภาคเดียว อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่สูงเกินควร
มุมมองและกลยุทธ์สำหรับการลงทุนในระยะถัดไป
เพื่อให้สอดคล้องกับพลวัตของตลาดทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของปี การปรับกลยุทธ์โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มที่เกิดขึ้นจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยสามารถจำแนกแนวทางได้ดังนี้:
- การมุ่งเน้นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง (Growth Focus) : จากข้อมูลได้บ่งชี้ว่า ภูมิภาคเอเชียยังคงมีศักยภาพที่โดดเด่น โดยเฉพาะ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ที่ได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของโลก ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเวียดนาม ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งจากการเป็นฐานการผลิตใหม่ของโลกและการเติบโตของการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดกลุ่มนี้ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนส่วนเพิ่ม
- การสร้างภูมิคุ้มกันให้พอร์ตลงทุน (Defensive Strategy) : แม้ตลาดหุ้นบางกลุ่มจะเติบโตได้ดี แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม การมี ทองคำ อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ช่วยรักษามูลค่าของพอร์ตโดยรวมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินมีความผันผวนหรือเกิดความกังวลด้านอัตราเงินเฟ้อ
โดยสรุปแล้ว : หัวใจสำคัญของการลงทุนที่ประสบความสำเร็จในปี 2025 ไม่ใช่การทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดไปที่สินทรัพย์ที่ชนะเพียงตัวเดียว แต่คือการจัดสรรเงินลงทุนอย่างสมดุลระหว่าง “สินทรัพย์เพื่อการเติบโต” และ “สินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยง” นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน (Rebalancing) ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ ทองคำ หรือตลาดเกิดใหม่ สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลและเปิดบัญชีได้ที่ https://www.efinancethai.com/ เพื่อรับข่าวสารและเครื่องมือวิเคราะห์ฟรี ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หมายเหตุ: ข้อมูลผลตอบแทนทั้งหมดอ้างอิงจาก Bloomberg ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2025 การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
อ้างอิงจาก bloomberg,cnbc,morningstar,investing,kedglobal,tradingeconomics,yahoofinance และ InnovestX
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect