รวมหุ้นปันผลสูง 2568 ที่น่าลงทุนที่สุด คัดเน้นตัวท็อปน่าลงทุน สร้างกระแสเงินสดมั่นคง

การแสวงหาช่องทางการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และมีศักยภาพในการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาวยังคงเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนจำนวนมาก และในปี 2568 นี้ "หุ้นปันผลสูง" ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ตลาดอาจมีความไม่แน่นอน การลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันความผันผวน พร้อมกับเปิดโอกาสรับกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง บทความนี้ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมรายชื่อหุ้นปันผลสูงที่น่าสนใจในปี 2568 พร้อมข้อมูลสำคัญเพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างมีข้อมูล
ทำไมหุ้นปันผลสูงจึงน่าสนใจในปี 2568?
โดยทั่วไปแล้ว บริษัทที่สามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงและสม่ำเสมอมักจะเป็นกิจการที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง และมีสถานะกระแสเงินสดที่มั่นคง จุดเด่นที่สำคัญของการลงทุนในหุ้นปันผลสูง คือ "อัตราผลตอบแทนเงินปันผล" (Dividend Yield) ที่น่าดึงดูดใจ ซึ่งมักจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม ตัวอย่างเช่น กลุ่มดัชนี SETHD (SET High Dividend 30 Index) เคยมีข้อมูลแสดงอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 5.9% ในขณะที่ภาพรวมของตลาดอาจอยู่ที่ราว 4.4% การเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้จึงตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการสร้างรายรับระหว่างทางการถือครองหลักทรัพย์ และยังช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาหุ้นได้ในระดับหนึ่ง
เจาะลึกหุ้นปันผลสูงที่น่าจับตามองในปี 2568

เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ระยะยาวจากเงินปันผล ตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมรายชื่อหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่โดดเด่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และได้รับการกล่าวถึงจากหลากหลายแหล่งข้อมูลวิเคราะห์ (ข้อมูลอ้างอิง ณ เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2568)
ลำดับ | ชื่อหุ้น | อัตราปันผลล่าสุด (%) | กลุ่มธุรกิจ | ค่า P/E ล่าสุด |
1 | STGT | 14.27 | ผลิตถุงมือยาง | 20 |
2 | NOBLE | 14.78 | อสังหาริมทรัพย์ | TBC |
3 | PSH | 12.15 | อสังหาริมทรัพย์ | TBC |
4 | TOP | 13 | กลั่นน้ำมัน | 6 |
5 | RCL | 11 | ขนส่งทางเรือ | 5 |
6 | SENA | 10.55 | อสังหาริมทรัพย์ | TBC |
7 | SIRI | 10 | อสังหาริมทรัพย์ | 4.86 |
8 | SPALI | 9 | อสังหาริมทรัพย์ | 5.02 |
9 | PRM | 8 | ขนส่งน้ำมันทางเรือ | 6.33 |
10 | SCB | 8 | ธนาคาร | 9.58 |
11 | PTTEP | 8 | ปิโตรเลียม | 6.17 |
12 | TISCO | 8 | ธนาคาร/การเงิน | 11.3 |
13 | AP | 8 | อสังหาริมทรัพย์ | 5.38 |
14 | LH | 8 | อสังหาริมทรัพย์ | 9.26 |
15 | KBANK | 7 | ธนาคาร | 8.12 |
16 | KKP | 7 | ธนาคาร | 9.3 |
17 | BANPU | 7 | พลังงาน | TBC |
18 | QH | 7 | อสังหาริมทรัพย์ | 7.95 |
19 | KTB | 6.57 | ธนาคาร | 7.68 |
20 | PTT | 6.53 | พลังงาน | 4.86 |
21 | TCAP | 6.47 | การเงิน | 10.32 |
22 | RATCH | 6.4 | โรงไฟฟ้า | 12.1 |
23 | TASCO | 6.38 | ยางมะตอย | 15.89 |
24 | WHA | 6.15 | โลจิสติกส์ | 10.14 |
25 | BBL | 5.88 | ธนาคาร | 5.91 |
26 | BAM | 5.65 | บริหารหนี้ | 12.4 |
27 | TTB | 5.32 | ธนาคาร | 8.77 |
28 | MEGA | 5.29 | ยา/อาหารเสริม | 12.88 |
29 | HMPRO | 5.06 | ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง | TBC |
หมายเหตุ: อัตราปันผลและค่า P/E อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากแหล่งข่าว ณ เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2568 คำว่า "TBC" หมายถึง To Be Confirmed หรือรอการยืนยันข้อมูล
จากตารางจะเห็นว่า มีหุ้นหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมติดอันดับเข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีหลายบริษัทปรากฏชื่อ เช่น NOBLE, PSH, SENA, SIRI, SPALI, AP, LH, QH ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการจ่ายปันผลของกลุ่มนี้ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ กลุ่มธนาคารและการเงิน เช่น SCB, TISCO, KBANK, KKP, KTB, BBL, TTB, TCAP ก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ รวมถึงหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเลียมอย่าง TOP, PTTEP, BANPU, PTT และกลุ่มขนส่งอย่าง RCL, PRM การมีตัวเลือกที่หลากหลายช่วยให้นักลงทุนสามารถพิจารณาคัดเลือกหุ้นปันผลสูงที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และความสนใจของตนเองได้
เจาะรายชื่อ 29 หุ้นปันผลสูงน่าสนใจปี 2568 วิเคราะห์ปัจจัยหนุนและศักยภาพการลงทุน

ภายหลังจากที่เราได้เห็นภาพรวมของหุ้นปันผลสูงที่น่าจับตามองในปี 2568 กันไปแล้วนั้น เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในการพิจารณา บทความนี้จะพาไปสำรวจรายละเอียดและปัจจัยสนับสนุนของหุ้นแต่ละตัวที่อยู่ในกลุ่มน่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์โอกาสสำหรับการลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างกระแสเงินสดจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ สำหรับรายละเอียดของหุ้นแต่ละบริษัทที่คัดเลือกมา โดยอ้างอิงข้อมูลและปัจจัยสนับสนุน ดังต่อไปนี้
1.STGT (Sri Trang Gloves Thailand)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 14.27%
- กลุ่มธุรกิจ: ผลิตถุงมือยาง
- P/E: 20 เท่า
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT เป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมถุงมือยางของไทย บริษัทมีการวางแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มจาก 51,100 ล้านชิ้นในปี 2567 และมีการคาดการณ์ว่าผลกำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในช่วงปี 2568-2569 ปัจจัยสนับสนุนมาจากการคาดการณ์ราคาขายเฉลี่ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงภาพรวมอุตสาหกรรมที่มีการปรับสมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตก็เป็นอีกปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการ ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง STGT ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดถุงมือยางธรรมชาติ
2.NOBLE (Noble Development)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 14.78%
- กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์
- P/E: TBC
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสแรกของปี 2568 บริษัทสามารถทำรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) อาจจะต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ยอดขายและยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ยังคงเติบโตได้ดี NOBLE มีการดำเนินการควบรวมกิจการและมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งเสริมศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจในระยะยาว
3.PSH (Pruksa Holding)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 12.15%
- กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์
- P/E: ไม่ระบุ
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่แสดงให้เห็นการเติบโตของทั้งรายได้และกำไรอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา การทยอยโอนกรรมสิทธิ์จากยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลกำไร PSH ยังคงมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลสูงเพื่อสร้างรายได้สม่ำเสมอ
4.TOP (Thai Oil)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 13%
- กลุ่มธุรกิจ: กลั่นน้ำมัน
- P/E: 6 เท่า
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) คือ หนึ่งในผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของประเทศไทย แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจมีความผันผวน แต่ TOP ยังคงรักษาผลประกอบการที่มั่นคงและมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูง บริษัทมีการบริหารจัดการด้านต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จึงยังคงเป็นหุ้นปันผลสูงที่น่าจับตามองในกลุ่มพลังงาน
5.RCL (Regional Container Lines)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 11%
- กลุ่มธุรกิจ: ขนส่งทางเรือ
- P/E: 5 เท่า
บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลักด้านการขนส่งทางตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล ผลการดำเนินงานของ RCL มีการเติบโตที่ดีตามปริมาณการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับค่าระวางเรือที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยอัตราการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง RCL จึงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในหุ้นกลุ่มขนส่งระหว่างประเทศ
6.SENA (Sena Development)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 10.55%
- กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์
- P/E: ไม่ระบุ
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงแต่เน้นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังขยายไปยังธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร รายได้และกำไรของ SENA เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงได้อย่างสม่ำเสมอ
7.SIRI (Sansiri)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 10%
- กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์
- P/E: 4.86 เท่า
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการหลากหลายรูปแบบ และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผลประกอบการอาจมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่ SIRI ก็มีการบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิผล
8.SPALI (Supalai)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 9%
- กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์
- P/E: 5.02 เท่า
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ถือเป็นหนึ่งในผู้นำของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย มีการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวนมากและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่เป็นไปได้ด้วยดี ส่งผลให้ทั้งกำไรและเงินปันผลอยู่ในระดับสูง จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงจากหุ้นปันผลสูง
9.PRM (Prima Marine)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 8%
- กลุ่มธุรกิจ: ขนส่งน้ำมันทางเรือ
- P/E: 6.33 เท่า
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป และปิโตรเคมีเหลวทางเรือเป็นหลัก บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องและมีการเติบโตจากการขยายกองเรือ ในไตรมาสล่าสุด รายได้และกำไรมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสนับสนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูง
10.SCB (SCB X)
- SCB (ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน))
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 8%
- กลุ่มธุรกิจ: ธนาคาร
- P/E: 9.58 เท่า
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มไทยพาณิชย์ เป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินและธนาคารขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการมั่นคง กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2568 มีการเติบโต โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี บริษัทได้ประกาศนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตรา 80% ของกำไรสุทธิจากปีก่อนหน้า
11.PTTEP (บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 8%
- กลุ่มธุรกิจ: ปิโตรเลียม
- P/E: 6.17 เท่า
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชั้นนำของไทย แม้จะเผชิญกับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก PTTEP ยังคงรักษาผลประกอบการที่มั่นคง บริษัทมีการขยายธุรกิจและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานยังคงเติบโตและสามารถจ่ายเงินปันผลสูงได้อย่างต่อเนื่อง
12.TISCO (TISCO Financial Group)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 8%
- กลุ่มธุรกิจ: ธนาคาร/การเงิน
- P/E: 11.3 เท่า
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มุ่งเน้นธุรกิจสินเชื่อและบริการทางการเงินต่างๆ ผลประกอบการล่าสุดยังคงแสดงความแข็งแกร่ง แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ TISCO ยังสามารถรักษาอัตรากำไรและควบคุมต้นทุนได้ดี ทำให้ยังคงมีการจ่ายเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ
13.AP (AP Thailand)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 8%
- กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์
- P/E: 5.38 เท่า
บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการหลากหลาย ครอบคลุมหลายกลุ่มเป้าหมาย บริษัทมีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้กำไรและรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงได้อย่างสม่ำเสมอ
14.LH (Land and Houses)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 8%
- กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์
- P/E: 9.26 เท่า
บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศไทย ด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและรายได้ที่ต่อเนื่องจากโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง ทำให้ LH สามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงได้อย่างสม่ำเสมอ
15.KBANK (Kasikornbank)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 7%
- กลุ่มธุรกิจ: ธนาคาร
- P/E: 8.12 เท่า
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการมั่นคง รายได้และกำไรสุทธิมีการเติบโต โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารจัดการสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม KBANK เป็นอีกหนึ่งหุ้นปันผลสูงที่มีการจ่ายอย่างต่อเนื่อง
16.KKP (Kiatnakin Phatra Bank)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 7%
- กลุ่มธุรกิจ: ธนาคาร
- P/E: 9.3 เท่า
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เน้นการดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจตลาดทุน บริษัทมีการบริหารจัดการสินเชื่อและสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิและเงินปันผลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
17.BANPU (Banpu)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 7%
- กลุ่มธุรกิจ: พลังงาน
- P/E: ไม่ระบุ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจร รวมถึงธุรกิจเหมืองถ่านหิน โดยมีแหล่งรายได้จากหลายประเทศ แม้ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกอาจมีความผันผวน แต่ BANPU มีการบริหารจัดการความเสี่ยงและต้นทุนที่ดี ซึ่งส่งผลให้ยังคงสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงได้
18.QH (Quality Houses)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 7%
- กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์
- P/E: 7.95 เท่า
บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงได้อย่างต่อเนื่อง
19.KTB (Krung Thai Bank)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 6.57%
- กลุ่มธุรกิจ: ธนาคาร
- P/E: 7.68 เท่า
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีฐานลูกค้ากว้างขวาง ผลประกอบการของ KTB มีความมั่นคง โดยรายได้และกำไรมีการเติบโตจากธุรกิจสินเชื่อและบริการทางการเงินต่างๆ ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูง
20.PTT (PTT Public Company)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 6.53%
- กลุ่มธุรกิจ: พลังงาน
- P/E: 4.86 เท่า
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติและเป็นกลุ่มบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ของไทย มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้มีผลประกอบการที่มั่นคงและสามารถจ่ายเงินปันผลสูงได้อย่างต่อเนื่อง
21.TCAP (Thanachart Capital)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 6.47%
- กลุ่มธุรกิจ: การเงิน
- P/E: 10.32 เท่า
บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจทางการเงินและธุรกิจธนาคารเป็นหลัก มีรายได้และกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทต่างๆ และยังคงเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง
22.RATCH (Ratch Group)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 6.4%
- กลุ่มธุรกิจ: โรงไฟฟ้า
- P/E: 12.1 เท่า
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลักในด้านการผลิตไฟฟ้า มีรายได้ที่ค่อนข้างมั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สามารถจ่ายเงินปันผลสูงได้อย่างต่อเนื่อง
23.TASCO (Tipco Asphalt)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 6.38%
- กลุ่มธุรกิจ: ยางมะตอย
- P/E: 15.89 เท่า
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยางมะตอยรายใหญ่ ผลประกอบการของ TASCO มีแนวโน้มเติบโตตามปริมาณงานก่อสร้างและซ่อมแซมถนนทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่น่าสนใจ
24.WHA (WHA Corporation)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 6.15%
- กลุ่มธุรกิจ: โลจิสติกส์
- P/E: 10.14 เท่า
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำในการให้บริการครบวงจรด้านโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรม มีรายได้ที่สม่ำเสมอจากการให้เช่าและขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูง
25.BBL (Bangkok Bank)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 5.88%
- กลุ่มธุรกิจ: ธนาคาร
- P/E: 5.91 เท่า
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงและมีฐานลูกค้ากว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้มีรายได้ที่มั่นคง กำไรและเงินปันผลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
26.BAM (Bangkok Commercial Asset Management)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 5.65%
- กลุ่มธุรกิจ: บริหารหนี้
- P/E: 12.4 เท่า
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลักในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) มีรายได้จากการบริหารและจำหน่ายทรัพย์สินเหล่านี้ ซึ่งสนับสนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผลสูง
27.TTB (TMBThanachart Bank)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 5.32%
- กลุ่มธุรกิจ: ธนาคาร
- P/E: 8.77 เท่า
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เน้นการให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้ารายย่อยและกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ธนาคารมีรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้สามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงได้
28.MEGA (Mega Lifesciences)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 5.29%
- กลุ่มธุรกิจ: ยา/อาหารเสริม
- P/E: 12.88 เท่า
บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่องทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ ซึ่งทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลได้ในระดับที่น่าสนใจ
29.HMPRO (Home Product Center)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล: 5.06%
- กลุ่มธุรกิจ: ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง
- P/E: ไม่ระบุ
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกสินค้าเพื่อบ้าน วัสดุก่อสร้าง และของตกแต่งบ้านแบบครบวงจร HMPRO มีรายได้ที่มั่นคงจากการดำเนินงานผ่านสาขาทั่วประเทศ และมีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ทำให้ยังคงเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงอย่างต่อเนื่อง
การพิจารณาลงทุนในหุ้นปันผลสูงเหล่านี้ ควรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุนที่รอบคอบ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัท แนวโน้มอุตสาหกรรม สภาวะเศรษฐกิจ และพิจารณาความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ ข้อมูลที่นำเสนอในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นการชี้นำหรือให้คำแนะนำในการลงทุนใดๆ การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ
วิเคราะห์ การลงทุนในหุ้นปันผลสูง ปี 2568 กับปัจจัยรอบด้านเพื่อการตัดสินใจที่ตอบโจทย์

การลงทุนในหุ้นปันผลสูงยังคงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนในปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและมองหาโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้และดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ การพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างถี่ถ้วนและรอบด้านถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้รวบรวมและเรียบเรียงประเด็นสำคัญที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ พร้อมทั้งวิเคราะห์ว่าหุ้นปันผลสูงนั้นมีความเหมาะสมกับนักลงทุนลักษณะใด เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนลงทุนในหุ้นปันผลสูง
ก่อนตัดสินใจลงทุน สิ่งสำคัญที่ผู้ลงทุนควรตระหนักเสมอ คือ อัตราเงินปันผลที่สูงในอดีตนั้นไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันถึงผลตอบแทนในลักษณะเดียวกันในอนาคต การเลือกหุ้นปันผลสูงจึงไม่ใช่เพียงการมองหาบริษัทที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงสุด ณ ขณะนั้น แต่จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณควบคู่กันไป ดังนี้
1.ตรวจสอบปัจจัยพื้นฐานของกิจการและผลการดำเนินงานย้อนหลังอย่างละเอียด : ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทเป็นรากฐานสำคัญที่สะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นที่มาโดยตรงของเงินปันผล ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของบริษัทแต่ละแห่งอย่างเจาะลึก พิจารณาผลประกอบการย้อนหลังอย่างน้อยหลายปีเพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโต ความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงความแข็งแกร่งของสถานะกระแสเงินสด นอกจากนี้ ควรทำความเข้าใจแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมที่บริษัทนั้นสังกัดอยู่ และศักยภาพในการแข่งขันของตัวธุรกิจเอง
2.ความสม่ำเสมอและนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท : ประวัติการจ่ายเงินปันผลที่มีความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายได้แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความมั่นคงของกระแสเงินสดและนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการแบ่งปันผลกำไรแก่ผู้ถือหุ้น ในทางกลับกัน การจ่ายปันผลที่ไม่สม่ำเสมอหรือมีการงดจ่ายบ่อยครั้งอาจเป็นสัญญาณที่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง แต่ละบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่แตกต่างกัน บางแห่งอาจกำหนดเป็นสัดส่วนคงที่จากกำไรสุทธิ (Dividend Payout Ratio) บางแห่งอาจจ่ายตามจำนวนเงินที่แน่นอน หรือบางแห่งอาจพิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละปี การทำความเข้าใจนโยบายเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มการจ่ายปันผลในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น และประเมินได้ว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการจ่ายปันผลคืนแก่ผู้ถือหุ้นมากน้อยเพียงใด เทียบกับการนำกำไรไปลงทุนต่อเพื่อการเติบโตของกิจการ
3.ประเมินความเหมาะสมของราคาหุ้นด้วยอัตราส่วนทางการเงิน : อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น P/E (Price-to-Earnings Ratio) และ P/BV (Price-to-Book Value Ratio) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการประเมินว่าราคาหุ้น ณ ปัจจุบันมีความสมเหตุสมผลหรือไม่
- P/E Ratio แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนยินดีจ่ายเงินซื้อหุ้นเป็นกี่เท่าของกำไรสุทธิต่อหุ้น หากค่า P/E สูงเกินไปเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมหรือบริษัทคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน อาจเป็นสัญญาณว่าราคาหุ้นนั้นค่อนข้างแพง แม้ว่าอัตราเงินปันผลที่เสนอจะดูน่าสนใจก็ตาม
- P/BV Ratio เปรียบเทียบราคาตลาดของหุ้นกับมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ซึ่งช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพว่า ราคาหุ้นนั้นสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัทเพียงใด การพิจารณาอัตราส่วนเหล่านี้ควบคู่ไปกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผล จะช่วยให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสูงแต่อยู่บนพื้นฐานของราคาหุ้นที่ไม่เหมาะสม หรืออาจมีความเสี่ยงซ่อนอยู่
4.ประเมินความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้นและปัจจัยแวดล้อม : แม้ว่าโดยทั่วไปหุ้นปันผลสูงมักจะเป็นหุ้นของบริษัทที่มีพื้นฐานค่อนข้างมั่นคง แต่ราคาหุ้นก็ยังคงมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโดยรวม ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น ทิศทางอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ นโยบายภาครัฐ หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม สามารถส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลได้เช่นกัน นักลงทุนจึงควรประเมินความเสี่ยงเหล่านี้และพิจารณาว่าตนเองสามารถยอมรับความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุนได้ในระดับใด
หุ้นปันผลสูง ตอบโจทย์นักลงทุนกลุ่มใด?

โดยทั่วไปแล้ว หุ้นปันผลสูงมักจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและสอดคล้องกับเป้าหมายของนักลงทุนกลุ่ม ต่อไปนี้
- ผู้ที่ต้องการสร้างกระแสรายได้สม่ำเสมอจากเงินลงทุน : เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณอายุและต้องการรายได้ประจำเพื่อใช้จ่าย หรือผู้ที่ต้องการสร้างแหล่งรายได้เสริม (Passive Income) จากการลงทุน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือนำไปลงทุนต่อยอดความมั่งคั่ง
- ผู้ที่พร้อมยอมรับความผันผวนของราคาหุ้นได้ในระดับหนึ่ง : แม้จะมุ่งเน้นการรับเงินปันผลเป็นหลัก แต่ผู้ลงทุนต้องเข้าใจและยอมรับได้ว่ามูลค่าของหุ้นที่ถือครองสามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามสภาวะตลาด การลงทุนในหุ้นปันผลจึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาเงินต้นเป็นอันดับแรกและไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้เลย
- นักลงทุนที่มองการณ์ไกลและเน้นการลงทุนระยะยาว : การลงทุนในหุ้นปันผลสูงมักจะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ซึ่งมาจากทั้งเงินปันผลที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ และโอกาสในการเติบโตของมูลค่าหุ้น หากเลือกลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจ
การคัดสรรหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งมาจากบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม และมีแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในระยะยาว และเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง
อย่าลืมการตระหนักเพิ่มเติมเพื่อความสำเร็จในการลงทุน
นอกเหนือจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น การกระจายความเสี่ยง (Diversification) ด้วยการลงทุนในหุ้นปันผลสูงจากหลากหลายอุตสาหกรรม หรือกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุนได้
ลงทุนหุ้นปันผลสูง 2568 อย่างมั่นใจ สร้างรายได้ประจำและความมั่นคงทางการเงิน ด้วยการวิเคราะห์รอบด้าน
สำหรับปี 2568 หุ้นปันผลสูงยังคงเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกระแสรายได้ประจำและมองหาการลงทุนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการลงทุนประเภทนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์อย่างรอบด้านและต่อเนื่อง ทั้งผลการดำเนินงานในอดีต ปัจจัยพื้นฐานของกิจการ ความสม่ำเสมอและนโยบายการจ่ายปันผล การประเมินมูลค่าที่เหมาะสม รวมถึง การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
การเลือกหุ้นจากบริษัทที่มีผลประกอบการมั่นคงและมีนโยบายจ่ายปันผลที่ชัดเจนและต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารและศึกษาปัจจัยพื้นฐานอย่างรอบคอบและสม่ำเสมอก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินและสร้างพอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่นำเสนอในบทความนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็นการชี้นำหรือให้คำแนะนำในการลงทุนใดๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
อ้างอิงข้อมูลจาก settrade,set,pttep,scb,kasikornbank,STGT,NOBLE,PSH,SENA,SIRI,SPALI,PRM,TISCO,AP,LH,KBANK,KKP,BANPU,QH,KTB,PTT,TCAP,RATCH,TASCO,WHA,BBL,BAM,TTB,MEGA,HMPRO
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ "Community สังคมแห่งการลงทุน" เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: https://url.in.th/efinancethai-connect