Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
15 ก.ค. 2025 เวลา 23:46

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

Share

twitter icon
line icon

ท่ามกลางข่าวฉาวที่สั่นคลอนวงการศาสนาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นวิกฤตศรัทธาครั้งสำคัญ ได้จุดประกายคำถามตัวโตในใจของผู้มีจิตกุศลจำนวนมากว่า เงินทำบุญและการบริจาคที่เคยเป็นไปตามความเชื่อนั้น ควรจะถูกส่งต่อไปยังช่องทางใดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและโปร่งใสอย่างแท้จริง ปรากฏการณ์นี้เองอาจเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ภูมิทัศน์ของ ตลาดการกุศลไทย กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ “ศรัทธา” ไม่ได้ผูกติดอยู่กับตัวบุคคลหรือสถาบันแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังมองหา “ความไว้วางใจ” และ “ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้” เป็นที่ตั้งใหม่

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

ภาพรวมของ ตลาดการกุศลไทย ยังคงแสดงให้เห็นถึงสัญญาณการเติบโตที่มั่นคงและน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะขยายตัวขึ้นไปแตะระดับ 150,000 ล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตเฉลี่ยปีละ 2% นับตั้งแต่ปี 2560 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 129,000 ล้านบาท การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากแรงจูงใจดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากเทรนด์ใหม่ๆ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการให้ของคนไทย

ส่องภาพรวมตลาดการกุศลไทย: การเติบโตอย่างมั่นคงสู่ 1.5 แสนล้านบาท

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

จากข้อมูลในภาพได้ฉายให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจของมูลค่าตลาดการกุศลในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2568 มูลค่าของตลาดการให้และการช่วยเหลือในไทยจะขยับขึ้นไปถึงระดับ 150,000 ล้านบาท

เมื่อมองย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 129,000 ล้านบาท ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 2% การเติบโตในระดับนี้อาจดูไม่สูงมากนัก แต่บ่งชี้ถึงความมั่นคงและแนวโน้มการขยายตัวที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่สม่ำเสมอในภาคส่วนการกุศลของประเทศ

ที่น่าสนใจ คือ มูลค่าตลาดนี้เป็นการประเมินจากรายรับขององค์กรเอกชนหลากหลายประเภทที่ไม่แสวงหาผลกำไร ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริการสังคมสงเคราะห์ องค์การทางศาสนา ไปจนถึงองค์การกุศลกิจสงเคราะห์ต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า น้ำใจและการให้ของคนไทยได้หลั่งไหลไปสู่ภาคส่วนที่หลากหลายเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง ภาพรวมการเติบโตนี้จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ตอกย้ำว่าวัฒนธรรมแห่งการให้ยังคงเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในสังคมไทยและพร้อมที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต

ถอดรหัส 4 แรงจูงใจหลัก เบื้องหลังพลังแห่งการให้ของคนไทย

ลำดับแรงจูงใจหลักในการทำการกุศลของคนไทยรายละเอียด
1การทำบุญตามความเชื่อทางศาสนา1% ของค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยต่อเดือนถูกใช้ในกิจกรรมทางศาสนา
2การช่วยเหลือสังคมผ่านการทำ CSRเช่น ปลูกป่า,มอบทุนการศึกษา,เก็บขยะในพื้นที่สาธารณะ ฯลฯ
3การบริจาคในเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ฯลฯ
4การนำไปลดหย่อนภาษีคนไทยบริจาคเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีรวมกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท/ปี

วัฒนธรรมการให้และการทำกุศลที่แข็งแกร่งของสังคมไทยนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล แต่มีแรงผลักดันสำคัญหลายประการที่เป็นเหมือนเสาหลักคอยค้ำจุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งสามารถสรุปเป็น 4 แรงจูงใจหลักที่ขับเคลื่อนให้คนไทยพร้อมที่จะช่วยเหลือและแบ่งปันได้อย่างสม่ำเสมอ

  1. การทำบุญตามความเชื่อทางศาสนา : แรงจูงใจอันดับหนึ่งที่หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตคนไทยคือความเชื่อทางศาสนาและการทำบุญเพื่อสร้างกุศล ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลระบุว่าประมาณ 1% ของค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยในแต่ละเดือน ถูกจัดสรรไว้สำหรับกิจกรรมทางศาสนาโดยเฉพาะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการให้มิใช่เพียงกิจกรรมพิเศษ แต่เป็นกิจวัตรที่ผสานอยู่ในชีวิตของผู้คน
  2. การช่วยเหลือสังคมผ่านการทำ CSR : ในมิติขององค์กรและภาคธุรกิจ การช่วยเหลือสังคมผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ได้กลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งต่อความช่วยเหลือไปสู่ชุมชนและผู้ที่ต้องการ การทำ CSR ไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ให้กับสังคม แต่ยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรด้วย
  3. การบริจาคในเหตุการณ์ฉุกเฉิน : น้ำใจของคนไทยจะฉายชัดเป็นพิเศษในยามวิกฤต การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว เป็นแรงผลักดันที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและต้องการบรรเทาทุกข์ให้เพื่อนมนุษย์อย่างทันท่วงที
  4. การนำไปลดหย่อนภาษี : นอกจากแรงผลักดันทางด้านจิตใจแล้ว ปัจจัยที่จับต้องได้อย่างสิทธิประโยชน์ทางภาษีก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง โดยพบว่าในแต่ละปี คนไทยมีการบริจาคเพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเป็นมูลค่ารวมกว่า 55,000 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรการภาครัฐมีส่วนช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการให้ในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แรงผลักดันหลักที่ยังคงแข็งแกร่ง

รากฐานของการบริจาคในสังคมไทยยังคงหยั่งลึกอยู่กับความเชื่อทางศาสนาและการทำบุญ ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจอันดับหนึ่งเสมอมา ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือสังคมผ่านกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ขององค์กรต่างๆ และการบริจาคเพื่อบรรเทาเหตุการณ์ฉุกเฉินเฉพาะหน้า เช่น อุทกภัยหรืออัคคีภัย ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการให้ นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่น่าสนใจ โดยพบว่ายอดบริจาคเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีมีมูลค่าสูงกว่า 55,000 ล้านบาท

3 เทรนด์ใหม่ พลิกโฉมวงการการกุศล

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มใหม่ 3 ประการ ที่กำลังเข้ามามีบทบาทและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับ ตลาดการกุศลไทย อย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้

  1. แรงจูงใจในการบริจาคที่จำเพาะเจาะจงและหลากหลายขึ้น จากเดิมที่การบริจาคอาจมุ่งเน้นไปที่ประเด็นทางศาสนาหรือการช่วยเหลือสังคมในภาพกว้าง ปัจจุบันผู้บริจาคมีแนวโน้มให้ความสนใจในประเด็นที่เฉพาะเจาะจงและสอดคล้องกับคุณค่าส่วนบุคคลมากขึ้น อาทิ การให้ความช่วยเหลือแก่มูลนิธิพิทักษ์สัตว์ หรือการระดมทุนเพื่อบรรเทาสาธารณภัยอย่างเร่งด่วน การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของช่องทางการบริจาคออนไลน์ (Online Donation) ซึ่งไม่เพียงอำนวยความสะดวกและรวดเร็ว แต่ยังช่วยให้องค์กรการกุศลสามารถสื่อสารประเด็นเฉพาะทางไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที
  2. การก้าวขึ้นมามีบทบาทของผู้บริจาคกลุ่มใหม่ (Gen Z) คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเจเนอเรชันซี (Gen Z) ซึ่งเติบโตมาในสภาพแวดล้อมดิจิทัลโดยสมบูรณ์ ได้กลายเป็นกลุ่มผู้บริจาคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของ ตลาดการกุศลไทย คนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมและความคาดหวังที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ พวกเขาต้องการเห็นผลกระทบที่จับต้องได้จากการบริจาค และต้องการการสื่อสารที่จริงใจและตรวจสอบได้ ดังนั้น องค์กรการกุศลจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารและการดำเนินงานเพื่อสร้างความไว้วางใจจากผู้บริจาคกลุ่มนี้
  3. กำเนิดความร่วมมือรูปแบบใหม่ระหว่างองค์กรและเทคโนโลยี ภูมิทัศน์ใหม่ได้ก่อให้เกิดความร่วมมือที่ไม่เคยมีมาก่อนระหว่างองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในประเด็นทางสังคม กับกลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยี (Tech Startups) ที่มีความคล่องตัวและเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม การผนึกกำลังกันนี้นำไปสู่การสร้างสรรค์แพลตฟอร์มและเครื่องมือการบริจาคที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างการมีส่วนร่วมได้ดีขึ้น ช่วยลดช่องว่างในการส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้รับผลประโยชน์โดยตรงได้อย่างแม่นยำ

4 ประเด็นสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

นอกเหนือจากการปรับตัวให้ทันต่อกระแสใหม่แล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังได้เน้นย้ำถึง 4 ประเด็นสำคัญที่องค์กรการกุศลต้องให้ความสำคัญ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ

  • การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านความโปร่งใส (Trust & Transparency) : ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารถูกตั้งคำถามได้ง่าย ความโปร่งใสจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยพื้นฐานสู่ความอยู่รอด องค์กรต้องสามารถแสดงเส้นทางการเงินและรายงานผลกระทบของการดำเนินงานได้อย่างชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างและรักษาความไว้วางใจจากสาธารณชน
  • การขยายวัตถุประสงค์สู่ผลลัพธ์ระยะยาว (Long-term Impact) : ผู้บริจาคยุคใหม่มองหาการลงทุนทางสังคมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ดังนั้น องค์กรการกุศลควรขยายขอบเขตการทำงานจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ไปสู่การสนับสนุนโครงการที่สร้างผลกระทบในระยะยาว เช่น โครงการด้านการศึกษา หรือการส่งเสริมระบบสาธารณสุข เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
  • การนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่สร้างสรรค์และจูงใจ (Creative Incentives) : แม้การลดหย่อนภาษีจะเป็นแรงจูงใจสำคัญ แต่การสร้างแรงจูงใจในรูปแบบอื่นก็มีความจำเป็น เช่น การมอบสิทธิพิเศษจากร้านค้าพันธมิตร การให้ของที่ระลึก หรือการสร้างชุมชนผู้บริจาคที่มีกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความผูกพันกับผู้บริจาคได้ในระยะยาว
  • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีกลยุทธ์ (Strategic Technology Application) : เทคโนโลยีไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่การเป็นช่องทางรับบริจาค แต่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการภายใน เช่น การทำบัญชีดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริจาคเพื่อพัฒนากลยุทธ์ และการสร้างแพลตฟอร์มที่โปร่งใส ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือขององค์กรในภาพรวม

ทำไมคนไทยชอบทำบุญ

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

สำหรับการ “ทำบุญ” นั้นคงเป็นภาพที่คุ้นตาและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยอย่างแยกไม่ออก เราเห็นการตักบาตรในยามเช้า การบริจาคเงินตามวัดหรือมูลนิธิต่างๆ หรือแม้แต่การช่วยเหลือผู้ยากไร้ในรูปแบบที่หลากหลาย คำถามที่น่าสนใจ คือ เหตุใดการทำบุญจึงเป็นกิจกรรมที่หยั่งรากลึกและมีความสำคัญต่อจิตใจของคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย? สำหรับผลสำรวจเบื้องหลังวัฒนธรรมแห่งการให้นี้ในหลายมิติ ตั้งแต่ความเชื่อทางศาสนาไปจนถึงความสุขใจส่วนบุคคล

รากฐานจากความเชื่อทางศาสนา หลักเรื่องบุญและกรรม

เหตุผลสำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อนการทำบุญของคนไทยนั้นมีรากฐานมาจากหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ จากข้อมูลพบว่าประชากรไทย ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ คำสอนเรื่อง “กรรม” หรือการกระทำ เป็นแกนหลักที่คนไทยรับมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเชื่อว่าการกระทำทุกอย่างย่อมมีผลตามมาเสมอ

“การทำบุญ” ในทางพุทธศาสนาจึงเปรียบเสมือนการสะสม “กรรมดี” ซึ่งก็คือ การสร้างเหตุปัจจัยที่จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตปัจจุบัน หรือความเชื่อว่าจะส่งผลให้มีภพภูมิที่ดีขึ้นในชาติหน้า ความเชื่อนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างบุญเพื่อตนเอง แต่ยังรวมถึง “การอุทิศส่วนกุศล” ให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ หรือแม้แต่เทวดาและเจ้ากรรมนายเวร การทำบุญจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความหวังและความอุ่นใจว่าเราได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตนเองและผู้เป็นที่รักแล้ว

มิติทางวัฒนธรรมและสังคม การทำบุญคือการเชื่อมโยงผู้คน

นอกเหนือจากความเชื่อส่วนบุคคล การทำบุญยังเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยอย่างแนบแน่น “งานบุญ” ต่างๆ เช่น งานกฐิน งานบวช หรือประเพณีในวันสำคัญทางศาสนา ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในชุมชนจะได้มาพบปะสังสรรค์ ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ภาพของการที่ชาวบ้านมารวมตัวกันทำอาหารเพื่อไปถวายพระที่วัด หรือร่วมกันบริจาคปัจจัยเพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ เป็นการกระชับความสัมพันธ์และสร้างความสามัคคีในชุมชนให้แข็งแกร่งขึ้น

วัฒนธรรมการทำบุญถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านการปฏิบัติจริง พ่อแม่มักจะพาลูกหลานไปวัดเพื่อทำบุญตั้งแต่เด็ก เป็นการปลูกฝังเรื่องการให้ การเสียสละ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โดยไม่รู้ตัว ทำให้การทำบุญกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตสำนึกและเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี

เหตุผลทางจิตใจ การให้ที่นำมาซึ่งความสุขและความสบายใจ

ในทางจิตวิทยา การทำบุญหรือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนโดยตรง สามารถสร้างความรู้สึกเชิงบวกให้กับผู้ให้ได้อย่างมหาศาล มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าการทำความดีหรือการช่วยเหลือผู้อื่นสัมพันธ์กับระดับความสุขที่เพิ่มขึ้น สำหรับคนไทยจำนวนมาก การทำบุญเป็นวิธีจัดการกับความเครียด ความกังวล หรือความรู้สึกผิดในใจ เมื่อได้ทำบุญแล้วจะเกิดความรู้สึก “สบายใจ” เหมือนได้ชำระล้างสิ่งที่ไม่ดีออกไปและเติมเต็มด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ

ความรู้สึกนี้เป็นผลตอบแทนทางอารมณ์ที่จับต้องได้ทันที และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะทำบุญอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในยามที่ชีวิตต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน การทำบุญเปรียบเสมือนการสร้างหลักประกันทางใจที่ช่วยให้รู้สึกว่าตนเองได้สร้างเหตุแห่งความดีไว้แล้ว ซึ่งจะนำพาไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีในที่สุด

วิวัฒนาการของการทำบุญในยุคดิจิทัล

ในยุคปัจจุบัน รูปแบบของการทำบุญได้ขยายขอบเขตและปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย การทำบุญไม่ได้จำกัดอยู่แค่การไปวัดหรือบริจาคเงินใส่ตู้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริจาคออนไลน์ให้กับมูลนิธิต่างๆ การระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้ประสบภัยผ่านโซเชียลมีเดีย การอุดหนุนสินค้าจากโครงการเพื่อสังคม หรือแม้แต่การเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสัตว์จรจัด

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าแก่นแท้ของ “การทำบุญ” คือ “เจตนาที่ดี” และ “การให้” ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบไปได้หลากหลาย แต่ยังคงเป้าหมายเดิมคือการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ข้อมูลจากหลายแหล่งชี้ว่ายอดการบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์ ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมการทำบุญ แม้จะอยู่ในบริบทของโลกที่เปลี่ยนไปก็ตาม

ดังนั้นการที่คนไทยชอบทำบุญไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นผลลัพธ์จากการผสมผสานอย่างลงตัวของความเชื่อทางศาสนาที่หยั่งรากลึก บรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ผลตอบแทนทางใจที่สร้างความสุขและความสงบ และความสามารถในการปรับตัวของแนวคิดเรื่องการให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ การทำบุญจึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นอัตลักษณ์ คือวิถีชีวิต และเป็นกลไกสำคัญที่หล่อหลอมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเอื้ออาทรและความมีน้ำใจมาจนถึงทุกวันนี้

แนวโน้มอนาคตตลาดการกุศลไทยในยุคเปลี่ยนผ่านแห่งศรัทธา

เงินทำบุญ 1.5 แสนล้านไปไหน? เจาะตลาดการกุศลไทย พร้อมหาคำตอบทำไมคนไทยชอบทำบุญ

เมื่อนำภาพรวมทั้งหมดมาพิจารณา ตั้งแต่บทเกริ่นนำที่สะท้อนวิกฤตศรัทธาในสถาบันศาสนา ไปจนถึงข้อมูลเชิงลึกด้านแนวโน้มและพฤติกรรมผู้บริจาค จะเห็นได้ว่า ตลาดการกุศลไทย กำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่งกว่าครั้งใดๆ การคาดการณ์การเติบโตสู่มูลค่า 1.5 แสนล้านบาทนั้นเป็นเพียงฉากหน้า แต่ฉากหลังคือการสั่นคลอนของรากฐานความเชื่อมั่นเดิม ซึ่งกำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างรวดเร็วและรุนแรง ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ทำให้พลังแห่งการให้ของคนไทยลดลง แต่กำลังเปลี่ยนทิศทางการไหลของเงินบริจาคไปสู่ระบบนิเวศใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ คือ “การโยกย้ายครั้งใหญ่ของเงินบริจาค” (The Great Redirection of Funds) จากช่องทางดั้งเดิมที่เคยอิงอยู่กับความศรัทธาในตัวบุคคลหรือองค์กรเป็นหลัก ไปสู่องค์กรและโครงการที่สามารถพิสูจน์ตัวเองผ่านความโปร่งใสและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ผู้บริจาคทุกช่วงวัย ไม่ใช่เพียงแค่ Gen Z ต้องกลายเป็นผู้ให้ที่รอบคอบและตั้งคำถามมากขึ้น ส่งผลให้องค์กรการกุศลที่ไม่ใช่สถาบันศาสนา เช่น มูลนิธิด้านสิ่งแวดล้อม, การช่วยเหลือสัตว์, การศึกษา หรือสาธารณสุข ที่สามารถแสดงผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน จะกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและได้รับความไว้วางใจมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

สภาวะดังกล่าวจะนำไปสู่การคัดกรององค์กรการกุศลโดยธรรมชาติ องค์กรที่จะเติบโตและเป็นผู้นำใน ตลาดการกุศลไทย ยุคต่อไป คือกลุ่มที่ปรับตัวอย่างรวดเร็ว) โดยมีคุณลักษณะสำคัญคือ การใช้เทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการสร้างความโปร่งใส, การสื่อสารที่จริงใจและต่อเนื่อง, และการมีวัตถุประสงค์ของโครงการที่ชัดเจนสอดคล้องกับคุณค่าของผู้บริจาคยุคใหม่ ในทางกลับกัน องค์กรที่ยังคงดำเนินงานในรูปแบบเดิม ที่อาศัยเพียงชื่อเสียงในอดีตและไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลให้ตรวจสอบได้ จะต้องเผชิญกับการสูญเสียความเชื่อมั่นและส่วนแบ่งในตลาดไปอย่างต่อเนื่อง จนอาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว

บทสรุปสุดท้ายคือ นิยามของคำว่า “การทำบุญ” และ “การกุศล” ในสังคมไทยกำลังถูกทบทวนและขยายขอบเขตให้กว้างขึ้น มันกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “การให้ตามศรัทธา” ไปสู่ “การลงทุนทางสังคมตามความไว้วางใจ” ความท้าทายที่แท้จริงของ ตลาดการกุศลไทย จึงไม่ใช่การเรียกร้องความใจบุญ แต่คือการแข่งขันเพื่อสร้างและรักษาความไว้วางใจจากสาธารณชน องค์กรใดที่เข้าใจและสามารถปฏิบัติตามพันธสัญญาใหม่นี้ได้ คือองค์กรที่จะอยู่รอดและเป็นผู้กำหนดทิศทางของวงการการให้ในประเทศไทยต่อไปอย่างมั่นคง

ตารางสรุป ตลาดการกุศลไทย

ประเด็นสำคัญสาระสำคัญ
มูลค่าตลาดการกุศลไทยคาดการณ์ปี 2568 มูลค่าตลาดการกุศลไทยแตะ 150,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 2% จากปี 2560 ที่ 129,000 ล้านบาท
แรงจูงใจหลักในการทำบุญ1. ความเชื่อทางศาสนา (1% ของค่าใช้จ่ายครัวเรือนต่อเดือน) 2. CSR ขององค์กร 3. การบริจาคในเหตุการณ์ฉุกเฉิน 4. ลดหย่อนภาษี (55,000 ล้านบาท/ปี)
เทรนด์ใหม่ในวงการกุศล1. บริจาคเฉพาะเจาะจงมากขึ้น 2. Gen Z ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส 3. ความร่วมมือระหว่างองค์กรกับเทคโนโลยี
ปัจจัยสำคัญสู่ความยั่งยืน1. ความโปร่งใส 2. ผลลัพธ์ระยะยาว 3. สิทธิประโยชน์สร้างสรรค์ 4. การใช้เทคโนโลยีอย่างมีกลยุทธ์
เหตุผลที่คนไทยชอบทำบุญ1. รากฐานศาสนา (พุทธศาสนา, กรรมดี) 2. วัฒนธรรมและสังคม (งานบุญ, ความสามัคคี) 3. ผลตอบแทนทางใจ (ความสุข, สบายใจ)
รูปแบบการทำบุญยุคใหม่1. บริจาคออนไลน์ 2. ระดมทุนผ่านโซเชียล 3. อุดหนุนสินค้าสังคม 4. อาสาสมัครช่วยเหลือ
แนวโน้มอนาคตเงินบริจาคจะไหลสู่โครงการที่โปร่งใส-ตรวจสอบได้ องค์กรที่ปรับตัวใช้เทคโนโลยีและสื่อสารชัดเจนจะเติบโตในตลาด

อ้างอิงจาก KResearch,onab และ culture

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้