สมรภูมิ Data Center แสนล้าน เมื่อไทย คือ เป้าหมายลงทุนที่เนื้อหอมสุดในอาเซียน

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญทางเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีสถานะที่เด่นชัดขึ้นในฐานะศูนย์กลางการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และบริการคลาวด์ (Cloud Service) แห่งภูมิภาคอาเซียน ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศ, การปรับเปลี่ยนสู่ระบบคลาวด์ขององค์กร (Cloud Transformation), และความต้องการประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้เกิดการลงทุนมูลค่ามหาศาลจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งและรองรับการเติบโตในอนาคต
ภาพรวมภูมิทัศน์การลงทุนและแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยสะท้อนผ่านข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดย ณ ปี 2024 มีโครงการในกลุ่ม Data Center และ Cloud Service ที่ได้รับอนุมัติรวม 47 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 173,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวแสดงถึงแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน และได้รับการยืนยันอีกครั้งด้วยข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ซึ่งระบุว่ามีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว 45 โครงการ แต่มูลค่าลงทุนรวมกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 380,825 ล้านบาท
การเพิ่มขึ้นของมูลค่าการลงทุนนี้ ชี้ให้เห็นว่าโครงการใหม่ๆ มีขนาดที่ใหญ่และซับซ้อนขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่กำลังขยายตัว นอกจากนี้ การประเมินแนวโน้มระยะกลางระหว่างปี 2024-2027 คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรม Data Center ในประเทศไทยจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้สูงถึง 260,000 ล้านบาท (ประมาณ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนที่สำคัญ
ทัพยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกปักหมุดลงทุน Data Center ในประเทศไทย

ความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะฐานที่ตั้ง Data Center ได้ดึงดูดผู้ให้บริการระดับโลกให้เข้ามาลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล ประกอบด้วย
- Amazon Web Services (AWS) : ประกาศแผนการลงทุนระยะยาวมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2037 โดยมีเฟสแรกมูลค่า 25,000 ล้านบาท
- Microsoft : อยู่ระหว่างการพิจารณาแผนการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 100,000 ล้านบาท
- Google : ลงทุนด้วยมูลค่า 36,000 ล้านบาท
- TikTok (จีน) : ลงทุนด้าน Data Hosting เป็นมูลค่า 126,000 ล้านบาท
- GDS (จีน) : ลงทุน 28,000 ล้านบาท
- Equinix (สหรัฐอเมริกา) : ลงทุน 16,500 ล้านบาท
- NextDC (ออสเตรเลีย) : ลงทุน 13,700 ล้านบาท
- STT GDC (สิงคโปร์) : ลงทุน 4,500 ล้านบาท
- Alibaba Cloud (จีน) : ลงทุน 4,000 ล้านบาท
- Evolution Data Centres (สิงคโปร์) : ลงทุน 4,000 ล้านบาท
- Supernap (Switch, สหรัฐอเมริกา) : ลงทุน 3,000 ล้านบาท
- Huawei Technologies (จีน) : ลงทุน 3,000 ล้านบาท
- Telehouse (ญี่ปุ่น) : ลงทุน 2,700 ล้านบาท
- One Asia (ฮ่องกง) : ลงทุน 2,000 ล้านบาท
บทบาทของบริษัทไทยและกลุ่มร่วมทุนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนไทยได้แสดงบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งในฐานะผู้ให้บริการโดยตรงและในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งสร้างพลวัตให้กับการแข่งขันและการเติบโตของอุตสาหกรรม
ผู้ให้บริการสัญชาติไทยที่มีความแข็งแกร่งในตลาดมายาวนาน เช่น ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ (True IDC), บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (INET), และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแก่ลูกค้าในประเทศ
อย่างไรก็ตาม รูปแบบการลงทุนที่น่าจับตามองที่สุด คือ "การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์" ซึ่งเป็นการผสานจุดแข็งระหว่างกลุ่มทุนไทยที่มีความเข้าใจในตลาดและมีทรัพยากรในประเทศ เข้ากับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญและมาตรฐานสากล ตัวอย่างที่ชัดเจน ได้แก่
- กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ที่ร่วมทุนกับ GIP-BlackRock ด้วยแผนการลงทุนมูลค่าสูงถึง 105,000-175,000 ล้านบาท
- บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) ที่ร่วมมือกับ Digital Edge ด้วยแผนลงทุนอีก 80,000-100,000 ล้านบาท
- กลุ่ม GSA ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง Gulf, Singtel, และ AIS
- บริษัท อีโวลูชั่น ดีซี (ไทยแลนด์) จำกัด ที่เกิดจากความร่วมมือของ Evolution Data Centres, เซ็นทรัลพัฒนา, และ NT
โมเดลการร่วมทุนเหล่านี้ช่วยเร่งการพัฒนาโครงการ Data Center ขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล
สรุป ตาราง สมรภูมิ Data Center แสนล้าน ไทยขึ้นแท่นเป้าหมายลงทุนสุดฮอตในอาเซียน
ผู้ลงทุน/กลุ่มทุนหลัก | มูลค่าการลงทุน (ล้านบาท) | รายละเอียด/รูปแบบการลงทุน | ประเทศต้นทาง/พันธมิตรหลัก |
Amazon Web Services (AWS) | 200,000 (แผนถึงปี 2037) 25,000 (เฟสแรก) | ลงทุนสร้าง Data Center ระยะยาว | สหรัฐอเมริกา |
Microsoft | 100,000 | อยู่ระหว่างพิจารณาแผนลงทุน | สหรัฐอเมริกา |
Google | 36,000 | ลงทุน Data Center | สหรัฐอเมริกา |
TikTok | 126,000 | Data Hosting | จีน |
GDS | 28,000 | ลงทุน Data Center | จีน |
Equinix | 16,500 | ลงทุน Data Center | สหรัฐอเมริกา |
NextDC | 13,700 | ลงทุน Data Center | ออสเตรเลีย |
STT GDC | 4,500 | ลงทุน Data Center | สิงคโปร์ |
Alibaba Cloud | 4,000 | ลงทุน Data Center | จีน |
Evolution Data Centres | 4,000 | ลงทุน Data Center | สิงคโปร์ |
Supernap (Switch) | 3,000 | ลงทุน Data Center | สหรัฐอเมริกา |
Huawei Technologies | 3,000 | ลงทุน Data Center | จีน |
Telehouse | 2,700 | ลงทุน Data Center | ญี่ปุ่น |
One Asia | 2,000 | ลงทุน Data Center | ฮ่องกง |
CP + GIP-BlackRock | 105,000-175,000 | ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ | ไทย + สหรัฐฯ |
BGRIM + Digital Edge | 80,000-100,000 | ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ | ไทย + สิงคโปร์ |
GSA (Gulf, Singtel, AIS) | ไม่ระบุ | ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ | ไทย + สิงคโปร์ |
Evolution DC (ไทยแลนด์) | ไม่ระบุ | ร่วมทุน: Evolution Data Centres, เซ็นทรัลพัฒนา, NT | ไทย + สิงคโปร์ |
True IDC, INET, NT | ไม่ระบุ | ผู้ให้บริการ Data Center สัญชาติไทย | ไทย |
บทสรุปและทิศทางในอนาคต กับ โอกาส ความท้าทาย และการก้าวสู่ศูนย์กลางดิจิทัล

การหลั่งไหลเข้ามาของการลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center ในประเทศไทย ซึ่งขับเคลื่อนโดยผู้ให้บริการระดับโลกและกลุ่มทุนชั้นนำของไทย ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของประเทศบนแผนที่เศรษฐกิจดิจิทัลโลก ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มขึ้นของสิ่งปลูกสร้างทางกายภาพ แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ที่จะส่งผลกระทบเชิงลึกและกว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในทศวรรษหน้า
ผลกระทบเชิงบวกจากการลงทุน Data Center ครั้งนี้ จะขยายวงกว้างเกินกว่ามูลค่าการลงทุนโดยตรง การมี Data Center ขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานสากลตั้งอยู่ในประเทศ (In-country Data Center) จะช่วยลดความหน่วงในการเข้าถึงข้อมูล (Latency) และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบริการคลาวด์และ AI อย่างมหาศาล สิ่งนี้จะกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ในภาคธุรกิจไทย ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ด้วยต้นทุนที่สมเหตุสมผลยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม, ผลิตภัณฑ์ และบริการดิจิทัลใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เดิมพันอนาคตประเทศ เมื่อ Data Center คือ 'โอกาส' ของคนไทยทุกคน
อย่างไรก็ตาม การเดินทางสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียน (ASEAN Digital Hub) อย่างสมบูรณ์นั้นยังมีความท้าทายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ประการแรกคือ ความท้าทายด้านบุคลากรที่มีทักษะสูง (Skilled Workforce) ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมคลาวด์, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, และการบริหารจัดการ Data Center จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด การพัฒนาและยกระดับทักษะของบุคลากรในประเทศจึงเป็นวาระเร่งด่วนเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม
ประการที่สอง คือ ความยั่งยืนด้านพลังงาน (Energy Sustainability) Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น การเติบโตของศูนย์ข้อมูลจึงต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับทิศทางของโลก ซึ่งการเข้ามามีบทบาทของกลุ่มทุนด้านพลังงานในการร่วมทุน ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชี้ให้เห็นถึงการตระหนักในประเด็นนี้
ท้ายที่สุด แม้ว่าความท้าทายเหล่านี้จะมีอยู่จริง แต่ทิศทางการลงทุน Data Center ในประเทศไทยยังคงแข็งแกร่งและมีศักยภาพสูง หากทุกภาคส่วนสามารถร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านบุคลากรและพลังงาน พร้อมกับการรักษาสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระลอกใหญ่นี้ จะเป็นมากกว่าแค่การสร้างศูนย์ข้อมูล แต่จะเป็นการวางเสาหลักแห่งความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว และตอกย้ำสถานะการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลที่สำคัญของภูมิภาคได้อย่างเต็มภาคภูมิ
อ้างอิงข้อมูลจาก thairath,thairath,thestorythailand,forbesthailand,posttoday,thansettakij และ techsauce
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ "Community สังคมแห่งการลงทุน" เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect