Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
05 ต.ค. 2025 เวลา 00:35

เจาะหุ้นไทยหลังไตรมาส 3/2568 หุ้นไหนกำไรพุ่ง หุ้นไหนชะลอตัว?

เจาะหุ้นไทยหลังไตรมาส 3/2568 หุ้นไหนกำไรพุ่ง หุ้นไหนชะลอตัว?

Share

twitter icon
line icon

เมื่อตลาดหุ้นไทยเริ่มส่งสัญญาณปรับฐานหลังทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า นักลงทุนต่างจับตามองทิศทางตลาดและผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะชี้วัดความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบด้าน บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกมุมมองและกลยุทธ์การลงทุนจากคุณทรงกรด วงศ์ไชย ผู้ช่วยกรรมการผุ้จัดการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) หรือ FSSIA ที่ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยไว้ในรายการ F1 Money EP.230  เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักลงทุนสามารถวางแผนรับมือกับความผันผวนและมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

เจาะหุ้นไทยหลังไตรมาส 3/2568 หุ้นไหนกำไรพุ่ง หุ้นไหนชะลอตัว?

เจาะหุ้นไทยหลังไตรมาส 32568 หุ้นไหนกำไรพุ่ง หุ้นไหนชะลอตัว

ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 3/2568 ถูกคาดการณ์ว่า อาจจะชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 สาเหตุหลักมาจากในไตรมาสก่อนหน้ามีหลายบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมีและพลังงานที่มีการบันทึกรายการพิเศษเข้ามาเป็นจำนวนมาก ขณะที่ในไตรมาสนี้ ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจหลักดังกล่าวยังไม่เห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนนัก ประกอบกับการที่ภาครัฐขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวดังกล่าวคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก โดยอาจเป็นการปรับลดลงในกรอบประมาณบวกลบ 5% เท่านั้น

สถานการณ์ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) และการปรับฐาน

ภายหลังจากที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) สามารถปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,300 จุดได้สำเร็จ ตลาดก็ได้เผชิญกับแรงขายทำกำไรอย่างหนาแน่น ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนจำนวนไม่น้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในรายละเอียดและบริบทของตลาดในช่วงที่ผ่านมา การปรับฐานครั้งนี้อาจเป็นเพียงการพักตัวตามปกติ และอาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนในการวางกลยุทธ์รอบใหม่

การปรับฐานในฐานะกลไกปกติของตลาด

การที่ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลงประมาณ 20 จุดภายในระยะเวลาเพียง 2 วันนั้น ยังไม่ถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวล เนื่องจากต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนที่ดัชนีสามารถดีดตัวขึ้นมาได้มากกว่า 80 จุด ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการสะสมกำลังที่ทำให้ตลาดวิ่งขึ้นมาแล้วกว่า 200 – 300 จุดในช่วงก่อนหน้า

ดังนั้น การย่อตัวลงของดัชนีในปัจจุบันจึงเป็นเพียงการปรับฐานในระยะสั้น ซึ่งเป็นกลไกปกติของตลาดหุ้นที่ต้องมีการขายทำกำไรออกมาบ้างหลังจากที่มีการปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง การปรับลดลงในระดับนี้คิดเป็นเพียงประมาณ 2% เท่านั้น ซึ่งยังถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่ตลาดสร้างได้ก่อนหน้านี้

มองแนวรับสำคัญและจังหวะในการเข้าสะสม

ในเชิงเทคนิค คุณทรงกรด ได้ให้ความเห็นว่า การปรับฐานของดัชนีในระดับ 5% ถือเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ หากคำนวณจากฐานดัชนีที่ระดับ 1,300 จุด การย่อตัวลง 5% จะหมายถึงดัชนีมีโอกาสปรับลดลงไปทดสอบบริเวณแนวรับที่ 1,225 – 1,230 จุดได้  

อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจและเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับนักลงทุนในเวลานี้ คือ การมองหาจังหวะในการทยอยเข้าสะสม โดยได้เน้นย้ำว่า หากดัชนี SET Index มีการย่อตัวลงมาในระดับที่ต่ำกว่า 1,250 จุด จะถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาวในการพิจารณาเข้าลงทุน เนื่องจากการปรับตัวลงมายังบริเวณดังกล่าวจะทำให้ราคาหุ้นพื้นฐานดีหลายตัวกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจและมีมูลค่าที่เหมาะสมต่อการลงทุนมากขึ้น

วิเคราะห์หุ้นรายกลุ่ม Q3/68 : กลุ่มไหนรุ่ง กลุ่มไหนร่วง? เจาะลึกก่อนประกาศงบจริง

มุมมองเชิงลึกต่อแนวโน้มผลกำไรในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ซึ่งเผยให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโตและกลุ่มที่เผชิญกับปัจจัยท้าทาย

กลุ่มธุรกิจที่คาดว่ากำไรจะเติบโต

กลุ่มธุรกิจแนวโน้มผลกำไรปัจจัยสนับสนุน / ปัจจัยกดดันหุ้นที่กล่าวถึง
อิเล็กทรอนิกส์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแสการลงทุนใน AI ทั่วโลก ทำให้คำสั่งซื้อชิ้นส่วนและชิปเพิ่มขึ้นDELTA
สื่อสารและเทคโนโลยี (ICT)เติบโตดีอย่างต่อเนื่องการแข่งขันในอุตสาหกรรมลดลง และความต้องการใช้งานข้อมูล (Data) เพิ่มขึ้นสม่ำเสมอADVANC, TRUE
ค้าปลีกฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth) เริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่กำลังซื้อโดยรวมยังถูกกดดันTBC

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ยังคงมีบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างการเติบโตของผลกำไรได้อย่างโดดเด่นจากปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว

  • กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเฉพาะบางบริษัท) : กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นกลุ่มที่น่าจับตามองที่สุด โดยมีบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA เป็นผู้นำที่ชัดเจน ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก ส่งผลให้คำสั่งซื้อชิ้นส่วนและชิปที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งจากคำสั่งซื้อของลูกค้าโดยตรงและที่ส่งผ่านมาจากบริษัทแม่ในไต้หวัน ทำให้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 ของ DELTA มีทิศทางที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
  • กลุ่มสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) : กลุ่มสื่อสารถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ลดความรุนแรงลงอย่างชัดเจน หลังจากเหลือผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเพียง 2 ราย คือ ADVANC และ TRUE ประกอบกับความต้องการใช้งานข้อมูล (Data) ของผู้บริโภคที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้บริษัทในกลุ่มนี้สามารถรักษาการเติบโตของรายได้และผลกำไรไว้ได้อย่างมีเสถียรภาพ
  • กลุ่มค้าปลีก (ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป) : สำหรับกลุ่มค้าปลีก คาดว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 จะมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลการดำเนินงานค่อนข้างแผ่วลงอย่างมาก สัญญาณบวกที่สำคัญ คือ ยอดขายของสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth) ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นจากที่เคยติดลบอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นโดดเด่นมากนัก เนื่องจากกำลังซื้อโดยรวมยังคงถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ

กลุ่มธุรกิจที่แนวโน้มกำไรชะลอตัว

กลุ่มธุรกิจแนวโน้มผลกำไรปัจจัยสนับสนุน / ปัจจัยกดดันหุ้นที่กล่าวถึง
เกษตรและอาหารชะลอตัวราคาเนื้อหมู, ราคาไข่ และราคากุ้งปรับตัวลดลงรุนแรง สวนทางกับไตรมาส 2 ที่ราคาอยู่ในระดับสูงTBC
พลังงานและปิโตรเคมีอ่อนตัวลงส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread Margin) อยู่ในระดับต่ำ และไม่มีรายการพิเศษเหมือนไตรมาสก่อนPTTGC, SCC
โรงพยาบาลเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร (YoY)สถานการณ์โรคระบาดตามฤดูกาลไม่รุนแรงเท่าปีก่อน และไม่มีการขยายการลงทุนเพิ่มจำนวนเตียงTBC

ในทางตรงกันข้าม มีกลุ่มธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับปัจจัยกดดัน ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มผลกำไรในไตรมาสที่ 3 มีทิศทางชะลอตัวลง

  • กลุ่มเกษตรและอาหาร (โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์) : กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวัฏจักรของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาเนื้อหมู ราคาไข่ และราคากุ้ง ที่มีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงและทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบหลายเดือน ซึ่งสวนทางกับสถานการณ์ในไตรมาสที่ 2 ที่ราคาอยู่ในระดับสูงและทำให้บริษัทในกลุ่มนี้สามารถทำกำไรได้อย่างโดดเด่น การกลับตัวของราคาดังกล่าวจึงส่งผลกระทบเชิงลบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้
  • กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี : คาดว่าผลการดำเนินงานโดยรวมจะอ่อนตัวลง โดยเฉพาะในหุ้นขนาดใหญ่อย่าง PTTGC และ SCC (ในส่วนธุรกิจปิโตรเคมี) ปัจจัยกดดันหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread Margin) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำตามภาวะอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก นอกจากนี้ การที่ไตรมาสก่อนหน้ามีรายการพิเศษเข้ามาช่วยสนับสนุนผลกำไร เมื่อไม่มีรายการดังกล่าวในไตรมาสนี้ จึงทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานดูชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
  • กลุ่มโรงพยาบาล : แม้ว่าโดยปกติแล้วไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน จะถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาล แต่คาดการณ์ว่าการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (Year-on-Year) อาจไม่ดีเท่าที่ควร สาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์โรคระบาดตามฤดูกาลในปีนี้ไม่รุนแรงเท่ากับปีก่อนหน้า ประกอบกับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มีการขยายการลงทุนเพื่อเพิ่มจำนวนเตียงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ศักยภาพในการเติบโตของรายได้มีจำกัดเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน

เจาะกลุ่มธนาคารและผลกระทบจากดอกเบี้ยที่ลดลง

เจาะหุ้นไทยหลังไตรมาส 32568 หุ้นไหนกำไรพุ่ง หุ้นไหนชะลอตัว

ในมุมมองของ คุณทรงกรด ได้มีการประเมินว่า ผลกำไรโดยรวมของกลุ่มธนาคารในไตรมาสที่ 3 อาจปรับตัวลดลงประมาณ 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และคาดว่าจะลดลงถึง 5.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งการชะลอตัวดังกล่าวมีปัจจัยกดดันหลักมาจากสองประเด็นสำคัญ

ความท้าทายจากการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว

ปัจจัยแรกที่ส่งผลกระทบโดยตรง คือ การเติบโตของสินเชื่อที่อยู่ในภาวะชะงักงัน ซึ่งเกิดจากสองมิติประกอบกัน ประการแรก คือ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนหรือขยายกิจการจากภาคธุรกิจลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ประการที่สอง คือ ท่าทีของสถาบันการเงินเองที่มีความระมัดระวังและเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เมื่ออุปสงค์และอุปทานสินเชื่อต่างชะลอตัวลง จึงส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของรายได้หลักของกลุ่มธนาคาร

แรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่แคบลง

ปัจจัยที่สองซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญไม่แพ้กัน คือ แนวโน้มของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin หรือ NIM) ที่แคบลง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในช่วงขาลง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยรับจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ปรับตัวลดลงตามไปด้วย ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจหลักของธนาคาร และทำให้มาร์จิ้นโดยรวมของกลุ่มธนาคารมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลง

ข้อยกเว้นที่น่าสนใจ ‘ธนาคารกรุงไทย (KTB)’

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาพรวมของผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่ชะลอตัว คุณทรงกรดได้ชี้ให้เห็นถึงกรณีศึกษาที่น่าสนใจ นั่นคือ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าอาจมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างโดดเด่นและสวนทางกับอุตสาหกรรมได้ ปัจจัยสำคัญไม่ได้มาจากผลการดำเนินงานปกติ แต่มาจากโอกาสในการรับรู้กำไรพิเศษ (Extraordinary Item) ที่เกิดจากการถือครองหุ้นของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งหากมีการบันทึกกำไรดังกล่าวเข้ามาในไตรมาสนี้ ก็จะส่งผลให้ตัวเลขกำไรสุทธิของ KTB มีความโดดเด่นกว่าธนาคารพาณิชย์อื่นอย่างมีนัยสำคัญ

หุ้นเด่นสวนกระแส : DELTA ผู้นำ AI และกลุ่ม ICT เกราะป้องกันตลาดผันผวน

สองกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจและมีแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งสวนทางกับภาพรวมของตลาด ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่นำโดย DELTA และกลุ่มสื่อสาร (ICT) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ : DELTA โดดเด่นบนคลื่นมหาอำนาจ AI

สำหรับกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 นั้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ยังคงมีสถานะเป็นดาวเด่นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มอย่างชัดเจน ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ DELTA แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่น คือ การเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแสการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก ซึ่งแตกต่างจากผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายอื่นในประเทศที่ยังคงพึ่งพิงการผลิตชิ้นส่วนในกลุ่มยานยนต์หรือกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นซึ่งยังไม่ฟื้นตัวดีนัก

ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ได้ส่งผลให้คำสั่งซื้อชิ้นส่วนของ DELTA ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ของบริษัทในฐานะผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม คุณทรงกรดได้ให้ข้อสังเกตว่า ราคาหุ้นของ DELTA ได้ปรับตัวขึ้นมาตอบรับปัจจัยบวกดังกล่าวไปแล้วในระดับหนึ่ง ดังนั้น แม้แนวโน้มผลประกอบการจะยังคงแข็งแกร่ง แต่นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงมูลค่าหุ้นในปัจจุบันเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

กลุ่มสื่อสาร (ICT) : สินทรัพย์ปลอดภัยในยามตลาดไม่แน่นอน

ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มีความโดดเด่นในด้านการเติบโต กลุ่มสื่อสาร (ICT) กลับมีความน่าสนใจในฐานะที่เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความมั่นคงและทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจสูง ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากพื้นฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทในกลุ่มนี้ ซึ่งสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือเป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจมากนัก เนื่องจากบริการด้านการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปภายหลังการควบรวมกิจการ ทำให้ปัจจุบันเหลือผู้เล่นรายใหญ่เพียง 2 รายในตลาด ซึ่งส่งผลให้การแข่งขันด้านราคามีแนวโน้มลดลง และเอื้อต่อการรักษาเสถียรภาพของผลกำไรในระยะยาว ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวกลุ่มสื่อสารจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน หรือนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่สูงมากนัก แต่ยังคงต้องการผลตอบแทนที่มั่นคง

ภาพรวมกลุ่มค้าปลีกและสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำไร

กลุ่มค้าปลีกกำลังแสดงสัญญาณของการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยถือว่าได้ผ่านพ้นจุดที่ต่ำที่สุดของผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 มาแล้ว อย่างไรก็ตาม ทิศทางการฟื้นตัวดังกล่าวยังเป็นไปอย่างช้าๆ และยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร

ปัจจัยกดดันสำคัญที่ยังคงจำกัดการเติบโตของกลุ่มค้าปลีก คือ กำลังซื้อโดยรวมของภาคครัวเรือนที่ยังคงเปราะบาง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่เศรษฐกิจในประเทศขาดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐเข้ามาสนับสนุนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าตัวชี้วัดสำคัญอย่างยอดขายของสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth) จะเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นจากที่เคยติดลบอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นได้ ดังนั้น แนวโน้มผลกำไรของกลุ่มค้าปลีกจึงคาดว่าจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงเป็นการเติบโตในกรอบที่จำกัด

ผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อหุ้นส่งออกและตลาดทุน

อีกหนึ่งปัจจัยมหภาคที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ ทิศทางของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งสร้างผลกระทบที่ซับซ้อนต่อตลาดทุนไทย แม้ว่าตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์แล้ว การแข็งค่าของสกุลเงินควรจะดึงดูดกระแสเงินทุนจากต่างประเทศให้ไหลเข้าสู่ตลาดทุน แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกลับสวนทางกัน โดยข้อมูลชี้ว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

ในประเด็นนี้ คุณทรงกรด มองว่า การที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามากจนเกินไป อาจทำให้สินทรัพย์ของไทย ซึ่งรวมถึงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีราคาแพงขึ้นในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ และลดทอนความน่าสนใจในการลงทุนลงได้ ดังนั้น การแข็งค่าของเงินบาทในสถานการณ์ปัจจุบันจึงส่งผลกระทบในสองมิติหลัก ประการแรก คือ สร้างแรงกดดันเชิงลบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันและผลกำไรของหุ้นกลุ่มส่งออก และประการที่สอง คือ ไม่ได้เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากไม่สามารถดึงดูดกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศได้อย่างที่ควรจะเป็น

แนวทางและกลยุทธ์การลงทุนช่วงตลาดผันผวน

สำหรับกรอบแนวคิดและกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจสำหรับช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ การบริหารเงินสดและวินัยในการรอคอย สำหรับกลยุทธ์พื้นฐานที่สำคัญที่สุดในช่วงที่ตลาดผันผวน คือ การสำรองเงินสด (Hold Cash) และมีวินัยในการรอคอยจังหวะที่เหมาะสม การถือครองเงินสดในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวม และที่สำคัญ คือ เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์คุณภาพดีในระดับราคาที่น่าสนใจ เมื่อตลาดมีการปรับฐานหรือย่อตัวลงมาอย่างมีนัยสำคัญ การมีเงินสดสำรองไว้จึงเปรียบเสมือนการมีเครื่องมือที่พร้อมจะฉวยโอกาสในยามที่นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังตื่นตระหนก

การกำหนดจุดเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์

นอกจากการรอคอยแล้ว การกำหนดจุดเข้าซื้อที่ชัดเจนเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของกลยุทธ์การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยคุณทรงกรด ได้ให้มุมมองเชิงเทคนิคว่า ดัชนี SET Index ที่ระดับ ต่ำกว่า 1,250 จุด ถือเป็นแนวรับที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และเป็นระดับที่นักลงทุนสามารถเริ่มทยอยเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดีได้ โดยการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเช่นนี้จะช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบและหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อที่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง

การคัดเลือกสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง

ในช่วงที่ตลาดผันผวน การเลือกหุ้นเป็นรายตัว (Stock Selection) จะมีความสำคัญมากขึ้น โดยนักลงทุนควรเลือกให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้

  • กลุ่มความเสี่ยงต่ำ : สำหรับนักลงทุนที่ต้องการจำกัดความเสี่ยงและเน้นความปลอดภัยของเงินลงทุน หุ้นในกลุ่มสื่อสาร (ICT) ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีลักษณะเป็น Defensive Stock มีรายได้และกระแสเงินสดที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ และไม่ได้รับผลกระทบจากวัฏจักรเศรษฐกิจมากนัก
  • กลุ่มเติบโต (Growth Stock) : สำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงขึ้นและต้องการโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูง หุ้นอย่าง DELTA ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจจากแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งซึ่งขับเคลื่อนด้วยกระแสเทคโนโลยี AI อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญ คือ ควรพิจารณาเข้าลงทุน “ก็ต่อเมื่อราคามีการย่อตัวลงมาอย่างรุนแรง” เนื่องจากราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยบวกไปแล้วในระดับหนึ่ง

การปรับมุมมองการลงทุนสู่ระยะสั้น

ในภาวะที่ตลาดยังคงรอคอยปัจจัยใหม่ๆ ที่จะเข้ามาชี้นำทิศทางในระยะยาว กลยุทธ์การลงทุนอาจจำเป็นต้องปรับมุมมองมาเน้นที่การเก็งกำไรตามรอบในระยะสั้น (Short-term Trading) ไปก่อน การลงทุนในลักษณะนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างกระแสเงินสดจากความผันผวนของตลาดได้ โดยยังไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์ในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัจจัยมหภาคที่ยังคงมีอยู่

จับจังหวะเก็งกำไร โอกาสในหุ้นงบดี และบทวิเคราะห์หุ้นเล็ก-กลาง

นอกเหนือจากกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวแล้ว การเก็งกำไรในระยะสั้นถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่นักลงทุนใช้เพื่อสร้างผลตอบแทนจากความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น สำหรับโอกาสในการเก็งกำไรในสองกลุ่มหลักที่น่าสนใจ ได้แก่ หุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการดี และกลุ่มหุ้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง

โอกาสในการเก็งกำไรหุ้นที่คาดการณ์ผลประกอบการดี

โดยธรรมชาติของตลาดทุน ราคาหุ้นมักจะเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของนักลงทุนล่วงหน้าก่อนที่ข้อมูลจะถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับการเก็งกำไรผลประกอบการ โดยหุ้นที่ถูกคาดการณ์ว่าจะรายงานผลกำไรออกมาดี มักจะมีแรงซื้อเข้ามาผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นไปก่อนแล้วระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม คุณทรงกรด ได้ชี้ให้เห็นถึง “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่ยังคงมีอยู่ เนื่องจากช่วงเวลาการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ที่แท้จริงนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม ระยะเวลาที่ยังเหลืออยู่นี้จึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นเป้าหมายได้ กลยุทธ์นี้เป็นการลงทุนบนความคาดหวังและโมเมนตัมของตลาด ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องประเมินทั้งแนวโน้มผลประกอบการและราคาหุ้นที่ตอบรับไปแล้วเพื่อประกอบการตัดสินใจ

การประเมินจังหวะของหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง

สำหรับหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งมักเป็นเป้าหมายสำคัญของการเก็งกำไรเนื่องจากมีความคล่องตัวสูงนั้น คุณทรงกรด ได้ให้มุมมองที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น โดยได้อธิบายถึงวัฏจักรของตลาดว่า โดยปกติแล้วกระแสเงินทุนจะไหลเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่ ก่อนในช่วงแรกของการปรับตัวขึ้นของตลาด และเมื่อตลาดเข้าสู่ภาวะกระทิงเต็มตัวในระยะท้าย การเก็งกำไรจึงจะเริ่มกระจายมาสู่หุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางในระลอกสุดท้าย

จากสภาวะตลาดในปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ตลาดได้เข้าสู่ช่วงของการเก็งกำไรในระลอกสุดท้ายดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาจากข้อมูลในตลาดฟิวเจอร์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ พบว่า สถานะการถือครองสัญญาซื้อล่วงหน้าสุทธิ ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งแตกต่างจากช่วงที่ตลาดมีความเชื่อมั่นสูงในอดีตที่เคยมีสถานะ Long สุทธิเกือบแสนสัญญา ตัวเลขดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อทิศทางตลาดในระยะข้างหน้ายังไม่กลับมาเต็มที่ ดังนั้น ด้วยปัจจัยแวดล้อมและสัญญาณทางเทคนิคในปัจจุบัน จึงอาจสรุปได้ว่า การเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางในภาพรวมอาจจะยังไม่ใช่จังหวะเวลาที่เหมาะสมนักในขณะนี้

บทสรุป : การลงทุนท่ามกลางความท้าทาย สู่การแสวงหาโอกาสในตลาดหุ้นไทย

เจาะหุ้นไทยหลังไตรมาส 32568 หุ้นไหนกำไรพุ่ง หุ้นไหนชะลอตัว

จากการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดและกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีกำลังดำเนินไปท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความท้าทาย สำหรับนักลงทุนไทยแล้ว ความสำเร็จในการลงทุนจากนี้ไปไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ทิศทางตลาดในภาพใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเลือกเฟ้นสินทรัพย์ที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว และการวางกลยุทธ์การลงทุนที่ยืดหยุ่นและรอบคอบ

ความเป็นจริงที่นักลงทุนต้องเผชิญ คือ ภาวะที่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดั้งเดิมหลายกลุ่ม เช่น พลังงาน ปิโตรเคมี และธนาคารกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านผลกำไรจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ประกอบกับกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ซึ่งส่งผลต่อกลุ่มค้าปลีก และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ กลับปรากฏให้เห็นถึงโอกาสที่น่าสนใจในกลุ่มธุรกิจที่สามารถเติบโตสวนกระแสได้

ภาพของตลาดที่ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอาจไม่เกิดขึ้นในสภาวะปัจจุบัน แต่จะถูกแทนที่ด้วยภาพของ การเติบโตที่ไม่เท่ากัน ซึ่งหมายความว่า การเลือกหุ้นเป็นรายตัว จะทวีความสำคัญขึ้นอย่างยิ่งยวด กลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกับแนวโน้มการเติบโตของโลก เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยี AI หรือกลุ่มธุรกิจที่มีเกราะป้องกันความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจอย่างกลุ่มสื่อสาร จะกลายเป็นเป้าหมายหลักของกระแสเงินทุน

ดังนั้น เส้นทางข้างหน้าสำหรับ นักลงทุนไทยจึงต้องอาศัยวินัย ความอดทน และการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลเป็นสำคัญ การรีบร้อนเข้าลงทุนหรือไล่ราคาในภาวะที่ตลาดยังไม่มีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน โดยเฉพาะในหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีความผันผวนสูง อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงมากกว่าโอกาส กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้คือ การรักษาเงินสดเพื่อรอจังหวะเข้าสะสมสินทรัพย์เป้าหมายในยามที่ตลาดเกิดการปรับฐานลงมาอย่างมีนัยสำคัญ

ท้ายที่สุด แม้เส้นทางของตลาดหุ้นไทยอาจจะยังไม่ราบรื่น แต่สำหรับนักลงทุนที่มีการเตรียมพร้อมและมีมุมมองการลงทุนที่ชัดเจน ทุกความผันผวนที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยง แต่คือโอกาสในการเข้าถึงสินทรัพย์คุณภาพในราคาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเติบโตให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาวต่อไป

อ้างอิงจาก F1 Money EP.230 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect

แท็กที่เกี่ยวข้อง

DELTASET Indexกลยุทธ์การลงทุนการลงทุนตลาดหุ้นไทยผลประกอบการ Q3/68วิเคราะห์หุ้นหุ้นรายกลุ่มหุ้นเด่น

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

คุณสุภารัตน์ งามศรี (หนึ่ง)

โทร : 099-446-4366

Email : suparat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที