Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
24 ส.ค. 2025 เวลา 18:54

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้  แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

Share

twitter icon
line icon

ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้ากำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยมีปัจจัยชี้นำทั้งจากสถานการณ์การเมืองในประเทศและทิศทางนโยบายการเงินของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลให้ทิศทางของตลาดผันผวนได้อย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะวิเคราะห์แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์หน้า จากรายการ  F1 Money EP.206 ผ่านมุมมองของคุณวิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) ที่ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

สำหรับ หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์ที่ 25-31 /08/2025 ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนภาพการประคองตัวอย่างชัดเจน โดยดัชนียังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ หรือที่เรียกว่าภาวะ “ไซด์เวย์” (Sideways) ซึ่งเป็นสภาวะที่ตลาดยังขาดปัจจัยชี้นำทิศทางที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีปัจจัยบวกระยะสั้นจากการเมืองในประเทศเข้ามาช่วยหนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้นได้บ้าง แต่โดยภาพรวมแล้ว ดัชนียังคงเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1250 จุด 

ภาพรวมหุ้นไทยในสัปดาห์นี้และแนวโน้มสัปดาห์หน้า

คุณวิลาสินี ได้ให้มุมมองต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทยว่า ปัจจัยที่ช่วยพยุงเสถียรภาพของดัชนีไว้ไม่ได้มาจากปัจจัยภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญ นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นยังเป็นอีกหนึ่งแรงหนุน โดยจะเห็นได้จากการที่หลายสำนักวิจัยได้ทยอยปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยในปีนี้ ซึ่งกรอบการคาดการณ์สูงสุดได้ขยับขึ้นไปสูงกว่า 2% แล้ว ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า คาดการณ์ว่า ตลาดจะยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ต่อไป โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ระหว่าง 1230 – 1280 จุด ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังคงรอความชัดเจนจากปัจจัยสำคัญหลายด้านที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นไทยที่อาจมีความผันผวนได้ในระยะถัดไป

ตัวแปรชี้ทิศทางตลาดหุ้นไทย : จับตาการเมืองในประเทศและนโยบายดอกเบี้ยโลก

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

ทิศทางของตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ข้างหน้า ถูกกำหนดโดยสองปัจจัยหลักที่นักลงทุนไม่อาจละสายตาได้ นั่นคือ ความชัดเจนทางการเมืองภายในประเทศ และ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้มีน้ำหนักและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและกระแสเงินทุนอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยในประเทศ คำวินิจฉัยชี้ขาดอนาคตการเมืองไทย

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ตลาดเฝ้ารอคือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม ซึ่งจะชี้ขาดสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของคุณแพทองธาร คุณวิลาสินี วิเคราะห์ว่า ผลการตัดสินที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดยังเปิดทำการ จะสร้างความผันผวนต่อดัชนีอย่างแน่นอน โดยสามารถแบ่งฉากทัศน์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ดังนี้

  • กรณีที่ 1 : สถานะนายกรัฐมนตรียังคงอยู่ (ได้ไปต่อ) หากศาลมีคำวินิจฉัยเป็นคุณ จะถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุดในการสร้าง เสถียรภาพทางการเมือง และความต่อเนื่องในการบริหารงานของรัฐบาล ความชัดเจนดังกล่าวจะทำให้นโยบายและโครงการต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตลาดคาดหวัง สามารถเดินหน้าต่อไปได้ คุณวิลาสินี มองว่า ในกรณีนี้ ตลาดหุ้นน่าจะตอบรับในทิศทางที่ดี เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เคยกดดันบรรยากาศการลงทุนได้คลี่คลายลง
  • กรณีที่ 2 : สถานะนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง (ไม่ได้ไปต่อ) ในทางตรงกันข้าม หากคำวินิจฉัยออกมาเป็นลบ จะสร้าง ภาวะสุญญากาศและความไม่แน่นอนทางการเมือง ขึ้นมาทันที ผลกระทบโดยตรง คือ ความต่อเนื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะหยุดชะงัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นใน กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ที่อ่อนไหวต่อประเด็นนี้ อาจเผชิญกับแรงกดดันจากการที่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ขาดความชัดเจนในการเปิดประมูล สถานการณ์ดังกล่าวจะกลายเป็นปัจจัยกดดัน (Overhang) ตลาดในระยะต่อไป

ปัจจัยต่างประเทศ ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และกระแสฟันด์โฟลว์

นอกเหนือจากปัจจัยการเมืองในประเทศแล้ว ทิศทางนโยบายการเงินโลกยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

  • การประชุมเฟดและผลต่อฟันด์โฟลว์ นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสันโฮล ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ปัจจุบัน ข้อมูลจาก FedWatch Tool บ่งชี้ว่า ตลาดคาดการณ์ด้วยความน่าจะเป็นสูงถึง 73.5% ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ คุณวิลาสินีชี้ว่า หากเฟดลดดอกเบี้ยจริง จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากจะทำให้ กระแสเงินทุน (Fund Flow) ไหลไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยและตลาดเกิดใหม่อื่นๆ
  • ตัวแปรจากนโยบายการเงินญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยภายนอกที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน คือ นโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สวนทางกับธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเป้าหมายที่ 2% สถานการณ์ดังกล่าวอาจดึงดูดเม็ดเงินลงทุนให้ไหลเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณฟันด์โฟลว์ที่จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยได้เช่นกัน

เจาะลึก 3 ธีมการลงทุนเด่น กลยุทธ์เลือกหุ้นท่ามกลางภาวะตลาดไซด์เวย์

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

ในสภาวะที่ตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ (Sideways) การเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมและธีมการลงทุนที่น่าสนใจกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างผลตอบแทน คุณวิลาสินี ได้ให้มุมมองต่อธีมการลงทุนที่โดดเด่นและควรค่าแก่การจับตามองในสัปดาห์หน้า โดยสามารถจำแนกออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. การหมุนเวียนการลงทุนสู่กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (Sector Rotation)

คุณวิลาสินี ชี้ว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุน (Sector Rotation) เข้ามายังหุ้น กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูง จึงมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีโดยรวมและสามารถช่วยพยุงตลาดได้เป็นอย่างดี

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ คือ PTTGC (บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)) โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มของฝั่งอุปทาน (Supply) ที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม คุณวิลาสินีได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า แม้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดเลือกหุ้น แต่สำหรับจังหวะการเข้าซื้อขายนั้น นักลงทุนจำเป็นต้อง ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ประกอบการตัดสินใจ เพื่อหาจุดเข้าและจุดออกที่เหมาะสมที่สุด

  1. การปรับดัชนี MSCI (MSCI Rebalance)

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นรายตัวในระยะสั้น คือ การปรับสมดุลของดัชนี MSCI ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้ โดยได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญซึ่งนักลงทุนต้องให้ความสนใจ ได้แก่

  • หุ้นที่ถูกปรับออกจากดัชนีหลักไปสู่ดัชนี Small Cap : ได้แก่ KTC (บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) และ HOMEPRO (บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน))
  • หุ้นที่ถูกคัดออกจากดัชนีหลัก (Big Cap) : ได้แก่ OR (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน))

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลให้กองทุนที่ลงทุนอ้างอิงตามดัชนี MSCI จำเป็นต้องปรับพอร์ตการลงทุน ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับราคาหุ้นเหล่านี้ในระยะสั้น

  1. ธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ G Token และสินทรัพย์ดิจิทัล

ธีมการลงทุนใหม่ที่น่าจับตามอง คือ กลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ G Token คุณวิลาสินีมองว่า หุ้นที่อยู่ในเครือของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเสนอขายโทเคนดิจิทัลผ่านบริษัทลูก จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโอกาสในการระดมทุนรูปแบบใหม่ในอนาคต โดยหุ้นที่น่าสนใจในธีมนี้ประกอบด้วย

  • SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • KBank : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • XPG : บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

กลุ่มหุ้นเหล่านี้ถูกมองว่า มีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโต เนื่องจากเป็นผู้เล่นสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในตลาดการระดมทุนยุคใหม่

เจาะลึกหุ้นรายกลุ่ม โอกาสในกลุ่มโรงพยาบาลและความท้าทายของค้าปลีก

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

ในภาวะที่ภาพรวมตลาดยังคงมีความไม่แน่นอน การวิเคราะห์เจาะลึกลงในรายกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อค้นหาโอกาสในการลงทุน คุณวิลาสินี  ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจต่อหุ้น กลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรออยู่ สวนทางกับ กลุ่มค้าปลีก ที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายเฉพาะด้าน

กลุ่มโรงพยาบาล (BH และ BDMS) : โอกาสท่ามกลางฤดูกาลและความน่าสนใจด้านมูลค่า

สำหรับหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล เป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าสนใจ โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งถือเป็น ช่วงไฮซีซั่น (High Season) ของธุรกิจ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนที่โดยทั่วไปจะมีอัตราการเจ็บป่วยของประชาชนสูงขึ้น เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อผลประกอบการ

  • BDMS : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) : มีจุดเด่นในด้าน ฐานลูกค้าต่างชาติที่หลากหลาย แม้ในช่วงที่ผ่านมาอาจได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มตะวันออกกลางที่ลดลงไปบ้าง แต่คุณวิลาสินีประเมินว่าภาพรวมในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน
  • BH : บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) :  มีความโดดเด่นและเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการรักษา กลุ่มลูกค้าที่มีภาวะมีบุตรยาก ซึ่งถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากนโยบายของประเทศจีนที่เริ่มส่งเสริมให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าต่างชาติของโรงพยาบาลในอนาคต

ในมิติของการประเมินมูลค่า (Valuation) คุณวิลาสินีให้ข้อสังเกตว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลได้ปรับตัวลดลงจากช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่มีราคาแพงมากจนเกินไป มาอยู่ในระดับที่น่าสนใจและไม่แพงจนเกินไปนัก ดังนั้น จังหวะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมานี้จึงอาจเป็น โอกาสในการทยอยเข้าสะสม สำหรับนักลงทุนระยะยาวได้

กลุ่มค้าปลีก อย่าง (CPALL) : เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว

สำหรับกลุ่มค้าปลีก คุณวิลาสินี ชี้ว่า ยังคงเผชิญกับปัจจัยกดดันที่สำคัญ โดยเฉพาะหุ้นอย่าง CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) แม้ผลประกอบการโดยรวมจะออกมาดี แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลง

ปัจจัยกดดันหลักมาจากตัวเลข “ยอดขายสาขาเดิม” (Same-Store Sales Growth หรือ SSSG) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดการเติบโตของยอดขายจากสาขาที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว (ไม่นับสาขาเปิดใหม่) คุณวิลาสินี ระบุว่า ตัวเลข SSSG ของทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกมีการปรับตัวลดลง ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจชะลอตัวลง และตัวเลขดังกล่าวได้กลายเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นในกลุ่มนี้ออกมา

วางกลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์หน้า แนวทางสำหรับนักลงทุนระยะยาว-เก็งกำไร และกลุ่มที่ควรระมัดระวัง

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

ท่ามกลางสภาวะที่ตลาดหุ้นไทยกำลังจะเผชิญกับปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ทั้งจากประเด็นการเมืองในประเทศและทิศทางนโยบายการเงินโลก การวางกลยุทธ์การลงทุนที่ชัดเจนและสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คุณวิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ได้ให้คำแนะนำและแนวทางการลงทุน โดยจำแนกตามเป้าหมายของนักลงทุนแต่ละประเภท พร้อมระบุถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

กลยุทธ์สำหรับนักลงทุนระยะยาว : มองหาโอกาสในภาวะผันผวน

สำหรับนักลงทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในระยะยาว คุณวิลาสินีแนะนำให้มองความผันผวนของตลาดเป็นโอกาส หากปัจจัยทางการเมืองส่งผลให้ตลาดหรือราคาหุ้นพื้นฐานดีปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง จังหวะดังกล่าวถือเป็นโอกาสที่ดีในการ “ทยอยเข้าสะสม” (Gradual Accumulation) การเข้าซื้อในช่วงที่ตลาดปรับฐานจะทำให้นักลงทุนสามารถสะสมหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งได้ในระดับราคาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

แนวทางสำหรับนักลงทุนระยะสั้น-เก็งกำไร : ติดตามสถานการณ์รายวัน

ในทางกลับกัน สำหรับนักลงทุนที่เน้นการเก็งกำไรในระยะสั้น คุณวิลาสินีเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นรายวัน เนื่องจากภาวะตลาดในสัปดาห์หน้าจะมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยกระทบสูง การตัดสินใจจึงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละวันว่ามีปัจจัยใดเข้ามาสนับสนุนหรือกดดันตลาด นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อหาจังหวะการเข้า-ออกที่แม่นยำ จะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับกลยุทธ์การเก็งกำไร

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องติดตามและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

คุณวิลาสินี ได้ระบุถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าลงทุนเป็นพิเศษในระยะนี้

  • กลุ่มท่องเที่ยว : เป็นกลุ่มที่ยังคงมีความไม่ชัดเจนสูง เนื่องจากถูกกดดันจาก จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่งผลให้หุ้นที่เคยได้รับประโยชน์โดยตรงยังคงเผชิญกับแรงกดดัน คุณวิลาสินีให้ความเห็นว่า ในสภาวะปัจจุบันที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวดี อาจจะยังไม่ถึงจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าซื้อ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด หากในอนาคตภาครัฐมีการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวชุดใหม่ที่ชัดเจน ก็อาจเป็นปัจจัยจุดประกายให้เกิดการเข้ามา “ซื้อเก็งกำไร” ในหุ้นกลุ่มนี้ได้อีกครั้ง
  • กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ หากรัฐบาลสหรัฐฯ มีการออกมาตรการทางภาษีต่อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากจีนหรือยุโรป ก็อาจส่งผลกระทบทางลบมาถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยได้ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกันในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) 

บทสรุปและข้อคิดสำหรับนักลงทุน

หุ้นไทยน่าลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะกลยุทธ์-ธีมหุ้นเด่นน่าลงทุน

โดยสรุป ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ข้างหน้าจะเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความระมัดระวังในการลงทุนสูง ทั้งความชัดเจนทางการเมืองในประเทศที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของกระแสเงินทุนและส่งผลต่อดัชนีโดยรวม นักลงทุนจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับนักลงทุนระยะยาวนั้น ภาวะตลาดที่ปรับฐานอาจเป็นจังหวะในการพิจารณาเข้าสะสมหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ตามฤดูกาล เช่น กลุ่มโรงพยาบาล หรือกลุ่มที่สอดคล้องกับธีมการลงทุนแห่งอนาคต ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีวินัยในการลงทุน เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนรายวัน

ท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์ของปัจจัยชี้นำต่างๆ จะออกมาในทิศทางใด การกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และการเลือกกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถนำพาพอร์ตการลงทุนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ไปได้อย่างมั่นคง

ตารางสรุป จับตาตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ชี้ชะตา 29 สิงหา

ประเด็นสำคัญรายละเอียด / หุ้นตัวอย่างคำแนะนำ / กลยุทธ์
สถานการณ์การเมืองสำคัญ (29 ส.ค.2568)
  • ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดสถานะนายกรัฐมนตรี
– หากอยู่ต่อตลาดบวก สร้างเสถียรภาพ
– หากไม่ได้ต่อ สร้างความไม่แน่นอน กระทบกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐ
  • ตลาดคาดเฟดอาจลดดอกเบี้ย กว่า 73.5%
– ลดดอกเบี้ยหนุนฟันด์โฟลว์เข้าสินทรัพย์เสี่ยง เช่นหุ้นไทยและตลาดเกิดใหม่
ธีมลงทุนเด่น 3 กลุ่ม1. พลังงาน-ปิโตรเคมี (หุ้น: PTTGC)
2. ปรับดัชนี MSCI (หุ้น: KTC, HOMEPRO, OR)
3. สินทรัพย์ดิจิทัล (หุ้น: SCB, KBank, XPG)
– ติดตามจังหวะซื้อขายโดยใช้ Technical Analysis
– ระวังความผันผวนจาก MSCI Rebalance
กลุ่มโรงพยาบาล
  • BDMS: ฐานลูกค้าต่างชาติหลากหลาย
  • BH: เชี่ยวชาญรักษาผู้มีบุตรยาก มีโอกาสโตระยะยาว
– ราคาเข้าทรงที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทยอยสะสมระยะยาว
กลุ่มค้าปลีก (CPALL)
  • เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อชะลอตัว
– ระวังราคาหุ้นและการเทขายจาก SSSG ต่ำลง
กลุ่มท่องเที่ยว
  • นักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะชาวจีน
– ยังไม่ถึงจังหวะซื้อ รอติดตามมาตรการกระตุ้นชุดใหม่
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • ระวังผลกระทบสงครามการค้า สหรัฐฯ-จีน และยุโรป
– ติดตามข่าวสารความขัดแย้งการค้าอย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน
  • ระยะยาว: ใช้ความผันผวนเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานดี
  • เก็งกำไร: ติดตามสถานการณ์รายวันและใช้ Technical Analysis
– กระจายความเสี่ยง และเลือกกลยุทธ์ตามเป้าหมายและระดับความเสี่ยงตนเอง

อ้างอิงจาก F1 Money EP.206

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Fund Flowกลยุทธ์การลงทุนการเมืองไทยดอกเบี้ยเฟดตลาดหุ้นไทยวิเคราะห์หุ้นหุ้นน่าลงทุนหุ้นเด่นหุ้นไทยแนวโน้มตลาดหุ้น

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที