Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
03 ก.ย. 2025 เวลา 13:43

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

Share

twitter icon
line icon

“ตลาดหุ้นไทยจะไปต่อได้ถึง 1,350 จุดจริงหรือ? และหุ้นกลุ่มใดจะเป็นผู้นำตลาดในรอบนี้? นี่คือประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต่างจับตามองหลังสิ้นสุดการรายงานงบไตรมาส 2 ปี 2568 บทความนี้จะสรุปการวิเคราะห์จาก คุณสุวัฒน์ สินสาฎก เพื่อเป็นแนวทางที่ครอบคลุมถึงการประเมินผลประกอบการไตรมาส 2 ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจ”

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

หลังสิ้นสุดฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2568 ซึ่งมีทั้งบริษัทที่ทำได้ตามคาดและดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ คำถามสำคัญในใจนักลงทุนคือ ทิศทางของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีจะเป็นอย่างไร? คุณสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการจากบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจผ่านรายการ F1 Money EP.205 โดยชี้ว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีศักยภาพในการเติบโต และนี่คือบทสรุปประเด็นสำคัญจากการวิเคราะห์ในครั้งนี้

เปิดภาพรวมกำไรไตรมาส 2 สะท้อนพื้นฐานที่แข็งแกร่งและความสามารถในการทำกำไรของ บจ. ไทย

ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยสัญญาณเชิงบวก โดยไม่ได้สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนแต่อย่างใด จากการวิเคราะห์ของ คุณสุวัฒน์ พบว่ารายได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนั้นออกมาในเกณฑ์ที่ดี โดยทำได้เฉลี่ยประมาณ 55-60% ของประมาณการทั้งปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินงานที่มั่นคง

ประเด็นที่น่าสนใจคือมุมมองต่อ กำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดโดยรวม แม้ว่าปัจจุบันตัวเลขที่ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์จะอยู่ที่ประมาณ 76-77 บาทต่อหุ้น แต่คุณสุวัฒน์ให้ความเห็นว่าตัวเลขดังกล่าวยังไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริง โดยคาดการณ์ว่าหากพิจารณาเฉพาะ กำไรที่มาจากธุรกิจหลัก จริงๆ กำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ควรจะสูงเกินกว่า 80 บาท และมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปถึงระดับ 82-85 บาทได้

การคาดการณ์กำไรต่อหุ้นในระดับดังกล่าวนั้นส่งผลโดยตรงต่อการประเมินมูลค่าของตลาดหุ้นไทย โดยหากดัชนี (SET Index) เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,200 กว่าจุด จะส่งผลให้อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ของตลาดปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 10 ต้นๆ เท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีมูลค่าพื้นฐานที่น่าสนใจและไม่ได้อยู่ในภาวะที่แพงเกินไป

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากเสถียรภาพภาครัฐและการส่งออกที่แข็งแกร่ง

ภาพรวมเศรษฐกิจไทย (GDP) ในช่วงครึ่งหลังของปีว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ โดยประเมินว่า GDP ของไทยมีโอกาสขยายตัวได้เกิน 2% และอาจสูงถึงระดับ 2.1-2.3% ซึ่งเป็นมุมมองที่สูงกว่าการคาดการณ์โดยทั่วไปที่มองไว้ที่ 1.8-2% ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากภาคการส่งออกและเสถียรภาพภายในประเทศ

ปัจจัยแรกที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ภาคการส่งออก ซึ่งในช่วง 7 เดือนแรกของปีมีการเติบโตที่น่าพอใจถึง 12-13% ตัวเลขดังกล่าวเป็นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับผลการดำเนินงานทั้งปี นอกจากนี้ คุณสุวัฒน์ยังได้วิเคราะห์ถึงตัวแปรด้าน ค่าเงินบาท ซึ่งคาดว่าจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงสู่ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ การอ่อนค่าของเงินบาทจะทำหน้าที่เป็นกลไกชดเชยผลกระทบในกรณีที่ปริมาณการส่งออก (Volume) อาจชะลอตัวลง ยกตัวอย่างเช่น หากปริมาณการส่งออกลดลง 5% แต่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 5% มูลค่าการส่งออกในรูปของเงินบาทก็จะไม่ลดลง

ปัจจัยสนับสนุนประการที่สองคือ เสถียรภาพจากภาครัฐ การที่งบประมาณแผ่นดินได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วยขจัดความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้ว่าอาจมีปัจจัยท้าทายอยู่บ้างจากการบริโภคภายในประเทศที่อาจเติบโตในอัตราที่ชะลอลง แต่ด้วยปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่งจากการส่งออกและเสถียรภาพของนโยบายภาครัฐ ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

กลุ่มหุ้นที่จะเป็นดาวเด่นขับเคลื่อนตลาด

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

ในการประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย คุณสุวัฒน์ ได้วิเคราะห์และระบุกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนดัชนี (SET Index) ให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยแต่ละกลุ่มมีปัจจัยสนับสนุนที่แตกต่างกันไปอย่างชัดเจน ดังนี้

กลุ่มปิโตรเคมี ตัวแปรหลักในการผลักดันตลาด

กลุ่มปิโตรเคมี ในฐานะตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดในรอบนี้ ปัจจัยหนุนที่ชัดเจนมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดในประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี การฟื้นตัวดังกล่าวได้ส่งสัญญาณบวกต่ออุปสงค์และราคาผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มนี้

กลุ่มส่งออก ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทโดยตรง

นอกเหนือจากปิโตรเคมีแล้ว กลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก อื่นๆ จะได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญจากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม อาหารสัตว์เลี้ยง เช่น หุ้น ITC และ AAI รวมถึง กลุ่มยางพารา ซึ่งการอ่อนค่าของเงินบาทจะทำให้รายรับในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้นและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

กลุ่มการเงิน แนวโน้มที่น่าสนใจทั้งนอนแบงก์และธนาคาร

  • กลุ่มนอนแบงก์ (Non-Bank): เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบายการเงิน คุณสุวัฒน์คาดการณ์ว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยท่านใหม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทในกลุ่มนอนแบงก์ลดลง และสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรให้ดีขึ้น
  • กลุ่มธนาคาร: คุณสุวัฒน์มองว่ากลุ่มธนาคารจะไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจปรับลดลง แต่จะถูกชดเชยด้วยการลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเช่นกัน ที่สำคัญกว่านั้น ธนาคารพาณิชย์มีการลงทุนใน
    พันธบัตรรัฐบาล เป็นจำนวนมาก ซึ่งมูลค่าของพันธบัตรเหล่านี้จะปรับตัวสูงขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง กลายเป็นกำไรที่เข้ามาชดเชยผลกระทบด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้

กลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร การเติบโตและเสถียรภาพ

สำหรับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี คุณสุวัฒน์มองว่า ADVANC มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไป หลังจากที่ผลประกอบการออกมาดีมากและบริษัทยังมีโครงการใหม่ๆ ที่จะสร้างการเติบโตในอนาคต เช่น ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ และ ธนาคารเสมือน (Virtual Bank) ในขณะที่ DELTA แม้ในอดีตจะเป็นหุ้นพระเอกที่ขับเคลื่อนตลาดอย่างร้อนแรง แต่ในปัจจุบันอาจไม่ได้มีบทบาทในการ “ดึง” ตลาดขึ้นมากเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม คุณสุวัฒน์ย้ำว่า DELTA จะไม่กลายเป็นตัว “ฉุด” ตลาดให้ปรับตัวลงแต่อย่างใด 

เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นเติบโต จากโอกาสใน “Vietnam Play” สู่จุดเปลี่ยนของหุ้นเทิร์นอะราวด์

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

คุณสุวัฒน์ ได้ชี้ให้เห็นถึงสองแนวทางการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการเติบโตสูง ได้แก่ การลงทุนในหุ้นไทยที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเวียดนาม หรือ “Vietnam Play” และการลงทุนใน “หุ้นเทิร์นอะราวด์” ซึ่งเป็นบริษัทที่กำลังจะเข้าสู่จุดเปลี่ยนทางธุรกิจที่สำคัญ

“Vietnam Play”: โอกาสการเติบโตจากตลาดต่างประเทศ

ธีมการลงทุนนี้มุ่งเน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่ของไทยที่มีการลงทุนและสัดส่วนรายได้สำคัญในประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงมาก คุณสุวัฒน์ให้ข้อมูลว่าเศรษฐกิจเวียดนามกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ามหาศาลเกือบ 4 หมื่นล้านเหรียญ

นอกจากนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนาม กำลังกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากชะลอตัวไปในช่วง 2 ปีก่อนหน้าจากมาตรการของภาครัฐ ขณะนี้รัฐบาลได้ผ่อนคลายนโยบายและปล่อยให้ตลาดกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อบริษัทที่เกี่ยวเนื่องกับวัสดุก่อสร้างและสินค้าอุปโภคบริโภค โดยคุณสุวัฒน์ได้ยกตัวอย่างหุ้นที่โดดเด่นในธีมนี้ ได้แก่

  • CRC (เซ็นทรัล รีเทล): ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของกำลังซื้อและการบริโภคในเวียดนาม
  • SCGP (เอสซีจี แพคเกจจิ้ง): มีโรงงานและฐานการผลิตในเวียดนามซึ่งเป็นตลาดหลักที่สำคัญ
  • SCC (ปูนซิเมนต์ไทย): คุณสุวัฒน์มองว่าเป็นหุ้น “Vietnam Play” อย่างแท้จริง เนื่องจากในอนาคตคาดว่ารายได้กว่าหนึ่งในสามของบริษัทจะมาจากประเทศเวียดนาม

หุ้นเทิร์นอะราวด์ (Turnaround): จุดเปลี่ยนสำคัญสู่การเติบโต

สำหรับนักลงทุนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น การลงทุนในหุ้นเทิร์นอะราวด์ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ คุณสุวัฒน์ได้แนะนำหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวที่กำลังจะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ ดังนี้

  • BCPG: คุณสุวัฒน์ใช้คำว่าเป็นการเจอ “ส้มหล่น” หรือ “แตงโมหล่น” จากการที่บริษัทได้เข้าซื้อโรงไฟฟ้า 4 แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา การลงทุนครั้งนี้จะพลิกโฉมความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างสิ้นเชิง โดยคาดว่ากำไรจากโรงไฟฟ้าเหล่านี้เพียงแห่งเดียวจะสูงเกิน 200 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งจะส่งผลให้กำไรทั้งปีของ BCPG มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดจากเดิมที่เคยทำได้ประมาณปีละพันกว่าล้านบาท ไปสู่ระดับ 2,000-3,000 ล้านบาทได้ เขาเชื่อว่าผลประกอบการในไตรมาส 3 จะสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดอย่างมาก
  • EPG (อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป): เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับอานิสงส์แบบ “ส้มหล่น” จากการที่โรงงานผลิตฉนวนในสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งซื้อเพื่อนำไปใช้ใน อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI แม้ผลบวกจะเริ่มปรากฏให้เห็นบ้างแล้วในไตรมาสก่อน แต่คุณสุวัฒน์คาดว่าจะเห็นผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในไตรมาสต่อๆ ไป 

มองไปข้างหน้าสู่ 1,350 จุด สู่กลยุทธ์ “นักตกปลา” และความเชื่อมั่นต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

คุณสุวัฒน์ ได้ให้มุมมองที่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในช่วงที่เหลือของปี พร้อมทั้งได้แบ่งปันปรัชญาการลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นรากฐานของความเชื่อมั่นดังกล่าว

เป้าหมายดัชนี SET ที่ระดับ 1,350 จุด

คุณสุวัฒน์แสดงความมั่นใจในระดับสูงถึง 90-95% ว่าดัชนี SET Index ในปีนี้จะสามารถปรับตัวทะลุระดับ 1,300 จุด ได้อย่างแน่นอน โดยมีเป้าหมายที่เป็นไปได้ในระยะถัดไปที่ระดับ 1,330 ถึง 1,350 จุด เขามองว่าระดับ 1,400 จุดอาจเป็นเป้าหมายที่สูงเกินไปสำหรับปีนี้ 

ความเชื่อมั่นดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากการที่ตลาดได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างฐานที่แข็งแกร่งและยืนอยู่ได้ ส่วนการปรับฐานของดัชนีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จากระดับประมาณ 1,280 จุดลงมาที่ 1,230 จุดนั้น ถือเป็นเรื่องปกติในทางเทคนิค และไม่ได้เป็นสัญญาณของความอ่อนแอเชิงพื้นฐานแต่อย่างใด

กลยุทธ์การลงทุนแบบ “นักตกปลา”

ปรัชญาการลงทุนที่ประสบความสำเร็จในมุมมองของคุณสุวัฒน์ คือการเป็น “นักตกปลา” ไม่ใช่ “นักปราบเซียน” ซึ่งหมายถึงการลงทุนที่ไม่ได้พยายามเอาชนะตลาดในทุกสภาวะ แต่เป็นการรอคอยโอกาสอย่างใจเย็น โดยมีหลักการสำคัญดังนี้

หลักการสำคัญ

  • อดทนรอจังหวะ: นักลงทุนต้องมีความใจเย็นและรอคอยจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าลงทุน
  • คาดหวังผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญ: การลงทุนแบบนักตกปลาคือการ “หวังปลาทะเล” ไม่ใช่ “ปลาในบ่อ” ซึ่งหมายถึงการเลือกหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตหรือมีส่วนต่าง (Upside) ของราคาอย่างน้อย 30% ขึ้นไป จึงจะคุ้มค่ากับการลงทุน

ลำดับความสำคัญในการตัดสินใจ

  1. จังหวะ (Timing): ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการลงทุน
  2. ทิศทาง (Direction): การประเมินทิศทางของหุ้นและตลาดได้ถูกต้อง เป็นปัจจัยสำคัญอันดับสอง
  3. ขนาด (Magnitude): การคาดการณ์ขนาดของผลตอบแทนเป็นเรื่องรองลงมา เพราะหากเข้าลงทุนในจังหวะและทิศทางที่ถูกต้อง ผลกำไรจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การผสมผสานปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค: คุณสุวัฒน์ย้ำว่าความมั่นใจในการลงทุนของเขามาจาก การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เป็นหลัก การเข้าใจพื้นฐานของธุรกิจอย่างลึกซึ้งจะสร้างความมั่นใจในการถือครองหุ้น ในขณะที่ การวิเคราะห์ทางเทคนิค ถูกใช้เป็นเพียง “เครื่องมือ” เพื่อช่วยหา “จังหวะ” ที่ดีที่สุดในการกลับเข้าไปลงทุน

สำหรับเป้าหมายดัชนีที่ระดับ 1,350 จุดของคุณสุวัฒน์ ไม่ได้มาจากการคาดเดา แต่เป็นผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ที่ตั้งอยู่บนกลยุทธ์การลงทุนแบบ “นักตกปลา” ซึ่งเน้นความเข้าใจในปัจจัยพื้นฐานและอดทนรอจังหวะที่เหมาะสมนั่นเอง

หัวใจของความสำเร็จที่ยั่งยืน: เปิดหลักการ “3 ยุทธ” และกุญแจสำคัญสู่การเป็นหุ้นชั้นนำ

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

คุณสุวัฒน์ สินสาฎก ได้สรุปหลักการสำคัญในการคัดเลือกหุ้นเพื่อการลงทุนที่ยั่งยืน โดยนำเสนอเกณฑ์การพิจารณาที่ลึกซึ้งกว่าเพียงการวิเคราะห์ตัวเลขทางการเงิน แต่เป็นการประเมินศักยภาพการแข่งขันและวิสัยทัศน์ของบริษัทผ่านกรอบความคิดที่เรียกว่า “3 ยุทธ” ซึ่งเป็นหัวใจในการจำแนกบริษัทที่จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว

หลักการ “3 ยุทธ”: เกณฑ์คัดเลือกบริษัทชั้นนำ

คุณสุวัฒน์อธิบายว่า บริษัทที่จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้นั้นจำเป็นต้องมีองค์ประกอบที่แข็งแกร่งครบทั้งสามด้าน ดังนี้

  1. กลยุทธ์ (Strategy): องค์ประกอบแรกคือ บริษัทต้องมี กลยุทธ์ ในการดำเนินธุรกิจและการแข่งขันที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ เป็นแผนการระดับสูงที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทจะวางตำแหน่งตัวเองในตลาดอย่างไร และจะสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้อย่างไร
  2. วิทยายุทธ (Execution & Capability): องค์ประกอบที่สองคือ วิทยายุทธ ซึ่งหมายถึงความสามารถภายในองค์กรที่จะนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง ปัจจัยนี้รวมถึงคุณภาพและทักษะของผู้บริหาร, ความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน, และความรวดเร็วในการดำเนินงาน คุณสุวัฒน์เปรียบเปรยถึง “กำลังภายใน” หรือ “วิชาตัวเบา” ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถที่มองไม่เห็นแต่ส่งผลอย่างมหาศาลต่อการดำเนินงาน
  3. ความแข็งแรงในการสัประยุทธ์ (Competitive Strength): องค์ประกอบสุดท้ายคือความสามารถในการแข่งขันในสมรภูมิจริง เป็นการวัดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ว่าเมื่อลงสนามแข่งขันในอุตสาหกรรมแล้ว บริษัทมีความแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้และเอาชนะคู่แข่งได้หรือไม่

กุญแจสำคัญสู่การเติบโต การทรานส์ฟอร์มและการขยายสู่ต่างประเทศ

นอกเหนือจากหลักการ “3 ยุทธ” แล้ว คุณสุวัฒน์ได้เน้นย้ำถึงสองคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดซึ่งบริษัทชั้นนำจำเป็นต้องมี

  • ความสามารถในการทรานส์ฟอร์มตัวเอง (Self-Transformation): บริษัทที่ประสบความสำเร็จคือบริษัทที่ไม่เคยหยุดนิ่งและสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ (ทรานส์ฟอร์ม) ของตนเองให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
  • การเติบโตในตลาดต่างประเทศ (International Growth): นี่คือปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับการเติบโตที่ยั่งยืน คุณสุวัฒน์ชี้ว่าการเติบโตเพียงแค่ในประเทศไทยนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป บริษัทจำเป็นต้องมีศักยภาพในการขยายธุรกิจและแข่งขันในตลาดต่างประเทศให้ได้

การจะค้นหาหุ้นที่จะเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริงนั้น นักลงทุนควรพิจารณาบริษัทที่ไม่ได้มีเพียงผลประกอบการที่ดีในปัจจุบัน แต่ต้องมีครบทั้ง “3 ยุทธ” พร้อมทั้งมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนตัวเองและมีวิสัยทัศน์ในการเติบโตสู่ระดับสากล ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แท้จริงของบริษัทชั้นนำอย่างยั่งยืน

บทสรุป โอกาสและความท้าทายของนักลงทุนไทยในเส้นทางสู่ 1,350 จุด

วิเคราะห์หุ้นไทยครึ่งปีหลัง ส่อง SET Index ทะยาน 1,350 จุด พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

โดยคุณสุวัฒน์ สินสาฎก ได้นำเสนอภาพอนาคตของตลาดหุ้นไทยที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น โดยมีเป้าหมายดัชนีที่ระดับ 1,350 จุดเป็นหมุดหมายที่สำคัญ การวิเคราะห์ดังกล่าวได้วางอยู่บนรากฐานของปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในมิติของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะดีกว่าที่ตลาดประเมิน และภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคที่ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและเสถียรภาพภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนไทยแล้ว การเดินทางไปสู่เป้าหมายดังกล่าวย่อมต้องเผชิญกับความเป็นจริงและความท้าทายระหว่างทาง

แม้ว่าทิศทางโดยรวมจะมีแนวโน้มเป็นบวก แต่นักลงทุนต้องตระหนักว่าเส้นทางการลงทุนนั้นไม่ได้เป็นเส้นตรง ความผันผวน จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถสร้างแรงกดดันต่อตลาดได้ในระยะสั้น ดังนั้น ความสำเร็จในการลงทุนจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิศทางของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ การเลือกสินทรัพย์ลงทุน (Stock Selection) ที่มีคุณภาพเป็นสำคัญ

รวมถึง ได้ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตของตลาดจะถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มอุตสาหกรรมและบริษัทที่มีศักยภาพโดดเด่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มปิโตรเคมี, กลุ่มที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของเวียดนาม หรือหุ้นเทิร์นอะราวด์ที่มีจุดเปลี่ยนที่ชัดเจน นั่นหมายความว่าผลตอบแทนของนักลงทุนแต่ละรายจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการคัดเลือกและจัดสรรการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มนำตลาดเหล่านี้

ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญที่จะนำพานักลงทุนไปสู่ความสำเร็จท่ามกลางโอกาสและความท้าทายนี้ ก็คือ วินัยและกลยุทธ์การลงทุนที่ชัดเจน การยึดมั่นในหลักการ “นักตกปลา” ที่เน้นความอดทน การรอจังหวะที่เหมาะสม และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานอย่างลึกซึ้งจะเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนและช่วยให้นักลงทุนสามารถมองทะลุผ่านความเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นไปสู่มูลค่าที่แท้จริงของกิจการได้ ตลาดหุ้นไทยอาจมีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่ผลตอบแทนที่แท้จริงจะตกเป็นของผู้ที่เตรียมพร้อมและลงทุนด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง

ตลาดหุ้นไทยปี 2568: ส่องโอกาส SET Index ทะยานถึง 1,350 จุด

หัวข้อหลักเนื้อหาละเอียดประเด็นสำคัญ
เป้าหมาย SET Index
  • ตลาดหุ้นไทย SET Index ปี 2568 มีโอกาสสูงถึง 90-95% ที่จะทะลุระดับ 1,300 จุด และไปถึง 1,330-1,350 จุดได้
  • ระดับ 1,400 จุดสูงเกินไปสำหรับปีนี้
  • ช่วงปรับฐานจาก 1,280 ลง 1,230 จุด เป็นสัญญาณปกติทางเทคนิค ไม่ใช่พื้นฐานอ่อน
  • ตลาดยังมีมูลค่าพื้นฐานน่าสนใจ (P/E อยู่ในระดับ 10 ต้นๆ)
  • กำไรต่อหุ้นที่แท้จริง (EPS) ของตลาดอาจถึง 82-85 บาท (สูงกว่าประมาณการทั่วไปที่ 76-77 บาท)
ภาพรวมเศรษฐกิจ
  • GDP ไทยครึ่งปีหลังโตแข็งแกร่ง 2.1-2.3% สูงกว่าคาดการณ์ทั่วไป 1.8-2%
  • การส่งออกช่วง 7 เดือนแรกโต 12-13% เป็นฐานแข็งแรง
  • ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ ชดเชยหากปริมาณส่งออกตก
  • งบประมาณภาครัฐผ่านแล้ว ลดความไม่แน่นอน ส่งเสริมการลงทุนและใช้จ่าย
  • ความเสี่ยงมาจากการบริโภคในประเทศที่อาจชะลอตัว
  • การส่งออกและเสถียรภาพรัฐเป็นตัวหนุนหลักเศรษฐกิจ
  • ค่าเงินบาทช่วยทำให้รายได้รวมของภาคส่งออกดีขึ้นแม้ปริมาณตกได้
  • ความมั่นใจในภาพรวมเศรษฐกิจสูงขึ้น
หุ้นกลุ่มดาวเด่น
  • กลุ่มปิโตรเคมี : ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน
  • กลุ่มส่งออก : ได้ประโยชน์ค่าเงินบาทอ่อน, ตัวอย่างหุ้น ITC, AAI (อาหารสัตว์เลี้ยง), กลุ่มยางพารา
  • กลุ่มการเงิน : นอนแบงก์: นโยบายการเงินผ่อนคลาย ต้นทุนการเงินลด และธนาคาร : ดอกเบี้ยขาลงผลกระทบน้อยเพราะเงินฝากลดตาม และกำไรจากพันธบัตรสูงขึ้น
  • กลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร: ADVANC เติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจใหม่ (ดาต้าเซ็นเตอร์, Virtual Bank) / DELTA ลดบทบาทในการดึงตลาด
  • หุ้นกลุ่มนำตลาดมีปัจจัยหนุนชัดเจนและหลากหลาย
  • กลุ่มส่งออกได้อานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนเพิ่มรายได้
  • กลุ่มการเงินมีมุมมองเป็นบวกทั้งธนาคารและนอนแบงก์
ธีมลงทุนเด่น
  • Vietnam Play : หุ้นที่มีรายได้หลักจากเวียดนาม
  • CRC : ขยายร้านค้าและกำลังซื้อ
  • SCGP : โรงงานและฐานผลิตในเวียดนาม
  • SCC : รายได้กว่า 1 ใน 3 จากเวียดนาม
  • หุ้นเทิร์นอะราวด์ : โอกาสเปลี่ยนแปลงกำไรสูง
  • BCPG : เข้าซื้อโรงไฟฟ้าที่สหรัฐฯ กำไรเพิ่มมากกว่า 2-3 พันล้านบาท/ปี
  • EPG : โรงงานฉนวนในสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์และ AI
  • โอกาสเติบโตจากเศรษฐกิจเวียดนามและตลาดใหญ่นอกประเทศ
  • หุ้นเทิร์นอะราวด์มีจุดเปลี่ยนผลประกอบการที่สำคัญ เพิ่มโอกาสกำไรสูง
กลยุทธ์การลงทุน
  • วิธีลงทุนแบบ “นักตกปลา” คือรอคอยจังหวะที่เหมาะสม ไม่เร่งรีบ
  • เลือกหุ้นที่มี Upside อย่างน้อย 30%
  • การตัดสินใจขึ้นกับ 3 ปัจจัยสำคัญ:
  1. Timing (จังหวะเวลา)
  2. Direction (ทิศทางตลาด)
  3. Magnitude (ขนาดผลตอบแทน)
  • ผสมการวิเคราะห์พื้นฐานเข้ากับการวิเคราะห์เทคนิคเพื่อหาจังหวะลงทุน
  • การรอคอยจังหวะและเลือกหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงเป็นกุญแจสำคัญ
  • ใช้พื้นฐานธุรกิจเป็นหลักและเทคนิคเป็นเครื่องมือ
หลักการ 3 ยุทธ
  1. 1. กลยุทธ์ (Strategy): แผนธุรกิจและการแข่งขันชัดเจน มีจุดได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
  2. วิทยายุทธ (Execution): ความสามารถภายในองค์กรในการลงมือทำจริง คุณภาพผู้บริหาร ทักษะ ความรวดเร็ว
  3. แข็งแรงในการสัประยุทธ์ (Competitive Strength): วัดผลการต่อสู้ในตลาดจริง มีความแข็งแกร่งพอชนะคู่แข่ง
  • ต้องมีความสามารถปรับตัว (Self-Transformation) และขยายตลาดต่างประเทศ (International Growth) ด้วย
  • บริษัทชั้นนำต้องมีครบทั้ง 3 ด้าน
  • การเปลี่ยนแปลงธุรกิจและตลาดต่างประเทศเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน

อ้างอิง F1 Money EP.205

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET Indexกลยุทธ์การลงทุนการลงทุนตลาดหุ้นไทยวิเคราะห์หุ้นไทยหุ้นกลุ่มนำตลาดหุ้นน่าลงทุนหุ้นเด่นหุ้นเทิร์นอะราวด์

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้