Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
24 ก.พ. 2026 เวลา 14:51

ฉากทัศน์การเมืองไทย 69 บนทางแยกเสถียรภาพ-ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ

ฉากทัศน์การเมืองไทย 69 บนทางแยกเสถียรภาพ-ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ

Share

twitter icon
line icon

ผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ สำหรับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569  ขณะที่สัญญาณในการตั้งรัฐบาล ก็กำลังเดินหน้า ไปพร้อมๆ กับปัญหาเรื่องนับคะแนน ปัญหาเรื่องบัตรเลือกตั้ง ที่ทำให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยังไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ ซึ่งอาจจะต้องรอในส่วนของกระบวนการฟ้องร้องต่างๆ เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติ ของฉากทัศน์ทางการเมืองในครั้งนี้ จึงมีความซับซ้อนจากผลการเลือกตั้งที่กระจัดกระจาย ความขัดแย้งของขั้วอำนาจเดิมและขั้วอำนาจใหม่ ตลอดจนความเสี่ยงจากวิกฤตความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ ที่อาจส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นโมฆะจากประเด็นบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด

เพราะฉะนั้นเมื่อการเมืองไทย ยังหาความแน่นอนไม่ได้ ทั้งเรื่องการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล และกรณีการฟ้องร้องที่ยังไม่รู้ว่าจะออกมาหน้าไหน เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้ การฟ้องร้องของกลุ่มต่างๆ ครอบคลุมทั้ง

  • ศาลปกครองกลาง ที่ขอให้ระงับการประกาศผลและสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
  • ศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยประเด็นการละเมิดหลักการลงคะแนนลับโดยตรง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ฟ้องร้อง กกต. ทั้งคณะฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157)

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น  สามารถกำหนดฉากทัศน์ทางการเมืองจากนี้ ออกมาได้เป็น 3 แบบ ซึ่งล้วนแต่มีส่วนสำคัญต่อทิศทาง เสถียรภาพการเมือง และเศรษฐกิจ ของประเทศ ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ

ฉากทัศน์ที่หนึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้กระทำความผิด และการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ

หากผลการตัดสินใดๆ ตกไป แน่นอนว่าฉากทัศน์นี้ จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาล เดินหน้าต่อได้ทันที และยังอยู่บนหลักการ ความต่อเนื่องของรัฐ และคุ้มครองเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยศาลฯ อาจตีความว่าความบกพร่องทางเทคนิค เช่น การมีบาร์โค้ด เป็นเพียงกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลภายในของ กกต. เพื่อความรวดเร็วในการนับคะแนน และตราบใดที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการนำข้อมูลดังกล่าวไปข่มขู่ หรือเปิดเผยข้อมูลการลงคะแนนรายบุคคล จนส่งผลต่อผลการเลือกตั้งในวงกว้าง ศาลย่อมให้ความสำคัญกับผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจริง

เพราะฉะนั้นการตั้งรัฐบาลจะดำเนินไปตามไทม์ไลน์ปกติ โดยการประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างน้อยร้อยละ 95 ภายในกรอบเวลา เพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก และการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยกระบวนการต่างๆ จะเสร็จเรียบร้อยช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ส่งผลให้รัฐบาลใหม่มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 เพื่อเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับภาวะเติบโตต่ำ

ขณะที่เสถียรภาพของรัฐบาลผสม ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จะทำให้เกิดความต่อเนื่องของนโยบายในกระทรวงสำคัญ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม รวมถึงกระทรวงต่างประเทศ และกลาโหม เรียกว่าสานต่อ ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ ความมั่นคง และต่างประเทศ ได้ทันที  ส่งผลดีต่อการดำเนินโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ถือเป็นปัจจัยบวกสูงสุดต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่จะให้ความสำคัญกับเสถียรภาพมากกว่าตัวบุคคล

นอกจากนี้ ในส่วนของตลาดหุ้น ดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO) ก็มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสู่เกณฑ์ ร้อนแรง ตลาดหุ้นไทยจะตอบรับด้วยการปรับตัวขึ้นในลักษณะ Election Rally โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่อิงกับการบริโภคในประเทศ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะได้รับอานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ 

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่เศรษฐกิจไทยยังคงมีปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะสังคมผู้สูงอายุที่รุนแรงขึ้น และหนี้สาธารณะที่มีแนวโน้มแตะเพดานในปี 2570 จะเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้รัฐบาลใหม่ไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ได้เหมือนในอดีต ส่วนภาคธุรกิจก็ต้องระมัดระวังการขยายตัวที่อาจไม่รวดเร็วอย่างที่คาดหวังเป็น “ความรับผิดทางอาญาส่วนบุคคล” ของเจ้าหน้าที่

 

ฉากทัศน์ที่ 2  ศาลตัดสิน กกต.ผิด มาตรา 157 แต่การเลือกตั้งไม่โมฆะ 

กรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตัดสินว่า กกต. มีความผิด มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งว่าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ฉากทัศน์นี้จะนำไปสู่วิกฤตเชิงสถาบันที่ซับซ้อน เนื่องจากผู้จัดการเลือกตั้งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นความรับผิดทางอาญาส่วนบุคคล แต่ความผิดไม่ถึงขั้นทำให้ผลเลือกตั้งบิดเบือนอย่างมีนัยสำคัญ เพราะคะแนนรวมสะท้อนเจตนาประชาชน และถือเป็นหลักคุ้มครองเจตนารมณ์ ซึ่งถือเป็นหลักความมั่นคงของรัฐ และระบบการปกครอง เพราะหากเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถือเป็นผลกระทบสูงมากทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี เมื่อศาลรับฟ้องคดีอาญาและหากเห็นว่าพฤติการณ์มีความร้ายแรง ศาลอาจมีคำสั่งให้กรรมการ กกต. ที่ถูกฟ้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว หากกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ หรือเหลือจำนวนไม่ครบองค์ประชุม (ซึ่งตาม พ.ร.ป. กกต. ต้องมีอย่างน้อย 5 คน) กระบวนการสรรหา กกต. ชุดใหม่จะต้องเริ่มขึ้นทันที ซึ่งปัญหาทางกฎหมายที่สำคัญคือ “การรับรองผลการเลือกตั้ง” หาก กกต. ชุดเดิมถูกพักงาน หรือพ้นจากตำแหน่งในช่วงที่ยังประกาศผลไม่ครบตามจำนวนร้อยละ 95 การตั้งรัฐบาลจะตกอยู่ในภาวะชะงักงันทันที เนื่องจากสำนักงาน กกต. โดยเลขาธิการฯ แม้จะมีอำนาจดูแลงานธุรการ แต่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการออกประกาศรับรองผล สส. แทนคณะกรรมการ กกต. ได้  ความล่าช้าในการสรรหา กกต. ชุดใหม่ ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบประวัติโดยวุฒิสภา อาจใช้เวลาตั้งแต่ 90 ถึง 120 วัน ดังนั้นสภาวะนี้จะทำให้การเปิดสภาผู้แทนราษฎรล่าช้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ฉากทัศน์นี้จะสร้าง “ภาวะฟรีซ”  ทางการเมืองที่ส่งผลเสียรุนแรงต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ รัฐบาลรักษาการจะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเป็นระยะเวลานาน โดยมีอำนาจที่จำกัดอย่างมากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 เพราะไม่สามารถอนุมัติโครงการที่สร้างภาระผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป และไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงได้ และแน่นอนว่า งบประมาณจะสะดุด ความล่าช้าจะทำให้ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ล่าช้าออกไปประมาณ 3-4 เดือน หรือมากกว่านั้น ไม่สามารถเริ่มโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ เพราะหากงบประมาณล่าช้าออกไป 1 ไตรมาส จะฉุดจีดีพี ลง 0.2 – 0.4%  อาจททำให้จีดีพีปีนี้ เติบโตไม่ถึง 1.5%

ส่วนตลาดหุ้นจะเผชิญกับแรงขายทำกำไรระยะสั้น นักลงทุนจะย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำแทน การเมืองที่ไม่แน่นอน ขาดเสถียรภาพ เป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติกังวลมากที่สุด

ฉากทัศน์ที่ 3  เลือกตั้งโมฆะนับหนึ่งใหม่ทางการเมือง -ความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหภาค

ฉากทัศน์ที่3  คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการเลือกตั้งทั้งหมดเป็นโมฆะ เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรงในประเด็นการเลือกตั้งโดยลับและโดยตรง ตามมาตรา 85  บรรทัดฐานนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2549 และ 2557 ซึ่งนำไปสู่สุญญากาศทางการเมืองที่ยาวนานและความวุ่นวายทางสังคม  ในฉากทัศน์นี้ กกต. จะถูกตัดสินว่ามีความผิดร้ายแรงและต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ในขณะที่ผลการเลือกตั้งทั้งหมดจะถูกยกเลิก  และต้องกลับมานับหนึ่งใหม่

เมื่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะ รัฐบาลรักษาการจะต้องดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน   อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือ กกต. ชุดเดิมไม่สามารถทำหน้าที่ได้ และ กกต. ชุดใหม่ยังไม่ถูกสรรหา สภาวะอาจทำให้การเมืองไปสู่ทางตัน เนื่องจากไม่มีสภาผู้แทนราษฎรมาทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี และยังขาดกลไกในการสรรหาองค์กรอิสระที่รวดเร็วพอ เพราะการเลือกตั้งใหม่ในฉากทัศน์นี้จะไม่ได้เป็นเพียงการกลับไปลงคะแนน แต่จะเป็นการต่อสู้ทางกฎหมายและมวลชนที่เข้มข้นขึ้น พรรคการเมืองจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการหาเสียงใหม่ทั้งหมด ส่วนประชาชนก็อาจจะขาดความศรัทธาในระบอบการเลือกตั้ง เบื่อหน่าย และแน่นอนว่ากว่าจะมีรัฐบาลใหม่อาจกินเวลานานกว่า 6-9 เดือน หรือยาวนานไปจนถึงสิ้นปี 2569 ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ

ขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในฉากทัศน์นี้ จะรุนแรงมาก เพราะหากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จากการต้องเลือกตั้งใหม่ อาจทำให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย จีดีพีปีนี้มีความเสี่ยงที่จะเติบโตต่ำกว่า 1%  หรือหดตัวในบางไตรมาส เนื่องจากไม่มีงบประมาณใหม่เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคเอกชน นักลงทุนต่างประเทศชะลอลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ หรือร้ายแรงถึงกับย้ายเงินลงทุน ย้ายฐานการผลิต หนีไปลงทุนประเทศคู่แข่งที่มีศักยภาพ และเสถียรภาพที่ดีกว่า  ซึ่งจะส่งผลเสียต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของประเทศ

ส่วนตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญกับภาวะ Panic Sell เพราะนักลงทุนต่างชาติมองว่าประเทศไทยมีความเสี่ยง  บทเรียนจากการประกาศโมฆะในปี 2549 แสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นไม่ได้กลัวเพียงคำว่าโมฆะ แต่กลัวความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้ดัชนีหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,200 จุด  และหลีกเลี่ยงไม่ได้กับความเสี่ยงต่ออันดับเครดิตของประเทศ เพราะสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออาจปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย จากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และการขาดวินัยทางการคลังจากการที่รัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจจัดการงบประมาณ

การพิจารณาคดีความที่เกี่ยวข้องกับ กกต. ในปีนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดของทศวรรษ ฉากทัศน์ที่หนึ่งเป็นทางออกที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากที่สุด แต่อาจขาดการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างขององค์กรอิสระ ในขณะที่ฉากทัศน์ที่ 2 และ 3 แม้จะถือเป็นการตรวจสอบความถูกต้องตามหลักกฎหมาย แต่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงมาก ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศในยุคที่กำลังมีปัญหาทางโครงสร้างจนเศรษฐกิจเติบโตต่ำรั้งท้ายภูมิภาค

ดังนั้นความท้าทายของรัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะจัดตั้งได้เมื่อใด คือการแก้โจทย์ “คนป่วยแห่งเอเชีย” ผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง การลดระดับหนี้สาธารณะ และการสร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง  หากประเทศไทยไม่สามารถก้าวข้ามความขัดแย้งเชิงนิติศาสตร์เหล่านี้ไปได้ ศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ 2.1% หรือมากกว่านั้นต่อปี ในระยะ 3 ปีข้างหน้าจากนี้  อาจเป็นเพียง

แค่ความหวังวท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองที่ไม่มีที่สิ้นสุด การเตรียมความพร้อมของภาคเอกชนและนักลงทุนจึงต้องตั้งอยู่บนความระมัดระวังขั้นสุด โดยเน้นการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการกระจายความเสี่ยงออกสู่ตลาดโลกมากขึ้น เพื่อลดทอนผลกระทบจากปัจจัยภายในที่ยังคงไร้ทางออกที่ชัดเจน

ประเทศไทยไม่อยากกลายเป็นคนป่วย เราอยากหายป่วยในเร็ววัน แต่หากความขัดแย้งยังไม่หมด การเมืองยังไม่จบ ประเทศไม่เดินหน้าต่อ เราก็อาจเป็น “คนป่วยโคม่านอนติดเตียง”

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

FDI ไทยSET Indexการเมืองไทย 2569ความเชื่อมั่นนักลงทุนความเสี่ยงเศรษฐกิจงบประมาณปี 2570เลือกตั้งไทยเศรษฐกิจไทยเสถียรภาพรัฐบาล

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้