Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
16 ต.ค. 2025 เวลา 01:28

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

Share

twitter icon
line icon

นับเป็นข่าวสำคัญสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ เมื่อกระทรวงการคลังได้ประกาศแผนการเปิดลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่คุ้นเคยในชื่อ “บัตรคนจน” รอบใหม่ล่าสุด ซึ่งมีกำหนดการจะประกาศให้ทราบภายในเดือนพ.ย. นี้ พร้อมกับการเปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญสองประการ คือ การเปิดรับผู้ลงทะเบียนรายใหม่ และการทบทวนคุณสมบัติผู้ถือบัตรเดิมกว่า 13.5 ล้านคน เพื่อยกระดับความแม่นยำในการจัดสรรสวัสดิการให้ส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง คาดการณ์ว่าหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ จะมีผู้ได้รับสิทธิ์รวมทั้งสิ้นราว 15 ล้านคน

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

อัปเดต คลังยืนยัน เลื่อนเปิดลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ เป็นต้นปี 2569 ชี้เร่งงานด่วน-ทบทวนเกณฑ์ใหม่ทั้งหมด

กระทรวงการคลังได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเปิดลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบใหม่ โดยยืนยันว่าอาจมีการเลื่อนกำหนดการเดิมจากช่วงปลายปี 2568 ออกไปเป็นช่วงต้นปี 2569 แทน ทั้งนี้ เพื่อให้มีเวลาในการทบทวนเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้รับสิทธิ์ให้มีความรัดกุมและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมากที่สุด

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า กรอบเวลาเดิมที่เคยวางแผนไว้ในเดือนพฤศจิกายน 2568 นั้น อาจจะไม่ทันการณ์ เนื่องจากในขณะนี้ทางกระทรวงการคลังมีภารกิจเร่งด่วนหลายประการที่ต้องระดมทีมงานเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน โดยเฉพาะโครงการที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในกลุ่ม “Quick Big Win”

สำหรับนโยบาย “Quick Big Win” นั้น ถือเป็นยุทธศาสตร์เร่งด่วนของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น โดยมุ่งเน้นการ “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” ซึ่งประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว, การแก้หนี้ภาคประชาชน, การช่วยเหลือธุรกิจ SME, การเพิ่มการออมภาคประชาชน และการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดังนั้น การที่กระทรวงการคลังต้องทุ่มเททรัพยากรไปกับการผลักดันมาตรการเหล่านี้ จึงส่งผลให้การเตรียมการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ต้องขยับออกไป

ด้วยเหตุผลดังกล่าว นายลวรณ จึงคาดการณ์ว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่น่าจะเป็นช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งการเลื่อนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเลื่อนกำหนดการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการ “ปฏิรูป” เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการใหม่ทั้งหมดอีกด้วย

“เงื่อนไขจะเปลี่ยนแน่นอน เพราะหากไม่เปลี่ยนก็ไม่ต้องเปิดลงทะเบียนใหม่อะไร” นายลวรณ ระบุ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า การคัดกรองในรอบถัดไปจะมีความแตกต่างจากเดิม เพื่อให้มั่นใจว่าสวัสดิการจากภาครัฐจะถูกจัดสรรไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริงในสถานการณ์ปัจจุบัน

พื่อให้เห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จึงควรพิจารณาเกณฑ์การคัดกรองในปัจจุบัน (รอบปี 2565-2568) ซึ่งใช้ในการพิจารณาผู้รับสิทธิ์ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ อาทิ

เช็กคุณสมบัติ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ (ปี 2568–2569) ใครมีสิทธิ์ได้รับบ้าง

  • มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • มีรายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • มีรายได้เฉลี่ยของครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  • มีทรัพย์สินทางการเงิน (เช่น เงินฝาก, พันธบัตร) รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน
  • ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์ที่กำหนด
  • ต้องไม่มีบัตรเครดิต
  • ไม่มีวงเงินกู้บ้านเกิน 1.5 ล้านบาท หรือวงเงินกู้รถยนต์เกิน 1 ล้านบาท

สรุปในการพิจารณาคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ (ปี 2568–2569) ตามข้อมูลเบื้องต้นจากกระทรวงการคลัง (อัปเดต พ.ย. 2568) ผู้ลงทะเบียนจะต้องมีสัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

เกณฑ์สำคัญคือเรื่องรายได้ โดยกำหนดให้ผู้ลงทะเบียนมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี หากพิจารณาในรูปแบบครอบครัว รายได้เฉลี่ยต่อคนในครอบครัวก็จะต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีเช่นกัน

ด้านทรัพย์สินทางการเงิน กำหนดไว้ว่าต้องมีไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งรวมถึง เงินฝาก พันธบัตร ตราสารหนี้ และกองทุนต่าง ๆ

ส่วนเกณฑ์ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่กระทรวงการคลังกำหนดนั้น เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ โดยจะต้องมีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ หรือที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไม่เกิน 10 ไร่ หากเป็นกรณีห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในลักษณะเพื่อการลงทุนหรือให้เช่า

ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีบัตรเครดิต หรือมีวงเงินสินเชื่อเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ได้แก่ สินเชื่อบ้านต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และสินเชื่อรถต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท

สุดท้าย ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ เช่น ภิกษุ สามเณร นักบวช ผู้ต้องขัง บุคคลในสถานสงเคราะห์ รวมถึงข้าราชการ พนักงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ และผู้รับบำนาญจากรัฐ หรือข้าราชการการเมือง

ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับผู้สมัคร

แม้ว่าข้อมูลคุณสมบัติที่กล่าวมาจะเป็นกรอบหลักที่กระทรวงการคลังประกาศไว้ แต่ยังมีการทบทวนหลักเกณฑ์อยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะเรื่องรายได้และทรัพย์สินเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่พลาดข้อมูลที่อาจมีการปรับเปลี่ยน?

นอกจากนี้ การเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายได้ และหลักฐานทรัพย์สิน จะช่วยให้กระบวนการลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่กระทรวงการคลังหรือศูนย์บริการร่วมของภาครัฐในพื้นที่?

ดังนั้น การทบทวนเกณฑ์ใหม่ทั้งหมดจึงอาจหมายถึงการปรับเปลี่ยนตัวเลขรายได้ ทรัพย์สิน หรือเพิ่มเงื่อนไขอื่นๆ เข้ามาพิจารณาด้วย ในขณะเดียวกัน การเปิดลงทะเบียนรอบใหม่นี้ จะดำเนินการควบคู่ไปกับการทบทวนสิทธิ์ของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่มีอยู่ประมาณ 13.5 ล้านคนด้วยเช่นกัน ซึ่งกระบวนการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์โครงการที่กำหนดให้มีการตรวจสอบและทบทวนสิทธิ์ในทุกๆ 2 ปี เพื่อเป็นการอัปเดตข้อมูลผู้รับสิทธิ์ให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด

สำหรับกระบวนการทบทวนสิทธิ์ดังกล่าว จะมีการตรวจสอบฐานรายได้และคุณสมบัติอื่นๆ ใหม่อีกครั้ง หากพบว่าผู้ถือบัตรรายเดิมมีรายได้หรือทรัพย์สินเกินกว่าเกณฑ์ใหม่ที่จะกำหนด ก็จะถูกตัดสิทธิออกจากระบบสวัสดิการ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยืนยันว่า ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวยังคงมีสิทธิในการยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อมูลซ้ำได้ตามขั้นตอน

โดยสรุป การเลื่อนเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเป็นช่วงต้นปี 2569 ถือเป็นการจัดลำดับความสำคัญของภารกิจภาครัฐ และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับการคัดกรองผู้รับสิทธิ์ให้มีประสิทธิภาพและตรงจุดมากยิ่งขึ้น ซึ่งประชาชนที่รอคอยการลงทะเบียนรอบใหม่นี้ จำเป็นต้องติดตามประกาศเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ฉบับใหม่อย่างใกล้ชิดต่อไป

ข้อมูลเบื้องต้นจากกระทรวงการคลัง (อัปเดต พ.ย. 2568)

เกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้นสำหรับผู้ลงทะเบียน (ฉบับเดิม)

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

ข้อมูลของผู้สมัครจะถูกนำไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 40 แห่ง อาทิ กรมที่ดิน, สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.), กระทรวงแรงงาน, และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) โดยกระบวนการตรวจสอบจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน สำหรับเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้น มีดังนี้

รายได้

  • ต้องมีรายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • รายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครอบครัว ต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

สินทรัพย์ทางการเงิน

  • มีสินทรัพย์ เช่น เงินฝาก, สลากออมสิน/ธ.ก.ส., พันธบัตรรัฐบาล รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน

เงื่อนไขและข้อจำกัดอื่น ๆ

  • ต้องไม่มีบัตรเครดิต
  • ต้องไม่มีวงเงินกู้สำหรับซื้อที่อยู่อาศัย (บ้านหรือคอนโด) เกิน 1.5 ล้านบาท
  • ต้องไม่มีวงเงินกู้สำหรับซื้อยานพาหนะ (รถยนต์) เกิน 1 ล้านบาท

กลุ่มบุคคลที่ไม่ได้รับสิทธิ์

  • ภิกษุ, สามเณร, ผู้ต้องขัง, บุคคลในสถานสงเคราะห์, ข้าราชการ, พนักงานราชการ, ผู้รับบำเหน็จรายเดือน, ผู้รับบำนาญ, ข้าราชการการเมือง, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

คู่มือลงทะเบียน บัตรคนจน ผ่านเว็บไซต์ ครบจบทุกขั้นตอน

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับประชาชน กระทรวงการคลังได้เปิดช่องทางการลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว และช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางไปยังหน่วยรับลงทะเบียน สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติและมีความพร้อมในการใช้งานอินเทอร์เน็ต สามารถดำเนินการทั้งหมดได้ด้วยตนเองผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ บทความนี้จะสรุปขั้นตอนทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้คุณเตรียมตัวและดำเนินการได้อย่างถูกต้อง

เตรียมตัวให้พร้อม! สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่มลงทะเบียนออนไลน์

ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการกรอกข้อมูล เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น ควรเตรียมเอกสารและข้อมูลสำคัญต่อไปนี้ให้พร้อม

  1. บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card): ต้องใช้ทั้ง หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และ รหัส Laser ID ที่อยู่ด้านหลังบัตร
  2. ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่ปัจจุบัน, และข้อมูลการติดต่อ
  3. ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว: เตรียมข้อมูลบัตรประชาชนของบุคคลในครอบครัว (คู่สมรส, บุตร) เพื่อใช้ในการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขของโครงการ

ขั้นตอนการลงทะเบียนออนไลน์ ง่ายกว่าที่คิด

เมื่อเตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว สามารถเริ่มต้นลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ได้ทันทีตามขั้นตอนต่อไปนี้

1 เข้าสู่เว็บไซต์โครงการ เริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่เว็บไซต์หลักของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ https://welfare.mof.go.th จากนั้นมองหาปุ่มหรือแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ” แล้วคลิกเพื่อเข้าสู่หน้าแรกของระบบการลงทะเบียน

2 ยืนยันตัวตนเบื้องต้นด้วยข้อมูลบัตรประชาชน : ในขั้นตอนนี้ ระบบจะเริ่มกระบวนการยืนยันตัวตนของผู้สมัครในเบื้องต้น โดยกำหนดให้ผู้สมัครกรอกข้อมูลสำคัญ 2 ส่วนจากบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องและเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ซึ่งประกอบด้วย

  • หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
  • รหัส Laser ID (ชุดตัวอักษรและตัวเลขบริเวณด้านหลังบัตร)

หลังจากกรอกข้อมูลสำคัญทั้งสองส่วนครบถ้วนแล้ว ให้ผู้สมัครกดปุ่ม “ขั้นตอนถัดไป” เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

3: กรอกข้อมูลผู้ลงทะเบียนและครอบครัวให้ครบถ้วน ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยระบบจะแบ่งหน้าจอการกรอกข้อมูลออกเป็น 4 ส่วนหลัก ผู้ลงทะเบียนจะต้องกรอกรายละเอียดอย่างรอบคอบและถูกต้องตามความเป็นจริง ได้แก่

  • ส่วนที่ 1: ข้อมูลส่วนตัวของผู้ลงทะเบียน
  • ส่วนที่ 2: รายละเอียดของสมาชิกในครอบครัว (ถ้ามี)
  • ส่วนที่ 3: การแจ้งความต้องการขอรับความช่วยเหลือด้านหนี้สิน (หากต้องการ)
  • ส่วนที่ 4: ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

4: เลือกหน่วยงานรับลงทะเบียน (สำหรับบางกรณี) สำหรับ ผู้ลงทะเบียนที่มีสถานะโสด หรือ มีครอบครัวแต่สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีอายุเกิน 18 ปีและมีร่างกายสมบูรณ์ ท่านจะต้องทำการเลือก “หน่วยรับลงทะเบียน” ที่ท่านสะดวกจากรายชื่อหน่วยงานที่ปรากฏขึ้นมา เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในระบบ

5: ตรวจสอบความถูกต้องและกดยืนยันข้อมูล หลังจากกรอกข้อมูลครบทุกส่วนแล้ว ระบบจะแสดงข้อมูลทั้งหมดที่ท่านกรอกไปเพื่อให้ตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย โปรดอ่านและทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน หากพบข้อผิดพลาดให้รีบแก้ไข เมื่อมั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องสมบูรณ์แล้ว ให้กดยืนยันการลงทะเบียน

6: เสร็จสิ้นการลงทะเบียน รอการตรวจสอบสถานะ เมื่อท่านกดยืนยันข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ถือว่าการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ในกรณีนี้ ท่านและครอบครัวไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยื่นเอกสารหรือยืนยันตัวตนที่หน่วยรับลงทะเบียนอีก สามารถรอติดตามการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผ่านทางเว็บไซต์ของโครงการได้โดยตรง

หลังลงทะเบียนเสร็จสิ้น ต้องทำอะไรต่อ? หลังจากเสร็จสิ้น 6 ขั้นตอนข้างต้น หน้าที่ของผู้ลงทะเบียนคือการรอให้หน่วยงานภาครัฐทำการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งจะใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 40 แห่ง ขอแนะนำให้บันทึกข้อมูลการลงทะเบียนของท่านไว้ และคอยติดตามข่าวสารจากกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบสถานะผลการลงทะเบียนของท่านในลำดับต่อไป

คู่มือลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2568 ที่หน่วยบริการ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เช็คที่นี่

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

นอกเหนือจากช่องทางออนไลน์แล้ว กระทรวงการคลังยังอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 ได้ที่หน่วยรับลงทะเบียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นช่องทางที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือต้องการคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น การเตรียมเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมด ตั้งแต่สถานที่รับลงทะเบียนไปจนถึงเอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละกรณี

เปิดพิกัด 7 หน่วยงานที่เปิดรับลงทะเบียนทั่วประเทศ

ท่านสามารถเลือกเดินทางไปยังหน่วยรับลงทะเบียนที่สะดวกที่สุดใกล้บ้านท่านได้ จากรายชื่อ 7 หน่วยงานหลักของภาครัฐ ดังต่อไปนี้

  1. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา
  2. ธนาคารออมสิน ทุกสาขา
  3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา
  4. สำนักงานคลังจังหวัด ทั่วประเทศ (สังกัดกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)
  5. สำนักงานคลังเขต/สำนักงานคลังอำเภอ ทั่วประเทศ
  6. ที่ว่าการอำเภอ ทุกแห่ง
  7. สำนักงานเมืองพัทยา (สำหรับผู้ที่อาศัยในเขตเมืองพัทยา)

เช็คลิสต์เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม (แบ่งตามกรณี)

เอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปตามสถานะของครอบครัวผู้ลงทะเบียน ขอให้ท่านตรวจสอบและเตรียมเอกสารตามกรณีของท่านให้ครบถ้วน

  1. กรณีผู้ลงทะเบียนโสด (ไม่มีครอบครัว) สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนด้วยตนเองและไม่มีครอบครัว (ไม่มีคู่สมรสและบุตร) เอกสารที่ต้องใช้มีเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ

  • แบบฟอร์มลงทะเบียน: กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและลงลายมือชื่อ
  • บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง): ของผู้ลงทะเบียน

  1. กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว (มีคู่สมรส และ/หรือ บุตร) การลงทะเบียนสำหรับผู้ที่มีครอบครัวจะมีรายละเอียดด้านเอกสารเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติด้านรายได้เฉลี่ยของครัวเรือน

เอกสารของผู้ลงทะเบียน

  • แบบฟอร์มลงทะเบียนที่กรอกข้อมูลครบถ้วน
  • บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง)

เอกสารของครอบครัว (คู่สมรส และ/หรือ บุตร)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตร พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หรือใช้สำเนาสูติบัตรของบุตร (กรณีบุตรยังไม่มีบัตรประชาชน)
  • หรือใช้สำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อแสดงความสัมพันธ์

การยืนยันตัวตนของสมาชิกในครอบครัว: เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล ขอแนะนำให้คู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียน เดินทางมาแสดงตนพร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ที่หน่วยรับลงทะเบียนด้วย ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลและยืนยันตัวตนได้ครบถ้วนในครั้งเดียว

  1. กรณีพิเศษ: สำหรับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ไม่สะดวกเดินทาง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ โครงการได้เปิดให้มีการ “มอบอำนาจ” ให้บุคคลอื่นที่ได้รับความไว้วางใจมาดำเนินการแทนได้ โดยต้องเตรียมเอกสารทั้งหมด ดังนี้

เอกสารของผู้ลงทะเบียน (ผู้มอบอำนาจ)

  1. แบบฟอร์มลงทะเบียน (กรอกข้อมูลครบถ้วน)
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส/บุตร (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
  4. หนังสือมอบอำนาจ (ตามแบบฟอร์มที่โครงการกำหนด)
  5. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการ (ถ้ามี) หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน

เอกสารของผู้ที่มาดำเนินการแทน (ผู้รับมอบอำนาจ)

  1. บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง)

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามรายการข้างต้น จะช่วยให้ขั้นตอนการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการเป็นไปอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ ลดความจำเป็นในการเดินทางมาติดต่อหลายครั้ง ขอให้ท่านตรวจสอบเอกสารและเลือกเดินทางไปยังหน่วยบริการที่สะดวกที่สุด

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

ตามที่กระทรวงการคลังได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 หนึ่งในประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชนคือรายละเอียดของสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรจะได้รับ ซึ่งนับเป็นเครื่องมือสำคัญของภาครัฐในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยวงเงินช่วยเหลือดังกล่าวถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมมิติค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างรอบด้าน

สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ จะได้รับสวัสดิการหลัก 5 ด้าน ซึ่งโฆษกกระทรวงการคลังได้ชี้แจงรายละเอียดไว้ ดังนี้

  1. วงเงินสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน สิทธิประโยชน์หลักที่ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับคือวงเงินสำหรับจัดซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ วงเงินจำนวน 300 บาทนี้ จะถูกโอนเข้าบัตรในทุก ๆ เดือน เพื่อให้ผู้มีสิทธิ์สามารถนำไปใช้ชำระค่าสินค้าผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ณ ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าอื่น ๆ ที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ

  • เงื่อนไขสำคัญ: วงเงินส่วนนี้ไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้ และเป็นสิทธิ์แบบเดือนต่อเดือน หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น ๆ วงเงินที่เหลือจะไม่มีการสะสมไปยังเดือนถัดไป มาตรการนี้จึงมุ่งเน้นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนโดยตรง

  1. ส่วนลดค่าจัดซื้อก๊าซหุงต้ม จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครัวเรือน ผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินส่วนลดสำหรับค่าก๊าซหุงต้มจำนวน 80 บาท ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่ให้ทุก 3 เดือน (สำหรับรอบล่าสุดคือ กรกฎาคม – กันยายน 2568) โดยผู้มีสิทธิ์สามารถใช้ สิทธิประโยชน์ นี้ได้ที่ร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้มที่เข้าร่วมโครงการ
  2. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ รวม 750 บาทต่อคนต่อเดือน ภาครัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเดินทางเพื่อประกอบอาชีพและการเข้าถึงบริการที่จำเป็น จึงได้จัดสรรวงเงินค่าเดินทางไว้สูงถึง 750 บาทต่อเดือน ครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะหลากหลายประเภท ได้แก่

  • รถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
  • รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)
  • รถไฟฟ้า (BTS/MRT/ARL)
  • รถไฟ
  • และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ สิทธิประโยชน์ ด้านการเดินทางนี้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งงานและบริการสาธารณสุขได้อย่างมีนัยสำคัญ

  1. มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า จำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านค่าสาธารณูปโภค จะเป็นสิทธิ์ “1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์” โดยผู้ที่ลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า จะได้รับการสนับสนุนวงเงินไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน

  • เงื่อนไขเบื้องต้น: โดยทั่วไป ครัวเรือนนั้น ๆ จะต้องมีการใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำหนด (เช่น ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน) และจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์กับหน่วยงานการไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งภาครัฐจะชำระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คืนให้

  1. มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา จำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน เช่นเดียวกับค่าไฟฟ้า มาตรการช่วยเหลือค่าน้ำประปาเป็นสิทธิ์ “1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์” โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน

  • เงื่อนไขเบื้องต้น: ครัวเรือนจะต้องมีการใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่การประปานครหลวง (กปน.) หรือการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กำหนด (เช่น ใช้น้ำประปาในมูลค่าไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน) และต้องมีการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์กับหน่วยงานการประปาเช่นกัน

ทั้งนี้ รายละเอียดและหลักเกณฑ์เงื่อนไขฉบับสมบูรณ์ของ สิทธิประโยชน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด จะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังอีกครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ประชาชนผู้สนใจควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ของภาครัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจในสิทธิ์ที่ตนจะได้รับอย่างครบถ้วน

ตารางสรุป สิทธิประโยชน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568

สิทธิประโยชน์รายละเอียดจำนวนเงิน/ช่วงเวลาเงื่อนไขและข้อจำกัดหมายเหตุ
ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภควงเงินสำหรับจัดซื้อสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน300 บาท ต่อคน ต่อเดือนใช้ผ่านเครื่อง EDC ที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าอื่นไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้
ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครัวเรือน80 บาท ต่อคน ทุก 3 เดือน (ทุกไตรมาส)ใช้ที่ร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้มที่เข้าร่วมโครงการรอบล่าสุด ก.ค. – ก.ย. 2568
ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะหลากหลายประเภท750 บาท ต่อคน ต่อเดือนครอบคลุม ขสมก., บขส., BTS, MRT, ARL, รถไฟ, รถโดยสารเอกชนเพิ่มโอกาสเข้าถึงงานและบริการสาธารณสุข
บรรเทาภาระค่าไฟฟ้าสนับสนุนค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือน315 บาท ต่อครัวเรือน ต่อเดือนใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่ กฟน. หรือ กฟภ. กำหนด, ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์สิทธิ์ 1 ครัวเรือน ต่อ 1 สิทธิ์
บรรเทาภาระค่าน้ำประปาสนับสนุนค่าน้ำประปาสำหรับครัวเรือน100 บาท ต่อครัวเรือน ต่อเดือนใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่ กปน. หรือ กปภ. กำหนด, ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์สิทธิ์ 1 ครัวเรือน ต่อ 1 สิทธิ์

เช็กสิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนพฤศจิกายน 2568 เติมเงินพิเศษให้ผู้ถือบัตรเดิม ได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ (สวัสดิการแห่งรัฐ 2568) ใครต้องลงทะเบียนบ้าง

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี 2568 โครงการสวัสดิการแห่งรัฐยังคงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง โดยมีกรมบัญชีกลาง ภายใต้กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการและโอนเงินเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ผู้มีสิทธิ์สามารถนำไปใช้จ่ายได้อย่างตรงจุดประสงค์
สำหรับในเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดปฏิทินการโอนเงินสวัสดิการต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดการจ่ายเงินในวันสำคัญต่างๆ ดังนี้

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568: วงเงินหลักเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเดินทาง

เริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยวงเงินสนับสนุนค่าครองชีพที่จำเป็น ซึ่งจะถูกโอนเข้าบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิ์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน โดยวงเงินเหล่านี้ ไม่สามารถ กดเป็นเงินสดได้ และ ไม่สามารถ สะสมยอดไปใช้ในเดือนถัดไปได้ ประกอบด้วย:

  • วงเงินสำหรับซื้อสินค้า: 1,150 บาทต่อเดือน นี่คือวงเงินหลักสำหรับใช้จ่ายค่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ
  • ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม: 80 บาทต่อ 3 เดือน นอกจากนี้ ยังมีวงเงินส่วนลดสำหรับการซื้อก๊าซหุงต้ม ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่อง โดยยอด 80 บาทนี้ เป็นสิทธิ์สำหรับรอบไตรมาส (ตุลาคม – ธันวาคม 2568)
  • วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ: 750 บาทต่อเดือน ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังสนับสนุนค่าเดินทางครอบคลุมระบบขนส่งหลักหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น บขส., รถไฟ, รถไฟฟ้า (เช่น BTS, MRT) และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง

ข้อควรทราบสำคัญคือ วงเงินทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นสิทธิ์เฉพาะบุคคลที่ได้รับในแต่ละเดือน หากใช้ไม่หมด วงเงินจะถูกตัดและเริ่มต้นใหม่ในเดือนถัดไป ไม่มีการสะสมยอดคงเหลือ

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568: การสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มเปราะบาง (ผู้พิการ)

ในขณะเดียวกัน ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้พิการ โดยในวันที่ 20 พฤศจิกายน จะมีการโอน “เงินเบี้ยความพิการเพิ่มเติม” จำนวน 200 บาทต่อเดือน โดย สิทธิ์นี้มีเงื่อนไขสำคัญคือ สำหรับผู้พิการที่ได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้วเท่านั้น (ซึ่งโดยทั่วไปจะโอนเข้าบัญชีประมาณวันที่ 10 ของเดือน) การโอนเงินเพิ่มเติม 200 บาทในวันที่ 20 นี้ จะทำให้ผู้พิการกลุ่มดังกล่าวได้รับเงินช่วยเหลือรวมทั้งสิ้น 1,000 บาทต่อเดือน

  • ช่องทางการรับเงิน: เงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 200 บาทนี้ จะถูกโอนผ่านระบบ e-Payment เข้าบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือบัญชีธนาคารที่ใช้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทเป็นประจำ

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568: เงินช่วยเหลือเพื่อการยังชีพ (ผู้สูงอายุรายได้น้อย)

ในวันที่ 24 พฤศจิกายน จะเป็นคิวของการโอน “เงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย” ในอัตรา 100 บาทต่อเดือน สำหรับการโอนเงินในวันนี้ถือเป็น การโอนเงินรอบที่ 2 สำหรับผู้สูงอายุที่ได้ทำการยืนยันตัวตน (ตามเดือนเกิด) และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมา

  • ช่องทางการรับเงิน: เช่นเดียวกับกลุ่มผู้พิการ เงินสงเคราะห์ส่วนนี้จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิ์ที่ผูกไว้กับเบี้ยความพิการ (กรณีเป็นผู้พิการด้วย) หรือบัญชีธนาคารใดก็ได้ที่ผูกบริการ e-Payment ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักไว้

จะเห็นได้ว่า การจัดสรรสวัสดิการในเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ ครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเดินทาง และการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด ผู้มีสิทธิ์ควรตรวจสอบยอดเงินและวางแผนการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับกำหนดการโอนเงินดังกล่าว เพื่อรักษาสิทธิ์ประโยชน์สูงสุดของตนเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก govwelfare และ welfare

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน 2568บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2568ลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ลงทะเบียนบัตรคนจนออนไลน์วิธีลงทะเบียนบัตรคนจนวิธีลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่สิทธิประโยชน์บัตรคนจนเช็คสิทธิ์บัตรคนจนเอกสารลงทะเบียนบัตรคนจน

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที