Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
13 ก.ย. 2025 เวลา 22:48

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี? SENA ชี้ทางออก เช่า-ออม-บ้าน เพื่อคนอยากมีบ้าน

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี? SENA ชี้ทางออก เช่า-ออม-บ้าน เพื่อคนอยากมีบ้าน

Share

twitter icon
line icon

ในภูมิทัศน์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปัจจุบัน สมการของการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อความฝันที่จะมี “บ้าน” สักหลังไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการและความพยายามเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กลับถูกท้าทายด้วยกำแพงทางการเงินที่สูงขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตการณ์ “การปฏิเสธสินเชื่อ” ที่ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ปกติ ส่งผลให้ผู้ซื้อจำนวนมากต้องพับแผนการในชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี? SENA ชี้ทางออก เช่า-ออม-บ้าน เพื่อคนอยากมีบ้าน

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี  SENA ชี้ทางออก เช่า-ออม-บ้าน เพื่อคนอยากมีบ้าน

ภาวะชะงักงันนี้ได้บีบให้ผู้ประกอบการต้องทบทวนบทบาทและกลยุทธ์ทางธุรกิจครั้งใหญ่ จากที่เคยแข่งขันกันด้วยทำเลและการออกแบบสู่การสร้างนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างแท้จริง บทความนี้ จะเจาะลึกถึงแนวทางการปรับตัวของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผ่านวิสัยทัศน์ของ ดร.เกศรา ธัญญลักษณ์ภาคย์  กรรมการผู้จัดการ ที่ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ในรายการ F1Money EP.22 ที่กำลังพยายามจะนิยามเส้นทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านขึ้นมาใหม่ เพื่อเปลี่ยนทางตันของผู้บริโภคให้กลายเป็นทางเลือกที่จับต้องได้จริง 

ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ไทย : ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

ดร.เกศรา ธัญญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้วิเคราะห์ถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงปี 2568-2569 ว่า ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายอย่างรอบด้าน โดยมีตัวแปรสำคัญคือสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

โดยปกติแล้วภาคอสังหาริมทรัพย์มักจะเติบโตควบคู่ไปกับภาวะเศรษฐกิจที่ดี แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มศักยภาพ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่แม้จะมีแนวโน้มทรงตัวแต่ยังคงอยู่ในระดับที่ถือเป็นต้นทุนสูงสำหรับผู้ประกอบการและผู้ซื้อ และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้ได้ลดทอนกำลังซื้อและความสามารถในการก่อหนี้ของผู้บริโภคลงอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวซึ่งสร้างความกังวลและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดคอนโดมิเนียมอยู่บ้าง แต่ดร.เกศรา มองว่า ผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นและได้คลี่คลายลงแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงซึ่งสะท้อนภาพของตลาดอสังหาฯ ในปัจจุบัน คือ ปรากฏการณ์ที่ “ดัชนีราคาที่อยู่อาศัย” ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับสวนทางกับ “ยอดการขอสินเชื่อใหม่” ที่ลดลง ดร.เกศรา อธิบายว่า การปรับขึ้นของราคาบ้านไม่ได้เกิดจากความต้องการที่ร้อนแรง แต่เป็นผลจาก

“ต้นทุนที่สูงขึ้น” (Cost Push) เป็นหลัก โดยมีองค์ประกอบสำคัญ คือ

  • ราคาที่ดิน : ยังไม่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน แม้ธุรกรรมการซื้อขายจะทำได้ยากขึ้น
  • ค่าวัสดุก่อสร้าง : แม้วัสดุบางชนิดอาจมีราคาลดลง แต่โดยภาพรวมยังคงทรงตัวในระดับสูง
  • ค่าแรง : ถือเป็นต้นทุนสำคัญ โดยเฉพาะในโครงการอาคารสูงที่ค่าแรงมีสัดส่วนสูงถึงกว่า 20% และมีแต่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ไม่มีแนวโน้มลดลง

ปัจจัยด้านต้นทุนเหล่านี้ผลักดันให้ราคาขายที่อยู่อาศัยต้องปรับตัวสูงขึ้น แต่ในทางกลับกัน รายได้ของภาคประชาชนกลับเติบโตไม่ทันกับการเพิ่มขึ้นของราคาบ้าน เมื่อสถานการณ์นี้มาผนวกกับสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง จึงนำไปสู่บทสรุปที่ชัดเจน นั่นคือ ปัญหาการกู้สินเชื่อไม่ผ่าน ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่สั่นคลอนเสถียรภาพของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์โดยรวม

วิกฤต “กู้ไม่ผ่าน” Pain Point ใหญ่ของคนอยากมีบ้าน

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี  SENA ชี้ทางออก เช่า-ออม-บ้าน เพื่อคนอยากมีบ้าน

ดร.เกศรา ได้มีการชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย นั่นคือ วิกฤตการปฏิเสธสินเชื่อ หรือ “กู้ไม่ผ่าน” ซึ่งได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

ข้อมูลเปรียบเทียบที่น่าสนใจว่า หากย้อนกลับไปในอดีต ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีเสถียรภาพมากกว่านี้ โดยผู้ซื้อที่ยื่นขอสินเชื่อ 10 ราย จะมีผู้ที่ได้รับการอนุมัติสูงถึง 8 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนความสำเร็จถึง 80% ทว่าสถานการณ์ในปัจจุบันกลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง อัตราการปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ 50% หมายความว่า ในจำนวนผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน 10 ราย จะมีถึง 5 รายที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ซึ่งตัวเลขนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกในอนาคต

อัตราการปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง

ภาวะ “กู้ไม่ผ่าน” นี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางสถิติ แต่ได้สร้างผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ (Ripple Effect) ในวงกว้าง สำหรับผู้บริโภค คือ การทลายความฝันและเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงของชีวิต ทำให้แผนการซื้อที่อยู่อาศัยต้องหยุดชะงัก และบีบให้ต้องกลับไปอยู่ในตลาดเช่าดังเดิม ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ประกอบการทุกรายที่ลงทุนพัฒนาโครงการ ปัญหานี้หมายถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล เพราะแม้จะสามารถทำการตลาดจนลูกค้าตัดสินใจซื้อได้แล้ว แต่กลับไม่สามารถปิดการขายได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินสดและทำให้เกิดปัญหาสินค้าคงคลังสะสม

จากการวิเคราะห์ของเสนา พบว่า ต้นตอของวิกฤต “กู้ไม่ผ่าน” สามารถจำแนกออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. รายได้ไม่เพียงพอ (Bad Income) : ปัญหานี้เป็นผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจที่รายได้ของประชาชนเติบโตไม่ทันกับราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ซื้อจำนวนมากมีคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกณฑ์ความสามารถในการชำระหนี้ (Debt Service Ratio: DSR)
  2. ประวัติข้อมูลเครดิต (Bad Credit) : ผู้ซื้อบางรายอาจเคยมีประวัติการผิดนัดชำระหนี้ในอดีต ซึ่งแม้ว่าจะได้แก้ไขไปแล้ว แต่ข้อมูลดังกล่าวยังคงส่งผลต่อคะแนนเครดิต ทำให้สถาบันการเงินขาดความเชื่อมั่นในการอนุมัติวงเงินกู้ระยะยาวที่มีมูลค่าสูงอย่างสินเชื่อที่อยู่อาศัย
  3. ความไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ (Bad Confidence) : ปัจจัยนี้เป็นเรื่องของจิตวิทยาผู้บริโภค แม้ผู้ซื้อบางกลุ่มจะมีศักยภาพทางการเงินเพียงพอ แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจในระยะยาว ทำให้เกิดความลังเลและไม่กล้าที่จะผูกมัดตนเองกับภาระหนี้สินระยะยาวถึง 30 ปี เนื่องจากขาดความมั่นใจในความมั่นคงของรายได้และหน้าที่การงานในอนาคต

SENA ปฏิวัติทางเลือกคนอยากมีบ้าน : เจาะลึกโซลูชัน ‘เช่า-ออม-บ้าน’ และโมเดลไฮบริด

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี  SENA ชี้ทางออก เช่า-ออม-บ้าน เพื่อคนอยากมีบ้าน

ท่ามกลางวิกฤตการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ทวีความรุนแรงขึ้น ดร.เกศรา ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์เชิงรุกของเสนาในการเปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นโอกาส แทนที่จะยอมสูญเสียกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพแต่ประสบปัญหา “กู้ไม่ผ่าน” ไป บริษัทได้พัฒนาโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมเพื่อรักษาลูกค้ากลุ่มนี้ไว้ พร้อมกับตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในเวลาเดียวกัน

“Liv Nex” โซลูชัน “เช่า-ออม-บ้าน” เปลี่ยนผู้เช่าสู่การเป็นเจ้าของ

เพื่อแก้ไขปัญหาการกู้ไม่ผ่านอย่างตรงจุด เสนาได้นำเสนอโปรแกรม “Liv Nex” หรือ “เช่า-ออม-บ้าน” ซึ่งดำเนินการผ่าน บริษัท เงินสดใจดี ซึ่งเป็นสถาบันการเงินในเครือของบริษัท แนวคิดหลักของโซลูชันนี้คือการเปลี่ยนสถานะของลูกค้าจาก “ผู้ซื้อที่กู้ไม่ผ่าน” ให้กลายเป็น “ผู้เช่า” ในโครงการของเสนา แต่มีความพิเศษกว่าการเช่าทั่วไป กล่าวคือ ค่าเช่าที่ลูกค้าจ่ายในแต่ละเดือนจะถูกนำไปทยอยหักลดเงินต้นของราคาบ้าน เสมือนเป็นการสะสมเงินดาวน์ไปในตัว

กลไกนี้ทำงานภายใต้ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นพิเศษเพียง 1.8% ต่อปี ทำให้ค่าเช่าส่วนใหญ่ถูกแปลงไปเป็นเงินออมเพื่อลดภาระเงินต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดร.เกศรา ได้ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า หากบ้านมีราคา 1 ล้านบาท เมื่อลูกค้าเข้าโปรแกรมนี้เป็นระยะเวลา 3 ปี เงินต้นของบ้านจะลดลงประมาณ 100,000 บาท ทำให้ยอดหนี้คงเหลือสำหรับยื่นกู้ใหม่ในอนาคตอยู่ที่เพียง 900,000 บาท

ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรม “เช่า-ออม-บ้าน” ยังสร้างประโยชน์สองต่อให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ คือ

  1. การสะสมทุน : เงินค่าเช่าที่จ่ายไปไม่สูญเปล่า แต่จะกลายเป็นส่วนทุนที่ช่วยลดภาระในการขอสินเชื่อในอนาคต
  2. การสร้างประวัติทางการเงิน : เสนาได้ร่วมมือกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในโครงการ “โรงเรียนการเงิน” โดยให้ผู้เช่านำส่งค่าเช่าผ่านระบบนี้ ซึ่งเป็นการสร้างประวัติการชำระหนี้ที่ดีและสม่ำเสมอ ทำให้เมื่อถึงเวลายื่นขอสินเชื่ออีกครั้ง สถาบันการเงินจะมองเห็นวินัยทางการเงินที่ชัดเจน และส่งผลให้โอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โมเดลธุรกิจไฮบริด กลยุทธ์ตอบโจทย์ทุกความต้องการในที่เดียว

นอกเหนือจากโซลูชันสำหรับผู้ที่กู้ไม่ผ่านแล้ว เสนาได้ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญสู่ “โมเดลธุรกิจไฮบริด” (Hybrid Model) ซึ่งเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ในโครงการคอนโดมิเนียมแห่งเดียวกันให้สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่

  • กลุ่มซื้อขาด : สำหรับลูกค้าที่มีความพร้อมทางการเงินและต้องการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทันที
  • กลุ่มเช่า-ออม-บ้าน (Liv Nex) : สำหรับกลุ่มที่ต้องการซื้อแต่ยังกู้ไม่ผ่าน ให้สามารถเข้ามาอยู่อาศัยพร้อมสะสมเงินเพื่อเป็นเจ้าของในอนาคต
  • กลุ่มเช่าเพื่ออยู่อาศัย (Rent Nex) : สำหรับผู้ที่ต้องการเช่าเพียงอย่างเดียว โดยยังไม่ตัดสินใจซื้อ เช่น กลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยเริ่มต้นทำงานที่นิยมเช่าเพื่อทดลองใช้ชีวิตในทำเลต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงหลักปักฐาน

กลยุทธ์ “โมเดลธุรกิจไฮบริด” นี้ ถือเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทำให้โครงการสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวางขึ้น และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว

SENA กางแผนอนาคต : ถอดรหัสพฤติกรรมผู้ซื้อสู่กลยุทธ์ความยั่งยืนและ Recurring Income

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี  SENA ชี้ทางออก เช่า-ออม-บ้าน เพื่อคนอยากมีบ้าน

นอกเหนือจากการนำเสนอโซลูชันเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ดร.เกศรา ได้ให้มุมมองเชิงลึกถึงกลยุทธ์ระยะยาวของเสนา ซึ่งวางอยู่บนรากฐานของการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับอนาคต

เจาะลึกพฤติกรรมการเลือกทำเล: “ความคุ้นเคย” ปัจจัยเหนือราคา

ดร.เกศรา ชี้ว่า แม้ “ทำเล” จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย แต่ความหมายของคำว่า ทำเลในปัจจุบันได้ลึกซึ้งไปกว่าเดิม โดยมีปัจจัยด้าน “ความคุ้นเคย” (Familiarity) เป็นตัวแปรสำคัญจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกที่อยู่อาศัยโดยอิงจากสองปัจจัยหลัก คือ

  • ใกล้ที่อยู่เดิม : ผู้ซื้อจำนวนมากต้องการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ใกล้บ้านของครอบครัวหรือในย่านที่เติบโตมา
  • ใกล้แหล่งงาน : การเดินทางที่สะดวกเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยจะเลือกทำเลที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย

ในขณะเดียวกันตลาดได้แบ่งกลุ่มความต้องการอย่างชัดเจน โดย “บ้านแนวราบ” ยังคงเป็นที่ต้องการสูงสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยและความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ “คอนโดมิเนียม” ยังคงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง ซึ่งถูกจำกัดด้วยปัจจัยด้านราคาที่ดินที่สูงและความจำเป็นในการเดินทางที่รวดเร็ว

กลยุทธ์ความยั่งยืน (Sustainability) และเทคโนโลยีเป็นที่ตั้ง

เพื่อสร้างความแตกต่างและเติบโตอย่างยั่งยืน เสนาได้วางกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่าการใช้แคมเปญส่งเสริมการขายระยะสั้น โดยได้นำแนวคิดด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์มาตรฐานในทุกโครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบรับกระแสการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม คือ

  • พลังงานแสงอาทิตย์ : บ้านทุกหลังของเสนาจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เป็นมาตรฐาน ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมจะติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง
  • รองรับยานยนต์ไฟฟ้า : โครงการต่างๆ จะมีการติดตั้งจุดชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ในจำนวนที่เพียงพอ เพื่อส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon)

การสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ในด้านโครงสร้างเงินทุน เสนาสร้างความแข็งแกร่งผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก

  1. พันธมิตรทางธุรกิจ : ความร่วมมือที่ยาวนานกว่า 9 ปีกับ “ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป” กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ ไปแล้วเป็นมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท ถือเป็นฐานทุนที่มั่นคงและช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาโครงการ
  2. สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน : ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ เสนาได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยประกาศคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยของหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดในวันที่ 15 กันยายนนี้เต็มจำนวน ก่อนที่จะทำการเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ในเวลาต่อมา การกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความพร้อมในการชำระหนี้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

วิสัยทัศน์แห่งอนาคต : การเปลี่ยนผ่านสู่รายได้ประจำ (Recurring Income)

สำหรับมุมมองในอนาคต ดร.เกศรา ได้คาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดว่า อาจมีวันที่ผู้ที่สนใจซื้อบ้านไม่สามารถขอสินเชื่อผ่านได้เลยทั้ง 100% ดังนั้น บริษัทจึงไม่รอให้วันนั้นมาถึง แต่ได้เริ่ม “สร้างอนาคต” ด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนผ่านจากโมเดลการ “ซื้อมา-ขายไป” (Buy-Sell) ไปสู่ธุรกิจที่พึ่งพิง “รายได้ประจำ” (Recurring Income) จากการเช่าและโปรแกรมเช่า-ออม-บ้านให้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ จำเป็นต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านบุคลากรและโครงสร้างเงินทุนขององค์กร เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่ไม่ใช่เพียงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด แต่คือ การวางรากฐานเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

บทสรุป : เส้นทางแห่งอนาคตของอสังหาริมทรัพย์ไทย

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี  SENA ชี้ทางออก เช่า-ออม-บ้าน เพื่อคนอยากมีบ้าน

กลยุทธ์ที่บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้นำมาปรับใช้ มิใช่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือ การส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย การลุกขึ้นมานำเสนอโซลูชัน “เช่า-ออม-บ้าน” และ “โมเดลธุรกิจไฮบริด” อย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางวิกฤตสินเชื่อที่รุนแรง ถือเป็นการยอมรับความจริงที่ว่า รูปแบบธุรกิจแบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถตอบสนองต่อสภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างยั่งยืนอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลที่พึ่งพิง “รายได้ประจำ” (Recurring Income) นั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย การปรับเปลี่ยนจากธุรกิจที่เน้นการรับรู้รายได้ก้อนใหญ่จากการขาย (Capital Gains) ไปสู่รายได้ที่ทยอยรับรู้ในระยะยาว (Rental Income) จำเป็นต้องอาศัยวินัยทางการเงินและความอดทนสูง ทั้งยังต้องการความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการสินทรัพย์เช่า ซึ่งเป็นศาสตร์ที่แตกต่างจากการพัฒนาโครงการเพื่อขายโดยสิ้นเชิง

ความสำเร็จของโมเดลนี้ ในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและประสิทธิภาพในการดำเนินงานเป็นสำคัญ หากเสนาสามารถพิสูจน์ได้ว่า กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ยังสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคงได้จริง ย่อมมีแนวโน้มสูงที่ผู้ประกอบการรายอื่นในตลาดจะเริ่มหันมาศึกษาและปรับใช้แนวทางเดียวกัน ซึ่งจะนำไปสู่การแข่งขันในรูปแบบใหม่ที่เน้นการสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับผู้บริโภค

ท้ายที่สุดแล้ว การเคลื่อนไหวของเสนาในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่จะเปลี่ยนบทบาทของผู้พัฒนาโครงการจากเพียง “ผู้ขายบ้าน” ไปสู่การเป็น “ผู้ให้บริการโซลูชันด้านที่อยู่อาศัย” อย่างครบวงจร ซึ่งอนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ท่ามกลางกำแพงของปัญหา “กู้ไม่ผ่าน” ที่สูงขึ้นทุกวัน ใครจะสามารถสร้างประตูบานใหม่ที่นำพาคนไทยไปสู่การเป็นเจ้าของบ้านได้สำเร็จอย่างแท้จริง

ตารางสรุป “วิกฤตสินเชื่อบ้านไม่ผ่าน ปัจจัยและผลกระทบที่ต้องรู้”

หมวดหมู่หลักหัวข้อย่อยเนื้อหาและรายละเอียดตัวเลข / จุดเด่น
วิกฤตสินเชื่อบ้านไม่ผ่าน
สถานการณ์ปัจจุบันอัตราปฏิเสธสินเชื่อต่อผู้ขอ 50% สูงขึ้นจากเดิม 20%ใน 10 คน ยื่นกู้ 5 คนไม่ได้อนุมัติ
ผลกระทบต่อผู้บริโภคความฝันการมีบ้านต้องหยุดชะงัก ผู้ซื้อกลับไปเช่าเหมือนเดิมมีผู้ซื้อหลายรายพับแผนทางการเงินและชีวิต
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการขายบ้านไม่ได้ ขาดเงินสด สินค้าคงคลังสะสมส่งผลต่อการหมุนเวียนเงินและการบริหารโครงการ
สาเหตุหลักสามประการ1. รายได้ไม่เพียงพอ (Bad Income)
2. ประวัติเครดิตไม่ดี (Bad Credit)
3. ความไม่มั่นใจทางเศรษฐกิจ (Bad Confidence)
ปัญหารายได้ไม่ทันราคาบ้าน ค่า DSR เข้มงวด, คะแนนเครดิตต่ำ, กลัวภาระหนี้ยาว 30 ปี
โซลูชัน “เช่า-ออม-บ้าน” Liv Nex
หลักการโซลูชันเปลี่ยนผู้ซื้อที่กู้ไม่ผ่านให้เป็นผู้เช่า ค่าเช่าถูกหักลดเงินต้นของบ้านอัตราดอกเบี้ย 1.8% ต่อปี
ตัวอย่างผลลัพธ์บ้านราคา 1 ล้านบาท เช่า 3 ปี ลดเงินต้นได้ 100,000 บาททำให้วงเงินกู้ในอนาคตเหลือ 900,000 บาท
ประโยชน์เพิ่มเติม1. สะสมทุนเงินดาวน์
2. สร้างประวัติการเงินดี ร่วม “โรงเรียนการเงิน” กับ ธอส.
เงินเช่าที่จ่ายสะสมไม่สูญ เปลี่ยนเป็นส่วนลดต้นทุน
โมเดลธุรกิจไฮบริด
3 กลุ่มเป้าหมายหลัก
  • กลุ่มซื้อขาด
  • กลุ่มเช่า-ออม-บ้าน
  • กลุ่มเช่าเพื่ออยู่อาศัย
รองรับกลุ่มลูกค้าทุกรูปแบบและสถานะการเงิน
จุดเด่นเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงธุรกิจ เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้กว้างช่วยลดปัญหาขาดทุนจากลูกค้ากู้ไม่ผ่าน
ปัจจัยต้นทุนก่อสร้าง
ราคาที่ดินราคายังคงสูง แม้การซื้อขายชะลอตัวราคาที่ดินไม่มีแนวโน้มหดตัวชัดเจน
ค่าวัสดุก่อสร้างบางชนิดราคาลดเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังทรงตัวสูงวัสดุก่อสร้างเป็นต้นทุนหลักที่ยังสูง
ค่าแรงสูงถึง 20% ของต้นทุนโครงการ อาคารสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นค่าแรงสูงเป็นปัจจัยเร่งราคาบ้าน
พฤติกรรมผู้บริโภค
ปัจจัยเลือกทำเล1. ใกล้ที่อยู่เดิมและครอบครัว
2. เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งสาธารณะ
ความคุ้นเคยมีผลเหนือเรื่องราคา
ความต้องการที่แตกต่างบ้านแนวราบ : เน้นพื้นที่ใช้สอยและความเป็นส่วนตัว
คอนโด : อยู่ในเมืองเดินทางสะดวก
ตลาดแบ่งชัดเจนตามไลฟ์สไตล์และงบประมาณ
กลยุทธ์ความยั่งยืน
การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์บ้านทุกหลังติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โครงการคอนโดมีโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ส่วนกลางลดค่าใช้จ่ายพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม
รองรับรถยนต์ไฟฟ้ามีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการพร้อม รองรับเทรนด์ยานยนต์สะอาดส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon)
การเงินและนักลงทุน
พันธมิตรทางธุรกิจร่วมมือกับ Hankyu Hanshin Propertys จากญี่ปุ่นกว่า 9 ปี ลงทุนกว่า 80,000 ล้านบาทสร้างฐานทุนมั่นคงเสริมศักยภาพการพัฒนาโครงการ
ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนคืนเงินต้นและดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดเก่าก่อนครบกำหนด สร้างความมั่นใจยืนยันสถานะการเงินแข็งแกร่ง พร้อมขายหุ้นกู้ใหม่
วิสัยทัศน์อนาคต
เปลี่ยนสู่รายได้ประจำ (Recurring Income)ปรับจากโมเดล Buy-Sell ไปสู่ Rental Income จากการเช่าและเช่า-ออม-บ้านการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน ต้องการความอดทนและความเชี่ยวชาญบริหารจัดการ
ความท้าทายและโอกาสต้องบริหารความเสี่ยงและสินทรัพย์เช่า ต่างจากการพัฒนาเพื่อขาย ต้องสร้างวินัยทางการเงินอนาคตตลาดอสังหาฯ อาจกู้ผ่านยากขึ้น ทำให้โมเดลใหม่นี้สำคัญมาก

อ้างอิง F1Money EP.22

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Liv NexSENAกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านคอนโดมิเนียมสินเชื่อที่อยู่อาศัยหนี้ครัวเรือนอสังหาริมทรัพย์เช่า-ออม-บ้านโมเดลธุรกิจไฮบริด

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้