Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
10 ก.ย. 2025 เวลา 00:04

เปิดเงินเดือนคนไทย เพราะอะไรคนส่วนใหญ่รายได้ยังไม่ถึง 15000 บาท

เปิดเงินเดือนคนไทย เพราะอะไรคนส่วนใหญ่รายได้ยังไม่ถึง 15000 บาท

Share

twitter icon
line icon

ประเด็นเรื่อง “รายได้” และการนิยาม “ชนชั้นกลาง” ในสังคมไทยยังคงเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอยู่เสมอ ว่าแท้จริงแล้วเส้นแบ่งของแต่ละสถานะทางเศรษฐกิจควรวัดจากเกณฑ์ใด เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและจับต้องได้มากที่สุด การพิจารณาจากข้อมูลรายได้จริงของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในระบบจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สะท้อนภาพความเป็นจริงได้เป็นอย่างดี

เปิดเงินเดือนคนไทย เพราะอะไรคนส่วนใหญ่รายได้ยังไม่ถึง 15,000 บาท

เปิดเงินเดือนคนไทย เพราะอะไรคนส่วนใหญ่รายได้ยังไม่ถึง 15000 บาท

จากข้อมูลล่าสุดประจำปี 2567 โดยสำนักงานประกันสังคม ซึ่งรวบรวมจากฐานผู้ประกันตนในมาตรา 33 หรือกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไปจำนวนกว่า 12,144,583 คน ได้ฉายภาพโครงสร้างเงินเดือนของมนุษย์เงินเดือนไทยไว้อย่างน่าสนใจ ทำให้เราสามารถมองเห็นการกระจายตัวของรายได้ในภาคแรงงานที่เป็นทางการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ตารางสรุปข้อมูลรายได้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ปี 2567

ช่วงเงินเดือน (บาท)จำนวนคนสัดส่วน (%)
น้อยกว่า 1,651128,6531.06%
1,651-5,000315,9102.60%
5,001-7,000325,4852.68%
7,001-9,0001,124,0779.26%
9,001-11,0002,797,18723.05%
11,001-13,0001,493,22512.30%
13,001-15,0001,707,44114.07%
15,001-17,000676,7635.58%
17,001-19,000546,5484.50%
19,001-21,000459,9753.79%
21,001-23,000313,4122.58%
23,001-25,000296,5072.44%
25,001-30,000493,6144.07%
30,001-35,000333,4282.75%
35,001-40,000220,3821.82%
40,001-45,000152,7191.26%
45,001-50,000128,1441.06%
50,001-65,000211,2761.74%
65,001-80,000122,3741.01%
80,001 ขึ้นไป289,3282.38%

กลุ่มรายได้ที่หนาแน่นที่สุด คือ พลังขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ?

จากสถิติผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยสำนักงานประกันสังคม พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจยิ่งเกี่ยวกับโครงสร้างรายได้ของแรงงานในระบบ กล่าวคือ กลุ่มประชากรแรงงานที่มีจำนวนหนาแน่นที่สุดนั้นอยู่ในช่วงเงินเดือน 9,001–11,000 บาท โดยมีจำนวนสูงถึง 2,797,187 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในสี่ (ประมาณ 23%) ของผู้ประกันตนทั้งหมด ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลทางสถิติ แต่ยังบ่งชี้ถึงการมีอยู่ของกลุ่มกำลังสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ

แม้ว่ารายได้ต่อหน่วยของแรงงานกลุ่มนี้อาจไม่สูงนัก แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว จำนวนประชากรที่มหาศาลนี้ได้ก่อให้เกิด “กำลังซื้อ” (Purchasing Power) ขนาดใหญ่ที่เป็นฐานรากให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ การใช้จ่ายของแรงงานเกือบ 2.8 ล้านคนนี้มุ่งเน้นไปที่สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเป็นหลัก ซึ่งสร้างเสถียรภาพและความต่อเนื่องให้แก่ภาคการค้าปลีก ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับสินค้าในชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่ากลุ่มรายได้นี้เป็นเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนเวียนอย่างไม่หยุดนิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาประกอบกับกลุ่มรายได้ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองและสาม คือ ช่วง 13,001–15,000 บาท (จำนวน 1,707,441 คน) และช่วง 11,001–13,000 บาท (จำนวน 1,493,225 คน) จะยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า โครงสร้างของแรงงานในระบบส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงรายได้ที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน

ดังนั้น กลุ่มรายได้ที่หนาแน่นที่สุดเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจึงมิใช่คำกล่าวที่เกินจริง แต่เป็นการสะท้อนภาพความเป็นจริงที่ว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นพึ่งพิงการบริโภคภายในประเทศจากแรงงานกลุ่มนี้เป็นสำคัญ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หรือความสามารถในการใช้จ่ายของคนกลุ่มนี้ เช่น ภาวะเงินเฟ้อ หรือการปรับขึ้นของราคาสินค้า จึงย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การทำความเข้าใจพลวัตของกลุ่มรายได้นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการวางแผนพัฒนาประเทศในระยะยาว

เส้นขีดแบ่งคุณภาพชีวิต ทำไมโครงสร้างรายได้แรงงานไทยจึงเป็นความท้าทาย

สะท้อนถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือ การกระจุกตัวของรายได้ในระดับที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งครอบคลุมประชากรแรงงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งระบบ

ข้อมูลตั้งแต่ช่วงรายได้น้อยที่สุดไปจนถึง 15,000 บาท พบว่า มีจำนวนผู้ประกันตนรวมกันสูงถึงกว่า 6,700,000 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 55% ข้อเท็จจริงนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า โครงสร้างรายได้ ของแรงงานไทยส่วนใหญ่นั้น ยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำตัวเลขดังกล่าวมาเทียบเคียงกับดัชนี ค่าครองชีพ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปรากฏการณ์นี้ได้สร้าง “ความท้าทาย” ที่สำคัญต่อ คุณภาพชีวิต ของแรงงานกลุ่มนี้ โดยรายได้ในระดับดังกล่าว ในเขตเมืองใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายสูง อาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้ เนื่องจากรายรับส่วนใหญ่จะถูกจัดสรรให้กับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าอาหาร ทำให้มีเงินออมหรือเงินลงทุนเพื่ออนาคตในสัดส่วนที่จำกัด สภาวะเช่นนี้ก่อให้เกิดภาวะเปราะบางทางเศรษฐกิจครัวเรือน ซึ่งมีความอ่อนไหวสูงต่อค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดหรือภาวะเงินเฟ้อ

เพื่อทำความเข้าใจบริบทให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศไทยในปี 2567 ซึ่งสำหรับกรุงเทพมหานครอยู่ที่ประมาณ 10,890 บาทต่อเดือน จะเห็นได้ว่าฐานรายได้ของกลุ่มแรงงานที่ใหญ่ที่สุด (9,001-11,000 บาท) นั้น มีระดับที่สูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งนี้สะท้อนว่า แม้จะเป็นแรงงานที่มีนายจ้างและอยู่ในระบบประกันสังคม แต่ระดับค่าตอบแทนก็ยังไม่แตกต่างจากเส้นแบ่งรายได้ขั้นพื้นฐานมากนัก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายนี้ ยังมี “โอกาส” ซ่อนอยู่ ข้อมูลเชิงลึกนี้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายและภาคเอกชนในการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน (Upskilling/Reskilling) การทบทวนโครงสร้างค่าจ้างให้สอดคล้องกับทักษะและค่าครองชีพที่แท้จริง รวมถึงการออกมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการเข้าถึงสวัสดิการที่จำเป็น การเข้าใจ โครงสร้างรายได้ ของประเทศอย่างถ่องแท้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ตรงจุดและยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงและยกระดับ คุณภาพชีวิต ของประชากรแรงงานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประเทศต่อไป

บทวิเคราะห์ทำไมคนส่วนใหญ่ในระบบประกันสังคมรายได้ยังไม่ถึง 15,000 บาท

เปิดเงินเดือนคนไทย เพราะอะไรคนส่วนใหญ่รายได้ยังไม่ถึง 15000 บาท

สาเหตุเชิงโครงสร้างว่าทำไมคนส่วนใหญ่ในระบบประกันสังคมไทยจึงมีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน โดยอธิบายตามพื้นฐานความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ สาเหตุหลักที่รายได้ของแรงงานไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก มีรากฐานมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่เชื่อมโยงกันหลายมิติ ไม่ใช่เพียงปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของสภาวะที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ดังนี้

โครงสร้างเศรษฐกิจและกับดักรายได้ปานกลาง

เหตุผลสำคัญที่สุด คือ โครงสร้างเศรษฐกิจ ของประเทศไทยยังคงพึ่งพิงอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นและเทคโนโลยีระดับกลางเป็นหลัก เช่น ภาคการผลิตเพื่อส่งออก (รับจ้างผลิต) และภาคบริการอย่างการท่องเที่ยว ธุรกิจในกลุ่มนี้แข่งขันในตลาดโลกด้วย “ต้นทุนที่ต่ำ” มากกว่าการแข่งขันด้วย “นวัตกรรม” หรือเทคโนโลยีขั้นสูง

ดังนั้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันบริษัทจำนวนมากจึงจำเป็นต้องควบคุมต้นทุนการผลิต ซึ่งหมายถึงการกดโครงสร้างค่าจ้างไม่ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สภาวะนี้เรียกว่า “กับดักรายได้ปานกลาง” (Middle-Income Trap) ที่ประเทศไม่สามารถยกระดับตัวเองไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้ ทำให้รายได้ของประชากรส่วนใหญ่ไม่เติบโตตามไปด้วย 

ผลิตภาพแรงงานที่เติบโตไม่ทัน

ผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) หรือมูลค่าที่แรงงานหนึ่งคนสามารถสร้างได้ในหนึ่งหน่วยเวลา ถือเป็นหัวใจของการเติบโตของรายได้ในระยะยาวในประเทศไทย อัตราการเติบโตของผลิตภาพแรงงานยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจาก

  • การลงทุนในเทคโนโลยีต่ำ : โดยเฉพาะในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นผู้จ้างงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ยังขาดการลงทุนนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมาปรับใช้ ทำให้การทำงานยังคงพึ่งพิงแรงงานคนเป็นหลัก เมื่อผลิตภาพไม่เพิ่มขึ้น ความสามารถในการจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้นของนายจ้างจึงมีจำกัด
  • ขาดการวิจัยและพัฒนา (R&D) : การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีมูลค่าสูงต้องอาศัยการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งในภาพรวมของประเทศยังถือว่ามีสัดส่วนที่น้อยมาก

เมื่อผลิตภาพแรงงานไม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด การปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราสูงจึงเกิดขึ้นได้ยากทำให้โครงสร้างรายได้ ของคนส่วนใหญ่ยังคงที่ 

ทักษะแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับตลาด (Skill Mismatch)

อีกหนึ่งปัญหาเชิงโครงสร้างคือระบบการศึกษาที่ยังไม่สามารถผลิตบุคลากรที่มี ทักษะแรงงาน ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ หรืออุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงได้เพียงพอ

  • อุปทานแรงงานล้นตลาด : มีการผลิตบัณฑิตในสาขาที่ตลาดแรงงานอิ่มตัวออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการแข่งขันสูงในตำแหน่งงานทั่วไป ส่งผลให้ผู้สมัครไม่มีอำนาจต่อรองด้านค่าจ้าง
  • ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง : ในขณะเดียวกันตำแหน่งงานที่ต้องการทักษะเฉพาะทาง เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) หรือวิศวกรขั้นสูง กลับมีบุคลากรไม่เพียงพอ

ปรากฏการณ์ ทักษะแรงงาน ไม่ตรงกับความต้องการนี้ ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างตำแหน่งงานรายได้น้อยที่มีคนแย่งกันทำกับตำแหน่งงานรายได้สูงที่หาคนทำได้ยาก ดังนั้นการที่รายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ถึง 15,000 บาท เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่ซับซ้อน ตั้งแต่โครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังไม่ก้าวข้ามไปสู่นวัตกรรม ผลิตภาพแรงงานที่เติบโตช้า และทักษะแรงงานที่ยังไม่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ การแก้ไขจึงต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายในทุกมิติเพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศในระยะยาว

ถอดรหัสนิยามชนชั้นกลาง ภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำผ่านข้อมูลรายได้

คำว่า “ชนชั้นกลาง” เป็นคำที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในบทสนทนาทางเศรษฐกิจและสังคม แต่บ่อยครั้งกลับขาดเกณฑ์ชี้วัดที่ชัดเจน ทำให้การถกเถียงเรื่องสถานะและคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มนี้เป็นไปอย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างความเข้าใจที่เป็นรูปธรรมสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองหลักของรัฐบาล ได้เคยกำหนดกรอบนิยามของชนชั้นกลาง โดยใช้ “รายได้” เป็นเกณฑ์วัด ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการวิเคราะห์โครงสร้างทางสังคมของประเทศ

ตามข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนโดย สศช. ได้มีการแบ่งกลุ่ม ชนชั้นกลาง โดยอิงตามรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนไว้ ดังนี้

  • ชนชั้นกลางระดับล่าง : มีรายได้ระหว่าง 18,042 – 32,588 บาท
  • ชนชั้นกลางระดับบน : มีรายได้ตั้งแต่ 32,589 บาท ขึ้นไป

เกณฑ์ดังกล่าวมิได้ถูกกำหนดขึ้นมาอย่างไร้ที่มา แต่เป็นผลจากการประมวลผลข้อมูลทางสถิติที่ซับซ้อน เพื่อให้ภาครัฐสามารถประเมินสภาวะความเป็นอยู่และกำหนดนโยบายที่ตอบสนองต่อกลุ่มประชากรเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำเกณฑ์ชี้วัดนี้มาเทียบเคียงกับข้อมูล โครงสร้างรายได้ของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ประจำปี 2567 กลับปรากฏภาพที่น่าขบคิดเป็นอย่างยิ่ง ความจริงที่ว่าแรงงานในระบบกว่า 55% หรือมากกว่า 6.7 ล้านคน ยังคงมีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างนิยามเชิงสถิติกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ นั่นหมายความว่า ประชากรแรงงานที่เป็นกำลังหลักของประเทศจำนวนมหาศาล ยังไม่สามารถก้าวข้ามเส้นแบ่งรายได้ขั้นต่ำสุดของคำว่า “ชนชั้นกลาง” ได้

เปรียบเสมือน “กระจกบานใหญ่” ที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างและปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่ยังคงอยู่ มันแสดงให้เห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาอาจยังไม่ได้กระจายผลประโยชน์ไปสู่คนส่วนใหญ่อย่างทั่วถึงเพียงพอที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้เข้าสู่เกณฑ์ของชนชั้นกลาง ได้

ดังนั้น การทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่แท้จริงผ่านข้อมูลเชิงประจักษ์เช่นนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐในการออกแบบนโยบายส่งเสริมรายได้และสวัสดิการที่ตรงจุด หรือภาคเอกชนในการวางแผนพัฒนาทักษะและกำหนดโครงสร้างค่าจ้างที่เหมาะสม เพื่อร่วมกันลดช่องว่างทางรายได้ และสร้างสังคมที่ประชากรส่วนใหญ่สามารถมี คุณภาพชีวิต ที่ดีและมั่นคงได้อย่างแท้จริง

แรงงานนอกระบบ เงาขนาดใหญ่ของเศรษฐกิจไทยที่อยู่นอกข่ายสวัสดิการสังคม

เปิดเงินเดือนคนไทย เพราะอะไรคนส่วนใหญ่รายได้ยังไม่ถึง 15000 บาท

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมฉายภาพแรงงานในระบบกว่า 24 ล้านคนไว้อย่างชัดเจน แต่เมื่อนำตัวเลขดังกล่าวมาพิจารณาเทียบกับภาพรวมของกำลังแรงงานทั้งประเทศ กลับเผยให้เห็นถึงประชากรอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่มหาศาล นั่นคือ แรงงานนอกระบบ ที่ยังคงอยู่นอกข่ายความคุ้มครองของระบบประกันสังคม และกลายเป็นความท้าทายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

การประเมินขนาดและสัดส่วนของแรงงานนอกระบบ

เพื่อทำความเข้าใจขนาดของประชากรกลุ่มนี้ เราจำเป็นต้องเปรียบเทียบข้อมูลผู้ประกันตนกับจำนวนกำลังแรงงานทั้งหมดของประเทศ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยทั่วไปแล้ว ประเทศไทยมีกำลังแรงงาน (ผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไปที่พร้อมจะทำงาน) อยู่ที่ประมาณ 39-40 ล้านคน เมื่อนำตัวเลขผู้ประกันตนในระบบทั้งหมด (มาตรา 33, 39, และ 40) ที่มีอยู่ประมาณ 24.8 ล้านคน มาหักลบออกจากกำลังแรงงานทั้งหมด จะพบว่ามีประชากรแรงงานอีกประมาณ 14-15 ล้านคน ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมใดๆ เลย ตัวเลขนี้หมายความว่า แรงงานเกือบ 2 ใน 5 ของประเทศ ยังคงขาดหลักประกันทางสังคมที่จำเป็น

เหตุผลที่แรงงานจำนวนมากยังคงอยู่นอกระบบ

ปรากฏการณ์ที่ แรงงานนอกระบบ มีขนาดใหญ่เช่นนี้ มีสาเหตุมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนหลายประการ

  1. ลักษณะการจ้างงาน : เศรษฐกิจนอกระบบ ของไทยมีขนาดใหญ่มาก ประกอบอาชีพหลากหลาย เช่น เกษตรกร หาบเร่แผงลอย ผู้รับจ้างทั่วไป (ฟรีแลนซ์) และธุรกิจขนาดเล็กในครัวเรือน ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นนายจ้าง-ลูกจ้างที่ชัดเจน ทำให้ไม่เข้าเกณฑ์การเป็นผู้ประกันตนภาคบังคับในมาตรา 33
  2. ความสมัครใจและมุมมองต่อสวัสดิการ : แม้จะมีระบบประกันสังคมมาตรา 40 ที่เปิดให้ แรงงานนอกระบบ สมัครได้โดยสมัครใจ แต่ด้วยรายได้ที่ไม่แน่นอนและไม่สม่ำเสมอ แรงงานจำนวนมากอาจมองว่าการจ่ายเงินสมทบทุกเดือนเป็นภาระ และเลือกที่จะเก็บเงินสดไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่าการออมเพื่อสิทธิประโยชน์ในระยะยาว
  3. ความตระหนักรู้และการเข้าถึง : แม้ภาครัฐจะพยายามรณรงค์ แต่แรงงานในพื้นที่ห่างไกลหรือกลุ่มผู้สูงอายุอาจยังขาดความเข้าใจในสิทธิประโยชน์ของ สวัสดิการสังคม อย่างถ่องแท้ หรืออาจมองว่ากระบวนการสมัครมีความยุ่งยาก

ผลกระทบและนัยสำคัญต่อประเทศ

การมีประชากรแรงงานนอกระบบ จำนวนมหาศาลเช่นนี้ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

  • ความเปราะบางในระดับปัจเจก : แรงงานกว่า 15 ล้านคนต้องเผชิญกับความเสี่ยงในชีวิตโดยไม่มีตาข่ายรองรับทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย การว่างงาน หรือการเข้าสู่วัยชราโดยไม่มีเงินบำนาญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต และสร้างความไม่มั่นคงในระยะยาว
  • การตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำ : สิ่งนี้สร้างสังคมสองมาตรฐานที่กลุ่มหนึ่งสามารถเข้าถึง สวัสดิการสังคม ที่รัฐจัดให้ ในขณะที่อีกกลุ่มต้องพึ่งพาตนเองหรือครอบครัวเป็นหลัก ซึ่งยิ่งซ้ำเติมปัญหา ความเหลื่อมล้ำ ทางสังคมให้รุนแรงขึ้น
  • ภาระทางการคลังของรัฐในอนาคต : เมื่อแรงงานกลุ่มนี้เข้าสู่วัยชราโดยไม่มีหลักประกัน รัฐบาลจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลผ่านเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและสวัสดิการอื่นๆ ซึ่งเป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินโดยตรง

โดยสรุป แรงงานนอกระบบไม่ใช่ประชากรกลุ่มเล็กๆ แต่เป็นองค์ประกอบขนาดใหญ่ของเศรษฐกิจนอกระบบและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ การที่คนกลุ่มนี้ยังอยู่นอกรั้ว สวัสดิการสังคม จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันออกแบบนโยบายที่ยืดหยุ่นและจูงใจ เพื่อดึงคนกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบและสร้างหลักประกันที่ครอบคลุม อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน

บทสรุป จากข้อมูลรายได้สู่โจทย์ใหญ่ในการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

เปิดเงินเดือนคนไทย เพราะอะไรคนส่วนใหญ่รายได้ยังไม่ถึง 15000 บาท

สำหรับโครงสร้างรายได้จากสำนักงานประกันสังคมที่ถูกนำมาวิเคราะห์ในหลากหลายมิติ ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอตัวเลขทางสถิติ แต่คือ ภาพฉายความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยที่ชัดเจนที่สุด ภาพที่สะท้อนให้เห็นว่า แรงงานในระบบส่วนใหญ่ยังมีรายได้ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ และยังห่างไกลจากเกณฑ์นิยามของ “ชนชั้นกลาง” ที่ภาครัฐกำหนด ขณะเดียวกันก็ยังมี แรงงานนอกระบบอีกกว่า 15 ล้านคนที่เปรียบเสมือนเงาขนาดใหญ่ซึ่งยังคงอยู่นอกข่ายสวัสดิการสังคม

ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ผลิตภาพแรงงานที่เติบโตช้า และทักษะแรงงานที่ยังไม่สอดรับกับความต้องการของโลกยุคใหม่ ปัจจัยทั้งหมดนี้กดทับให้โครงสร้างรายได้ของประเทศมีลักษณะเป็นพีระมิดฐานกว้างสร้างความเปราะบางทางเศรษฐกิจให้กับครัวเรือนส่วนใหญ่และตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

ดังนั้น เส้นทางข้างหน้าของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่คือ การ “ผ่าตัดเชิงโครงสร้าง” อย่างจริงจัง โจทย์ใหญ่ คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถยกระดับ คุณภาพชีวิตของแรงงานทั้งในและนอกระบบไปพร้อมกัน การสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี, การปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้าง ทักษะแรงงาน ที่มีมูลค่าสูง, และการออกแบบระบบ สวัสดิการสังคม ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมสำหรับคนทุกกลุ่ม คือ ภารกิจเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน

ข้อมูลสถิติเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ คือ คำตอบสุดท้ายที่จะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ และสร้างอนาคตที่ประชากรทุกคนมี คุณภาพชีวิต ที่ดีและเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง

ตารางสรุป เปิดโครงสร้างรายได้ไทย : เหตุผลที่แรงงานกว่า 55% มีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาท

หัวข้อหลักรายละเอียด
โครงสร้างรายได้แรงงานไทย
  • ข้อมูลผู้ประกันตนมาตรา 33 ปี 2567 มีผู้ประกันตนกว่า 12.1 ล้านคน
  • กลุ่มรายได้หนาแน่นสุดคือ 9,001-11,000 บาท (2.8 ล้านคน, 23%)
  • รวมกลุ่มรายได้น้อยกว่า 15,000 บาท มากกว่า 6.7 ล้านคน (55%)
  • กลุ่มรายได้หลักใช้จ่ายสินค้าจำเป็น สร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจฐานราก
  • รายได้ส่วนใหญ่ไม่พ้นเส้นแบ่งชนชั้นกลางที่ สศช. กำหนด
นิยามชนชั้นกลาง
  • ชนชั้นกลางระดับล่าง: 18,042 – 32,588 บาท/คน/เดือน
  • ชนชั้นกลางระดับบน: 32,589 บาทขึ้นไป
  • แรงงานในระบบประกันสังคมส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์นี้มาก
  • แสดงช่องว่างด้านรายได้และความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนในสังคมไทย
ความท้าทายด้านคุณภาพชีวิต
  • รายได้กลุ่มใหญ่ไม่ถึง 15,000 บาท
  • ค่าครองชีพในเขตเมืองสูงมาก ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อความมั่นคงทางการเงิน
  • รายจ่ายส่วนใหญ่เป็นที่พัก อาหาร และค่าเดินทาง
  • มีเงินออมและลงทุนในอนาคตน้อย
  • ครัวเรือนเปราะบางต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
สาเหตุเชิงโครงสร้างรายได้ต่ำ
  • โครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาแรงงานเข้มข้นและเทคโนโลยีระดับกลาง
  • บริษัทใช้กลยุทธ์แข่งขันด้วยต้นทุนต่ำ ไม่เร่งปรับขึ้นค่าจ้าง (กับดักรายได้ปานกลาง)
  • ผลิตภาพแรงงานเติบโตช้า ขาดการลงทุนเทคโนโลยีและ R&D
  • ระบบการศึกษาไม่สอดคล้องตลาดงาน ก่อให้เกิดทักษะแรงงานไม่ตรงความต้องการ
  • อุปทานแรงงานล้นตลาดในงานรายได้น้อย แต่ขาดแคลนทักษะสูงในงานรายได้สูง
แรงงานนอกระบบ
  • มีประมาณ 14-15 ล้านคน จากกำลังแรงงานรวม 39-40 ล้านคน
  • ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมทั้งมาตรา 33, 39, 40
  • ประกอบอาชีพหลากหลาย เช่น เกษตรกร ฟรีแลนซ์ ธุรกิจครัวเรือนขนาดเล็ก
  • รายได้ไม่นิ่งและไม่สม่ำเสมอ จึงไม่สมัครเข้าระบบ
  • ขาดความรู้หรือเจอสภาพสมัครซับซ้อน
  • กลุ่มนี้เปราะบางสูงทั้งด้านสุขภาพ การว่างงาน และวัยสูงอายุ
ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ
  • ความเปราะบางทางเศรษฐกิจของแรงงานฐานราก กระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจภาพรวม
  • ช่องว่างรายได้และสวัสดิการตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำ
  • แรงงานนอกระบบจะเพิ่มภาระรัฐในระยะยาวจากเบี้ยยังชีพและสวัสดิการผู้สูงอายุ
  • สังคมสองมาตรฐาน แบ่งความสามารถเข้าถึงสวัสดิการไม่เท่ากัน
ข้อเสนอเชิงนโยบายและโอกาส
  • ส่งเสริมการยกระดับทักษะ (Upskilling/Reskilling) แรงงานในระบบ
  • ปรับโครงสร้างค่าจ้างสอดคล้องค่าครองชีพและทักษะจริง
  • ขยายระบบสวัสดิการให้เข้าถึงแรงงานนอกระบบอย่างยั่งยืน
  • พัฒนาการศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • สร้างเศรษฐกิจใหม่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง
บทสรุป
  • ข้อมูลรายได้สะท้อนเศรษฐกิจและสังคมไทยจริงอย่างชัดเจน
  • รายได้แรงงานส่วนใหญ่ยังต่ำกว่าค่าครองชีพและชนชั้นกลาง
  • มีแรงงานนอกระบบจำนวนมากที่ขาดความมั่นคง
  • โครงสร้างและระบบต้องปรับเปลี่ยนเชิงลึกเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

อ้างอิงจาก nso,sso,mol,cps และ nesdc

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนไทยมีเงินเดือนเท่าไรความเหลื่อมล้ำค่าครองชีพคุณภาพชีวิตชนชั้นกลางทำไมคนไทยเงินเดือนน้อยรายได้คนไทยสวัสดิการสังคมโครงสร้างรายได้

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้