ในยุคที่การวางแผนทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญสู่ความมั่นคง การออมเงินผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำยังคงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยจุดเด่นด้านความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่แน่นอน การเลือกฝากเงินกับธนาคารที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
เช็คอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเงินกู้ ปี 2568 ธนาคารไหนดอกเบี่ยเงินกู้ ต่ำสุด
เช็คอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปี 2568 ธนาคารไหนดอกเบี้ยดีสุด

บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา ใน ปี 2568 ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568 จากธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางให้คุณได้พิจารณาและเลือกสรรผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเป้าหมายทางการเงินของคุณได้อย่างดีที่สุด
ตารางอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารพาณิชย์ เดือน ธันวาคม 2568
ธนาคาร | ออมทรัพย์ | ประจำ |
| 3 เดือน | 6 เดือน | 12 เดือน | 24 เดือน |
| กรุงเทพ | 0.25 | 0.80 | 0.85 | 0.95 | 1.00 |
| กรุงไทย | 0.25 | 0.80 | 0.85 | 1.0 | 1.1 |
| กสิกรไทย | 0.25 | 0.7000-0.75000 | 0.8500 | 0.900-0.950 | 1.00 |
| ไทยพาณิชย์ | 0.25 | 0.750 | 0.85 | 0.95 | 1.00 |
| กรุงศรีอยุธยา | 0.25 | 0.750 | 0.9 | 1.000 | 1.00 |
| ทหารไทยธนชาต | 0.125 | 0.750 | 0.90 | 1.000 | 1.00 |
| ยูโอบี | 0.25 | 0.80 | 0.85 | 1 | 1 |
| ซีไอเอ็มบี ไทย | 0.25 | 0.70 | 0.75 | 0.90 | 0.90 |
| ทิสโก้ | 0.2500-2.0000 | 1.1000-1.2000 | 1.1000-1.2000 | 1.1000-1.2000 | 1.1000-1.2000 |
| เมกะ สากลพาณิชย์ | 0.25 | 0.6000-1.1000 | 1.2000-1.2500 | 1.2000-1.2500 | 1.100 |
| เกียรตินาคินภัทร | 0.25 | 0.8000-0.9500 | 0.9500-1.1000 | 1.0500-1.2000 | 0.9500-1.1000 |
| แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ | 0.25 | 1 | 1.1 | 1.3500 | 1.3500 |
| ไอซีบีซี (ไทย) | 0.2500-0.8000 | 1 | 1.10 | 1.10 | 1.10 |
| ธ.ไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) | 0.4 | 0.95 | 1.45 | 1.450-1.800 | 1.35 |
| ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) | 0.2500-1.2500 | 0.625 | 0.90 | 1.00 | 1.00 |
| ออมสิน | 0.25 | 0.80 | 0.85 | 1.00 | 1.00 |
| อาคารสงเคราะห์ (ธอส.) | 0.30 | 0.80 | 0.850 | 1.100 | 1.150 |
สำหรับเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง สามารถฝากถอนได้สะดวก อัตราดอกเบี้ยล่าสุดจากธนาคารต่างๆ มีดังนี้
กลุ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน (0.25%): ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานไว้ที่ระดับนี้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, กรุงไทย, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงศรีอยุธยา, ยูโอบี, ซีไอเอ็มบี ไทย, เมกะ สากลพาณิชย์, เกียรตินาคินภัทร, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และออมสิน
ทางเลือกที่แตกต่าง
กลุ่มที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงและแบบขั้นบันได:
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.): 0.30%
ธนาคารไทยเครดิต: ให้ผลตอบแทน 0.40%
ธนาคารไอซีบีซี (ไทย): อัตราดอกเบี้ย 0.25% – 0.80%
ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย): อัตราดอกเบี้ย 0.25% – 1.25%
ธนาคารทิสโก้: โดดเด่นที่สุดด้วยช่วงอัตราดอกเบี้ยกว้างถึง 0.25% – 2.00% (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบัญชี)
กลุ่มอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นต่ำกว่ามาตรฐาน:
สร้างผลตอบแทนอย่างมีวินัย เงินฝากประจำ (Fixed Deposit Account)
สำหรับผู้ที่ต้องการออมระยะยาวและสร้างวินัยทางการเงิน บัญชีฝากประจำมอบผลตอบแทนที่แน่นอน โดยยิ่งฝากนาน ผลตอบแทนมักจะสูงขึ้นตามลำดับ
ระยะสั้น 3 เดือน
กลุ่มเริ่มต้น: เมกะ สากลพาณิชย์ (เริ่ม 0.60%), ธนาคารแห่งประเทศจีน (0.625%) และ กสิกรไทย (0.70% – 0.75%)
กลุ่มดอกเบี้ย 0.75% – 0.80%:
- 0.75%: ไทยพาณิชย์, กรุงศรีอยุธยา, ทหารไทยธนชาต, ซีไอเอ็มบี ไทย
- 0.80%: กรุงเทพ, กรุงไทย, ยูโอบี, เกียรตินาคินภัทร (เริ่ม 0.80%), ออมสิน, ธอส.
กลุ่มผลตอบแทนสูง:
- ธนาคารไทยเครดิต: 0.95%
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และ ไอซีบีซี (ไทย): 1.00%
- ธนาคารทิสโก้: สูงสุดในระยะนี้ที่ 1.10% – 1.20%
ระยะกลาง 6 เดือน
กลุ่มดอกเบี้ย 0.70% – 0.80%: ซีไอเอ็มบี ไทย (0.70%)
กลุ่มดอกเบี้ย 0.85%: กลุ่มธนาคารใหญ่ส่วนมาก ได้แก่ กรุงเทพ, กรุงไทย, กสิกรไทย (สูงสุด 0.85%), ไทยพาณิชย์, ยูโอบี, ออมสิน และ ธอส.
กลุ่มดอกเบี้ย 0.90% – 1.00%: กรุงศรีอยุธยา, ทหารไทยธนชาต และธนาคารแห่งประเทศจีน (0.90%)
กลุ่มผลตอบแทนสูง:
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และ ไอซีบีซี (ไทย): 1.10%
- ธนาคารทิสโก้: 1.10% – 1.20%
- ธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์: 1.20% – 1.25%
- ธนาคารไทยเครดิต: ให้สูงสุดในระยะนี้ที่ 1.45%
แผนยอดนิยม 12 เดือน (1 ปี)
กลุ่มดอกเบี้ย 0.90% – 0.95%: ซีไอเอ็มบี ไทย (0.90%), กสิกรไทย (สูงสุด 0.95%), กรุงเทพ (0.95%), ไทยพาณิชย์ (0.95%)
กลุ่มดอกเบี้ยมาตรฐาน 1.00%: กรุงไทย, กรุงศรีอยุธยา, ทหารไทยธนชาต, ยูโอบี, ออมสิน และธนาคารแห่งประเทศจีน
กลุ่มผลตอบแทนสูง:
- ธนาคารเกียรตินาคินภัทร: สูงสุด 1.20%
- ธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์: สูงสุด 1.25%
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์: 1.35%
- ธนาคารไทยเครดิต: ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดที่ 1.45% – 1.80%
แผนระยะยาว 24 เดือน (2 ปี)
กลุ่มดอกเบี้ย 0.90% – 0.95%: ซีไอเอ็มบี ไทย (0.90%)
กลุ่มดอกเบี้ยมาตรฐาน 1.00%: กรุงเทพ, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงศรีอยุธยา, ทหารไทยธนชาต, ยูโอบี, ออมสิน และธนาคารแห่งประเทศจีน
กลุ่มดอกเบี้ย 1.10% – 1.20%: กรุงไทย, ไอซีบีซี (ไทย), ธอส. (1.15%), เมกะ สากลพาณิชย์ (1.10%) และ ทิสโก้ (สูงสุด 1.20%)
กลุ่มผลตอบแทนสูงสุด:
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และ ธนาคารไทยเครดิต: ให้ผลตอบแทนเท่ากันที่ 1.35%
การพิจารณาข้อมูลอัตราดอกเบี้ยล่าสุดนี้ จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลตอบแทนให้งอกเงยได้อย่างเต็มศักยภาพ อย่าลืมเปรียบเทียบเงื่อนไขและโปรโมชันอื่นๆ ของแต่ละธนาคาร เพื่อค้นหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณในการเดินทางสู่เป้าหมายทางการเงินที่วาดฝันไว้
แนวทางเลือกบัญชีเงินฝากฉบับสมบูรณ์ ค้นหาประเภทที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการเงิน

การวางแผนทางการเงินเปรียบเสมือนการวางรากฐานของชีวิตให้มั่นคง และหนึ่งในเครื่องมือชิ้นแรกที่สำคัญที่สุดคือ “บัญชีเงินฝาก” ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการและเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจลักษณะเด่นของแต่ละบัญชีจะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้ประโยชน์จากเงินออมของคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด เรามาเจาะลึกกันว่าบัญชีเงินฝากแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด
1. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Saving Deposit Account) : จุดเริ่มต้นของความคล่องตัว
สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางการออมหรือต้องการบัญชีที่ยืดหยุ่นไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บัญชีเงินฝากออมทรัพย์คือคำตอบแรกที่สมบูรณ์แบบ จุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ในการเริ่มต้น และให้สภาพคล่องที่สูงมาก เพราะคุณสามารถฝากหรือถอนเงินได้ทุกเมื่อที่ต้องการโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ทำให้สะดวกอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องการใช้เงินยามฉุกเฉิน นอกจากนี้ สมุดเงินฝากยังสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้ได้อีกด้วย
ในส่วนของผลตอบแทน บัญชีประเภทนี้จะคำนวณดอกเบี้ยให้เป็นรายวัน และโดยทั่วไปธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเข้าบัญชีให้ปีละ 2 ครั้ง คือช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนและสิ้นเดือนธันวาคม แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจไม่สูงเท่าบัญชีประเภทอื่น แต่ก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกับความยืดหยุ่นที่หาไม่ได้จากบัญชีรูปแบบอื่นครับ
2. บัญชีเงินฝากประจำ (Fixed Deposit Account) : สร้างวินัยเพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่า
หากคุณมีเป้าหมายการออมที่ชัดเจนและต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น บัญชีเงินฝากประจำคือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างวินัยและพาคุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น โดยหัวใจสำคัญคือการฝากเงินตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับสถาบันการเงินเพื่อรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ ซึ่งโดยหลักๆ แล้วจะแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ
- การฝากประจำครั้งเดียว : รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินก้อนและพร้อมจะพักเงินไว้เพื่อรับผลตอบแทนเต็มที่ คุณจะนำเงินก้อนไปฝากไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยในช่วงเวลานั้นจะไม่สามารถถอนเงินต้นหรือดอกเบี้ยออกมาก่อนได้ จุดเด่นที่สุดของรูปแบบนี้คือการมอบอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดในบรรดาบัญชีเงินฝากทั้งหมด สิ่งที่ต้องพิจารณาคือการวางแผนการเงินให้ดี เนื่องจากเงินก้อนนี้จะไม่สามารถนำออกมาใช้ได้จนกว่าจะครบกำหนดสัญญา
- การฝากประจำทุกเดือน : เป็นการสร้างวินัยการออมอย่างแท้จริง โดยคุณจะต้องฝากเงินเป็นจำนวนเท่ากันทุกเดือนตามสัญญาที่ทำไว้ เช่น ฝากเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน วิธีนี้มีข้อดีที่ชัดเจนคือช่วยบังคับให้เราเก็บออมอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เมื่อครบกำหนดจะมีเงินก้อนใหญ่ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ความท้าทายของรูปแบบนี้คือการรักษาสภาพคล่องเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเงินฝากครบทุกเดือนตามกำหนด
3. บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account): เครื่องมือคู่ใจสำหรับนักธุรกิจ
บัญชีประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะ ลองนึกถึงภาพการสั่งจ่ายเช็คในภาพยนตร์ นั่นคือการทำงานของบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งจะเปิดให้กับลูกค้าที่มีประวัติทางการเงินที่ดี
ลักษณะพิเศษของบัญชีประเภทนี้ คือโดยทั่วไปแล้วจะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก แต่มีจุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการเบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น หากคุณมียอดเงินในบัญชี 80,000 บาท แต่ต้องสั่งจ่ายเช็คให้คู่ค้า 100,000 บาท ธนาคารจะสำรองจ่ายส่วนที่ขาดไป 20,000 บาทให้ก่อน โดยส่วนที่เบิกเกินบัญชีนี้จะถูกคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันนับตั้งแต่วันที่มีการเบิกจ่าย
การเลือกบัญชีที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของตนเอง คือ ก้าวแรกที่ชาญฉลาดของการสร้างความมั่นคงทางการเงิน
ออมทรัพย์ หรือ ฝากประจำ? เทียบบัญชีเงินฝากให้ชัด เลือกรูปแบบที่ใช่สำหรับเป้าหมายของคุณ

“เงินฝากออมทรัพย์” บัญชีคู่ใจสายยืดหยุ่น : บัญชีเงินฝากออมทรัพย์เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการออมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน เป็นบัญชีพื้นฐานที่เน้นความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการใช้งาน
ลักษณะเด่นที่น่าสนใจ
- เริ่มต้นง่าย : ไม่ว่าจะมีเงินมากหรือน้อยก็สามารถเริ่มต้นฝากได้ เพราะโดยทั่วไปไม่มีการกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ
- สภาพคล่องสูงสุด : จุดเด่นสำคัญ คือ ความคล่องตัวที่สูงมาก เพราะสามารถเบิกถอนเงินได้ตลอดเวลาตามที่ต้องการ ทำให้เป็นเกราะป้องกันชั้นดีเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องใช้เงิน
- รับประกันผลตอบแทน : แม้ผลตอบแทนจะไม่สูง แต่ก็เป็นการออมที่มีความแน่นอน
- ประโยชน์เพิ่มเติม : สมุดบัญชีเงินฝากยังสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันสินเชื่อหรือการเบิกเงินเกินบัญชีได้อีกด้วย
สิ่งที่ควรพิจารณา
- ผลตอบแทน : เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นขั้นสูง อัตราดอกเบี้ยของบัญชีออมทรัพย์จึงมักจะต่ำกว่าบัญชีเงินฝากประเภทอื่น
- การสร้างวินัย : ความสะดวกในการเบิกถอนเงินอาจเป็นความท้าทายสำหรับบางคนที่ต้องการควบคุมการใช้จ่ายและสร้างวินัยในการออม
ก้าวสู่การเติบโตกับ “เงินฝากประจำ”: เพื่อผลตอบแทนที่เหนือกว่า : สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายการออมที่ชัดเจนและต้องการสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย บัญชีเงินฝากประจำคือทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง
ลักษณะเด่นที่น่าสนใจ
- ผลตอบแทนสูง : จุดแข็งที่สุด คือ การมอบอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันอย่างชัดเจน
- สร้างวินัยการออม : การที่ไม่สามารถถอนเงินได้ทันที ช่วยส่งเสริมให้เกิดวินัยและทำให้สามารถเก็บเงินได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
- ความเสี่ยงต่ำ : เป็นทางเลือกการออมที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อย่างหุ้นหรือกองทุน
- สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม : ในบางกรณี การฝากเงินจำนวนมากอาจทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษจากธนาคาร และยังสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อได้เช่นกัน
เงื่อนไขและข้อควรทราบ
- ความยืดหยุ่น : เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อการออมระยะยาว บัญชีประเภทนี้จึงขาดความยืดหยุ่นและมีสภาพคล่องน้อย เพราะไม่สามารถถอนเงินก่อนครบกำหนดได้
- เงื่อนไขการถอน : หากมีความจำเป็นต้องถอนเงินก่อนระยะเวลาที่กำหนด อาจส่งผลให้ไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ หรือได้รับในอัตราที่น้อยลง
- เงินฝากขั้นต่ำ : บัญชีประเภทนี้มักมีข้อกำหนดเรื่องเงินฝากขั้นต่ำ ซึ่งบางรูปแบบอาจกำหนดไว้ค่อนข้างสูง
- ภาษี : โดยทั่วไปแล้ว ดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินฝากประจำจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15%
แล้วจะเลือกอะไรดี? การเลือกระหว่างบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และฝากประจำนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคุณ หากคุณต้องการบัญชีสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเก็บเงินสำรองฉุกเฉินที่พร้อมใช้เสมอ บัญชีออมทรัพย์ คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่หากคุณมีเงินเย็นหรือเป้าหมายเก็บเงินก้อนในระยะยาวเพื่อผลตอบแทนที่สูงขึ้น การมี บัญชีฝากประจำ จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากบัญชีทั้งสองประเภทร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในทุกมิติ
บทสรุป การเลือกสรรบัญชีเงินฝากเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืน

จากการพิจารณาข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและลักษณะของบัญชีเงินฝากประเภทต่างๆ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
- บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และ บัญชีเงินฝากประจำ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ทางการเงินที่แตกต่างกัน โดยมี
- บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เป็นเครื่องมือที่มอบสภาพคล่องสูงสุดสำหรับธุรกรรมในชีวิตประจำวันและเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ในขณะที่
- บัญชีเงินฝากประจำ มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเพื่อเป้าหมายในระยะยาว ผ่านการส่งเสริมวินัยในการออม
อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่ปรากฏ ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นั้นเป็นเพียงภาพสะท้อนของสภาวะตลาด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ในโลกแห่งความเป็นจริง อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายทางการเงิน ดังนั้น การสร้างความมั่นคงทางการเงิน ที่ยั่งยืนจึงมิได้สิ้นสุดลงเพียงการเลือกเปิดบัญชี แต่ยังรวมถึงการติดตามข้อมูลข่าวสารและเปรียบเทียบเงื่อนไขและโปรโมชันพิเศษจากสถาบันการเงินต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งบ่อยครั้งธนาคารมักนำเสนอผลิตภัณฑ์ เงินฝากประจำ ที่มีเงื่อนไขพิเศษและให้ อัตราดอกเบี้ย ที่น่าสนใจกว่าที่แสดงในตารางอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน
ท้ายที่สุดแล้ว การวางแผนทางการเงิน ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือแผนการที่สอดคล้องกับเป้าหมายและสถานการณ์ของแต่ละบุคคล การผสมผสานการใช้ประโยชน์จากทั้ง บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เพื่อความคล่องตัว และ บัญชีเงินฝากประจำ เพื่อการเติบโตของเงินออม จะช่วยสร้างสมดุลที่เหมาะสม การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้านและความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างถ่องแท้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำท่านไปสู่ความสำเร็จและความมั่งคั่งตามเป้าหมายที่ได้วางไว้
ปล.ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางและให้ภาพรวมทั่วไปเท่านั้น แม้เราได้พยายามอย่างยิ่งเพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่ แต่ไม่สามารถรับประกันความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะบุคคลได้ ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลนี้เพื่อการตัดสินใจทางการเงิน การลงทุน หรือทางกฎหมายโดยทันที และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถพิจารณาสถานการณ์ส่วนบุคคลของท่านได้โดยตรง การตัดสินใจใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้อ่านแต่เพียงผู้เดียว
ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect