นับเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนผู้ใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อภาครัฐได้ขยายขอบเขตการใช้สิทธิเพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตยุคใหม่ โดย เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ผู้มีสิทธิในโครงการจะสามารถใช้สิทธิสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการได้แล้ว
วิธีใช้จ่ายคนละครึ่งพลัส สั่งซื้ออาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีแบบละเอียด

สำหรับการสั่งซื้ออาหาร ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ประชาชน และยังเป็นการช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิในรูปแบบเดลิเวอรีนี้มีรายละเอียดและขั้นตอนที่แตกต่างจากการใช้จ่ายหน้าร้านเล็กน้อย ซึ่งผู้ใช้สิทธิควรทำความเข้าใจก่อนเริ่มใช้งาน
สรุปเงื่อนไขสำคัญ ต้องรู้อะไรบ้าง?
ก่อนที่จะไปดูขั้นตอนการสั่งซื้อ ผู้ใช้สิทธิควรตรวจสอบเงื่อนไขหลักของการใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีให้ชัดเจนก่อน ดังนี้
- ระยะเวลาการใช้สิทธิ: สามารถใช้สิทธิสั่งอาหารเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
- ช่วงเวลาที่กำหนด: การใช้สิทธิผ่านเดลิเวอรีจะจำกัดอยู่ในช่วงเวลา 06:00 น. ถึง 21:00 น. ของทุกวันเท่านั้น
- วงเงินสนับสนุน: รัฐบาลยังคงช่วยสนับสนุนค่าอาหารและเครื่องดื่ม 50% โดยให้วงเงินสนับสนุนสูงสุด 200 บาทต่อวัน ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สิทธิสามารถซื้ออาหารได้ในวงเงินรวมสูงสุด 400 บาทต่อวัน (โดยชำระเอง 200 บาท และรัฐสนับสนุน 200 บาท)
- ข้อยกเว้นสำคัญ (ไม่รวมค่าส่ง): สิทธิคนละครึ่งพลัสจะใช้ได้เฉพาะกับ ค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น และ ไม่สามารถใช้ชำระค่าจัดส่ง (Delivery Fee) ได้ ในส่วนของค่าจัดส่ง ผู้ใช้สิทธิจะต้องชำระเงินเต็มจำนวนด้วยตนเองผ่านช่องทางการชำระเงินปกติของแพลตฟอร์มนั้นๆ
แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ
ในการใช้สิทธิ ผู้ใช้จะต้องสั่งผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งจะเชื่อมโยงไปยังแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568) ได้แก่:

| แพลตฟอร์ม | จำนวนร้านค้า |
| LINE MAN | 22,831 ร้านค้า |
| GrabFood | 15,544 ร้านค้า |
| ShopeeFood | 1,757 ร้านค้า |
| Robinhood | 590 ร้านค้า |
ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิจะสามารถสั่งได้เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเท่านั้น
ขั้นตอนการใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” สั่งฟู้ดเดลิเวอรี

สำหรับขั้นตอนการใช้งานอาจดูซับซ้อนกว่าการสแกนจ่ายหน้าร้านเล็กน้อย แต่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายๆ โดยแบ่งกระบวนการเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้
การเตรียมความพร้อมที่แอปฯ “เป๋าตัง”
- เติมเงิน G-Wallet: ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้ต้องตรวจสอบและเติมเงินเข้า “G-Wallet” ในแอปฯ เป๋าตัง ให้เพียงพอต่อค่าอาหารในส่วนที่ตนเองต้องชำระ (50%)
- เข้าสู่เมนูเดลิเวอรี: เปิดแอปฯ เป๋าตัง และมองหาแบนเนอร์หรือปุ่ม “ฟู้ดเดลิเวอรี” ที่หน้าหลัก แล้วกดเลือก
การเลือกและสั่งอาหารบนแพลตฟอร์ม
- เลือกแพลตฟอร์ม: หลังจากกดปุ่ม “ฟู้ดเดลิเวอรี” ในแอปฯ เป๋าตัง ระบบจะแสดงรายชื่อแพลตฟอร์มที่เข้าร่วม (เช่น GrabFood, LINE MAN ฯลฯ) ให้เลือกแพลตฟอร์มที่ต้องการใช้งาน
- เลือกร้านและเมนู: ระบบจะนำทางไปยังแอปฯ ของแพลตฟอร์มนั้นๆ ให้คุณเลือกร้านอาหารและรายการอาหารที่ต้องการ (ต้องเป็นร้านที่เข้าร่วมโครงการ)
- ยืนยันการสั่งซื้อ: เมื่อเลือกอาหารเสร็จสิ้น ให้ดำเนินการสั่งซื้อตามปกติ
ขั้นตอนกระบวนการชำระเงิน
- ชำระค่าจัดส่งก่อน: ขั้นแรก ระบบของแพลตฟอร์มเดลิเวอรีจะให้คุณชำระ “ค่าจัดส่ง” ก่อน ซึ่งต้องชำระเต็มจำนวนด้วยวิธีปกติ (เช่น บัตรเครดิต, วอลเล็ตของแอปฯ นั้นๆ)
- รับการแจ้งเตือนชำระค่าอาหาร: หลังจากชำระค่าส่งเสร็จสิ้น ระบบจะส่งการแจ้งเตือน (Notification) ไปยังแอปฯ เป๋าตัง เพื่อให้คุณชำระ “ค่าอาหาร”
- กลับไปที่แอปฯ เป๋าตัง: ให้กดที่การแจ้งเตือนนั้น หรือสลับกลับไปที่แอปฯ เป๋าตัง
- ยืนยันการชำระค่าอาหาร: แอปฯ เป๋าตังจะแสดงยอดค่าอาหารที่ต้องชำระ (ซึ่งหักส่วนลด 50% แล้ว) ให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกดยืนยันการชำระเงินโดยใช้เงินจาก G-Wallet
- เสร็จสิ้นรายการ: เมื่อชำระเงินค่าอาหารผ่านเป๋าตังเรียบร้อย ถือว่าการสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นก็รอรับอาหารได้เลย
การขยายสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความสะดวกสบายได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงหลักการสำคัญของโครงการในการร่วมจ่าย (Co-Payment) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อไป
ข้อควรระวังในการใช้สิทธิ
ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิควรตรวจสอบว่าได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว และมียอดเงินในแอปเป๋าตังเพียงพอ นอกจากนี้ควรตรวจสอบเวลาในการใช้สิทธิด้วย เนื่องจากจะสามารถใช้ได้เฉพาะช่วง 06.00 – 21.00 น. เท่านั้น หากพลาดช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธิได้ในวันนั้น
นอกจากนี้ ค่าจัดส่งจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ จึงต้องเตรียมเงินสำหรับจ่ายค่าส่งแยกต่างหากด้วยวิธีการชำระเงินปกติ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือการสแกน QR Code และผู้ที่ได้รับสิทธิแล้วต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23:00 น. มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิตามเงื่อนไขโครงการ? วงเงินสิทธิทั้งหมดขึ้นอยู่กับการยื่นภาษี คือ 2,400 บาทสำหรับผู้ยื่นแบบภาษี และ 2,000 บาทสำหรับผู้ไม่ยื่นแบบภาษี
สรุปประโยชน์ของโครงการต่อประชาชน
โครงการคนละครึ่งพลัสช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการซื้อสินค้าและบริการ โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นความจำเป็นในชีวิตประจำวัน การเปิดช่องทางผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรียังช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้ที่ไม่สามารถเดินทางออกไปซื้อของได้ หรือต้องการประหยัดเวลา
นอกจากนี้ โครงการยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ตารางสรุปคนละครึ่งพลัส เดลิเวอรี
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ระยะเวลาใช้สิทธิ | 7 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 |
| ช่วงเวลาใช้สิทธิ | 06:00 – 21:00 น. ของทุกวัน |
| วงเงินสนับสนุน | รัฐสนับสนุน 50% สูงสุด 200 บาท/วัน (ผู้ใช้ต้องจ่าย 200 บาท) |
| วงเงินรวม/วัน | ได้อาหารสูงสุด 400 บาท/วัน |
| ค่าจัดส่ง | ผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายเต็มจำนวนเอง |
| แพลตฟอร์มที่เข้าร่วม | LINE MAN (22,831 ร้าน), GrabFood (15,544 ร้าน), ShopeeFood (1,757 ร้าน), Robinhood (590 ร้าน) |
| วิธีใช้สิทธิ | ผ่านแอป “เป๋าตัง” เชื่อมต่อไปยังแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี |
| ชำระค่าส่งก่อน | ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี (บัตร/วอลเล็ท/QR Code) |
| ชำระค่าอาหาร | ผ่านแอป เป๋าตัง (จากเงิน G-Wallet หลังหักส่วนลด 50%) |
| เดดไลน์การใช้ครั้งแรก | 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23:00 น. |
| วงเงินทั้งหมด | 2,400 บาท (ผู้ยื่นแบบภาษี) / 2,000 บาท (ไม่ยื่น) |
อ้างอิงข้อมูลจาก gcc,คนละครึ่งพลัส
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect