เมื่อเร็วๆ นี้ ราคาทองคำได้ทำให้นักลงทุนหลายคนต้องตื่นตระหนก เมื่อราคาดิ่งลงไปถึง 6% ในคืนเดียว ถือเป็นการร่วงลงที่รุนแรงที่สุดในรอบ 5-6 ปี หากวัดจากราคาปิด สำหรับคนที่ถือฟิวเจอร์ส คืนนั้นคงนอนไม่หลับ แต่สำหรับนักสะสมระยะยาว กลับอาจเป็นโอกาสทองที่รอคอย
วิธีรับมือราคาทองคำร่วง และการบริหารความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนทุกสไตล์

คุณชานน กังวานเวชกุล นักวิเคราะห์การลงทุนจากบริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ได้มาให้มุมมองที่น่าสนใจในรายการ F1 Money ว่า “คนที่นอนไม่หลับเมื่อคืนน่าจะเป็นสายฟิวเจอร์ส แต่คนที่นอนหลับอาจตื่นมากระปรี้กระเปร่า เพราะเป็นคนที่รอซื้อ เมื่อเช้าราคาลงมา 2,005 บาทต่อบาททองคำเลยทองรูปพรรณ 96.5% มันจะมีนักลงทุนหลายกลุ่ม ทั้งที่เทรดดิ้งก็อาจจะเวอร์นิดหนึ่ง มีการโดนล้างโพซิชั่นฝั่งลองค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าเป็นสายเก็บสะสมก็แอบมองว่าเป็นโอกาสดีในการทยอยเข้า”
สาเหตุหลักที่ทำให้ทองคำร่วงหนัก
สำหรับคนที่สงสัยว่าทำไมทองคำถึงร่วงหนักขนาดนี้ คุณชานนได้ชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยหลัก 2-3 เรื่องที่ส่งผลกระทบ โดยเรื่องแรกและสำคัญที่สุดคือเรื่องของ Government Shutdown หรือการปิดหน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ
“เรื่องของ Government Shutdown ที่เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เข้าไปวันที่ 22 แล้ว ใกล้จะแตะสถิติของโดนัลด์ ทรัมป์สมัยแรกที่ 35 วัน” คุณชานนอธิบาย “เมื่อ 2 วันที่แล้วมีทางฝั่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของทำเนียบขาว คือคุณ Kevin Hassett ออกมาบอกว่า Government Shutdown อาจจะคลี่คลายลงได้ในสัปดาห์นี้เลย นี่เลยเป็นเรื่องที่สินทรัพย์ปลอดภัยมีโอกาสโดนเทคโพรฟิตลงมา”
ที่น่าสนใจ คือ คุณ Kevin Hassett เป็นหนึ่งในแคนดิเดตของประธานเฟดคนต่อไปต่อจากเจอโรม พาวเวลในช่วงกลางปีหน้า ทำให้คำพูดของเขามีน้ำหนักมาก นอกจากนี้ยังมี Stephen Moore อดีตที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ที่ออกมาพูดว่าการ shutdown ที่ยืดเยื้อจะยิ่งกระตุ้นให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยด้วยซ้ำ
การปรับราคาทองคำด้วย M2 และระดับราคาสำคัญ
สิ่งที่นักลงทุนมืออาชีพมอง คือ การนำราคาทองคำมาปรับด้วย M2 หรือปริมาณเงินในระบบ คุณชานนอธิบายว่า “ถ้าเราเอาทองคำมา adjust ด้วย M2 ที่เป็นปริมาณโฟลว์ของเงิน มันจะได้แนวต้านพอดีที่ 4,004 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เทียบเท่ากับไฮเมื่อปี 2011 ของราคาทองคำ ดังนั้นราคา ณ ปัจจุบันถ้าดูตัวเลขเปล่าอาจเลยไฮของปี 2011 ไปไกล แต่ถ้าปรับด้วย M2 ที่พิมพ์ขึ้นมาเรื่อยเรื่อยประมาณ 6 ทริลเลียนแล้ว มันเพิ่งจะได้ราคาที่ 4,004 ดอลลาร์ต่อออนซ์”
นี่อธิบายได้ว่า ทำไมโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ใกล้กับ all-time high ที่ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์) จึงเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่ง “โซน 4,400 เป็นหนึ่งในตัวเลขที่ big player อย่างธนาคารกลางหรือกองทุนอาจจะมอง” เขากล่าวเสริม สำหรับสถิติที่น่าสนใจ คือ ทองคำขึ้นมา 9 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งในประวัติศาสตร์มีไม่กี่ครั้งที่ขึ้นแบบนี้ และมักจะมีการย่อตัวลงในสัปดาห์ที่ 10
ปัจจัยอื่นที่กดดันทองคำ
นอกจาก Government Shutdown แล้ว ยังมีปัจจัยรองลงมาคือเรื่องของ Trade Deal ระหว่างสหรัฐกับจีน “โดนัลด์ ทรัมป์กับสีจิ้นผิงจะไปเจอกันที่ประชุม APEC ที่เกาหลีใต้สิ้นเดือนนี้ ประมาณ 31 ตุลาคมหรือ 1 พฤศจิกายน” คุณชานนระบุ “ทรัมป์พลิกไปพลิกมาหลายครั้ง บางทีบอกจะขึ้นภาษี 145% บางทีก็บอกมีความสัมพันธ์ดีกับสีจิ้นผิง แต่ล่าสุดเขาบอกว่ามีความมั่นใจว่าการเจรจาจะบรรลุไปได้ด้วยดี”
นอกจากนี้ ยังมีการประชุมเฟดสิ้นเดือนนี้ และการประชุมของธนาคารกลางประเทศอื่นอย่าง BOJ ของญี่ปุ่นที่เพิ่งมีนายกหญิงคนแรกคือ Sanae Takaichi ซึ่งมีนโยบายค่อนข้าง dovish หรือผ่อนคลาย ทำให้เยนอ่อนค่าลงและดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งก็เป็นปัจจัยกดดันทองคำอีกทางหนึ่ง “ช่วงเดือนนี้จนถึงสิ้นเดือนอยากให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะนอกจาก Government Shutdown ที่จะครบหนึ่งเดือนแล้ว ยังมีเรื่อง Trade Deal ที่จะคุยกันที่ APEC ด้วย” คุณชานนเตือน
เดือนตุลาคม เดือนแห่งความผันผวน
เดือนตุลาคมปีนี้ถือเป็นเดือนที่นักลงทุนทองคำจะต้องจดจำ เพราะเป็นทั้งเดือนที่เห็นทองคำทำ all-time high และก็เป็นเดือนที่เห็นทองคำร่วงหนัก 6% ในคืนเดียว “เดือนตุลาคมนี้เป็นเดือนแห่งความผันผวน เราเห็นราคาทำ all-time high แต่กลับกลายเป็นเดือนที่เห็นราคาร่วงลงคืนเดียว 6% และยังมีประเด็นต่างๆ รุมเรียกด้วย”
กลยุทธ์การลงทุน ปรับพอร์ตรับมือความผันผวน
คณชานนแนะนำว่า ท่ามกลางความผันผวนสูง นักลงทุนแต่ละประเภทจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน
กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักเทรดระยะสั้น
สถานการณ์ปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงมาก กรอบราคาระหว่างวันสามารถเหวี่ยงได้ถึง $100-$200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินกว่าระดับปกติ
- คำแนะนำ : หากเป็นนักลงทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงระดับนี้ได้ การหยุดพักการลงทุนชั่วคราวถือเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากยังต้องการเทรด สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “ลดขนาดสถานะ” (Position Sizing)
- ตัวอย่าง : ในภาวะปกติที่ราคาวิ่งวันละ $30-$50 ดอลลาร์ นักลงทุนอาจใช้เลเวอเรจได้ 5 เท่า แต่เมื่อกรอบการเหวี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น $200 ดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 4 เท่า) ระดับเลเวอเรจที่ปลอดภัยอาจต้องลดลงเหลือเพียง 2 เท่า เพื่อป้องกันการถูกบังคับขาย
กลยุทธ์สำหรับนักสะสมระยะยาว
ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่ต้องการออมหรือสะสมทองคำในระยะยาว การย่อตัวลงมา 6% นี้ ถือเป็นจังหวะและโอกาสที่ดีในการทยอยเข้าซื้อสะสม
- คำแนะนำ : ควรรอให้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ผ่านพ้นไปก่อน (ทั้ง Government Shutdown และการประชุม APEC) หากราคาทองคำยังสามารถยืนได้และไม่เสียทรงในเชิงเทคนิค นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มเข้าซื้อสะสม
- สำหรับทองคำไทย : การร่วงลงของราคาทองคำแท่งในประเทศที่ประมาณ 2,500 บาทต่อบาททองคำ ถือว่ายังได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามาช่วยพยุงไว้ หากเงินบาทไม่อ่อนค่า ราคาทองไทยอาจร่วงลงได้ถึง 3,000 บาท
วิเคราะห์ทางเทคนิคคอล แนวรับและแนวต้านสำคัญ

แนวรับสำคัญ (Support)
- $3,990 – $3,945 ดอลลาร์ : นี่คือ โซนแนวรับที่สำคัญที่สุดในระยะสั้น โดยเฉพาะที่ $3,945 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุด Swing Low ล่าสุด
- สัญญาณที่ต้องจับตา : ในขณะที่ราคายังยกโลว์ (Higher Low) ในกราฟ 4 ชั่วโมง แต่ดัชนี RSI กลับทำจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Low) ซึ่งเป็นสัญญาณ “Hidden Bullish Divergence” สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าหากราคาสามารถยืนเหนือ $3,945 ดอลลาร์ได้ เทรนด์ขาขึ้นในภาพใหญ่อาจยังสามารถไปต่อได้
- จุดตัดขาดทุน (Cut Loss) : หากราคาทองคำหลุดแนวรับ $3,945 ดอลลาร์ลงไป สัญญาณบวกทางเทคนิคนี้จะถูกทำลาย และเป็นจุดที่นักลงทุนระยะสั้นอาจต้องยอมตัดขาดทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
- แนวรับทองคำ (Golden Zone) : สำหรับนักสะสมระยะยาวจริงๆ แนวรับที่ $3,804 – $3,820 ดอลลาร์ ถือเป็นโซนที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นฐานราคาที่เกิดจากการเบรกกรอบสามเหลี่ยม (Triangle) ที่สะสมกำลังมานาน 4-5 เดือนตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 หากราคาลงมาถึงโซนนี้ ถือเป็นจุดที่คุ้มค่าในการเข้าสะสม
แนวต้าน (Resistance)
- $4,180 – $4,200 ดอลลาร์ : โซนนี้เคยเป็นแนวรับ ที่แข็งแกร่งมาก่อน เมื่อราคาหลุดลงมาแล้ว การดีดตัวกลับ ขึ้นไปทดสอบโซนนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากไม่สามารถผ่านไปได้ อาจเป็นสัญญาณว่าราคาพร้อมที่จะปรับตัวลงต่อ
ควรขายขาดทุนหรือไม่
สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่าควรยอมขายขาดทุนดีไหม คุณชานนตอบว่า “ถ้าทนไหวอยากให้รอดูแนวรับสำคัญที่ 3,990-3,945 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อน มันทิ้งตัวลงมา 300 ดอลลาร์และค่อนข้างเกินกรอบ ATR ต่อวัน เป็นการปรับตัวลงในรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบ 5-6 ปี”
เขาอธิบายว่า “การที่มันเหวี่ยงขนาดนี้มีไม่บ่อย เราอาจต้องภูมิใจว่าถ้าอยู่ในช่วงนี้เราบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ แต่มันคงไม่ลง 300 ดอลลาร์สามวันติดหรอก เมื่อมันลงมาลึกแล้ว ถ้าเราหนีไม่ทันเราก็รอดูแนวรับสำคัญว่าถ้ามันยังไม่หลุด เรามองว่าแรงขาระยะสั้นอาจจะจบ อาจมี technical rebound เข้ามาบ้าง”
“แต่ถ้าหลุด 3,945 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนตัวมองว่าอาจยอมไปก่อนดีกว่า เพราะ technical ที่ยังมีอยู่ในเชิงบวกถ้าหลุดก็โดนล้าง และจะมีอีเวนท์สำคัญปลายเดือนรออยู่อีก”
สภาพคล่องและผลกระทบจากตลาดฟิวเจอร์ส
คุณชานน อธิบายว่า สภาพคล่องของทองคำยังสูงอยู่ “แน่นอนว่ามันเป็นสินค้าเทรดกันทั่วโลกก็ยังคงสูงอยู่ ถ้าเป็น spot หรือสินทรัพย์จริงจับต้องได้ ในไทยเองก็มีคนเข้าซื้ออยู่เรื่อยเรื่อย ไม่ว่าทองจะขึ้นหรือลง เมื่อ 2 วันก่อนหรือวันนี้ก็มีคนเข้ามาซื้อเรื่อยเรื่อย ไม่น่ากังวลในเรื่องสภาพคล่องสำหรับ spot”
แต่ในตลาดฟิวเจอร์สเป็นอีกเรื่อง “เมื่อคืนต้องบอกว่าสาย long position หรือเล่นขาขึ้นโดนมาก เวลามันหลุดโลว์ลงมา ถ้าสายฟิวเจอร์สที่มี leverage มันจะโดน stop loss หรือเป็นแรงขายของคนถือ long position คือ long covering ตลาดฟิวเจอร์สมีส่วนค่อนข้างชัดเป็นปัจจัยกระตุ้นให้มันทิ้งลงไปเร็วด้วยซ้ำ”
“เวลาตัว spot หลุดทางเทคนิคคอลสำคัญ จะมีแรงจากฟิวเจอร์สมากระตุ้นจาก long covering และถ้ามันลึกไปจริงๆ มูลค่าของ long position ถ้ายังไม่ได้ปิดมันจะลดลงจนต่ำกว่า margin ที่หลักประกันแล้วจะโดน margin call ถ้าไม่ยอมเอาเงินเข้ามาเติมจะโดน force sell กระตุ้นให้ฟิวเจอร์สและ spot ลงไปอีก”
การลงทุนในทองคำแท่ง
สำหรับการลงทุนในทองคำแท่ง เมื่อเช้าราคาลงมา 2,500 บาทต่อบาททองคำ คุณชานนบอกว่า “นี่ยังดีที่เงินบาทอ่อนค่ามาค่อนข้างมาก ไม่งั้นอาจเห็น 3,000 บาท การที่บาทอ่อนมันจะเป็นปัจจัยช่วยพยุงทองไทยให้ไม่ลงรุนแรงเท่าตัว spot มากนัก”
“ถ้าเราซื้อสะสมระยะยาวจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องกังวลกับเหตุการณ์ที่เราอาจมองว่าเป็น noise หรือสัญญาณรบกวน ถ้าลงทุนในระดับรายปี เราต้องมองเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เราจะเก็บไว้นึกถึงเสมอ”
สรุปการจัดการพอร์ตและบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ
หนึ่งในข้อคิดสำคัญที่คุณชานนเน้นย้ำ คือ เรื่องการจัดการความเสี่ยง “ถ้ารับความเสี่ยงได้ก็เก็งกำไรระยะสั้นได้ แต่ถ้ารับความเสี่ยงไม่ไหวก็ค่อยเคลียร์สถานะอีกที เดี๋ยวให้ทุกอย่างมันเคลียร์ในช่วงสิ้นเดือนตุลาคม แล้วค่อยกลับมารีวิวกันใหม่ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนจะดีกว่า แต่ถ้าเก็งกำไรก็เก็งกำไรรอบสั้นได้เลยในกรอบที่ให้ไว้”
สำหรับนักลงทุนที่ยังถือทองคำแท่งอยู่ เขาแนะนำว่า “ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการลงทุนทองคำสะสมออมทอง ถ้าเราลงทุนระยะยาว มองภาพใหญ่ว่านโยบายการเงินเฟดยังขาลง 2-3 ปี ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมี และธนาคารกลางยังคงซื้อทองคำต่อเนื่อง”
ข้อควรระวังสำหรับนักเทรดฟิวเจอร์ส
คุณชานนได้เตือนนักเทรดฟิวเจอร์สเป็นพิเศษว่า “กลยุทธ์ตอนนี้ถ้าจะเทรดในช่วงนี้ เราต้องลด position size ลงมาให้สอดคล้องกับกรอบ ATR ที่มันแกว่งระหว่างวันที่กว้างมาก นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดของตลาดฟิวเจอร์สช่วงนี้”
“เวลาสมมติว่า ATR ระหว่างวันของทองคำปกติอยู่ประมาณ 30-50 ดอลลาร์ต่อวัน เหวี่ยงสวิง low-high ไม่เกินนี้ เราอาจเล่นใช้ leverage ได้ประมาณ 5 เท่า แต่ถ้ากรอบช่วงนี้มันเหวี่ยงทีจาก 50 เพิ่มมาเป็น 200 ดอลลาร์ เพิ่มมา 4 เท่า เราจะเล่น 5 เท่าเดิมไม่ได้แล้ว เราอาจต้องลดลงมาเหลือเล่น leverage 2 เท่า”
ตารางสรุป วิธีรับมือในวันที่ราคาทองคำร่วง
| หัวข้อหลัก | สาเหตุ/รายละเอียดสำคัญ | กลยุทธ์นักลงทุนไทย |
| สาเหตุร่วง 6% (21 ต.ค.) | - Shutdown สหรัฐ (เริ่ม 1 ต.ค., 22 วัน; Kevin Hassett คาดคลี่คลายสัปดาห์นี้ = profit-taking)
- Trade Deal สหรัฐ-จีน ที่ APEC (31 ต.ค.-1 พ.ย.; ทรัมป์มั่นใจสำเร็จ)
- BOJ dovish (Sanae Takaichi; เยนอ่อน ดอลลาร์แข็ง)
- ขึ้น 9 สัปดาห์ติด มักย่อสัปดาห์ 10; รุนแรงสุดรอบ 5-6 ปี ?
| - รอผ่านสิ้นต.ค. (shutdown/APEC/เฟด); ไทยพยุงบาทอ่อน (ไม่ลงรุนแรง $3,000/บาททอง) ?
|
| แนวรับ-ต้านเทคนิคอล | - รับสั้น : $3,945-3,990 (higher low; RSI hidden bullish div.; cut loss ถ้าหลุด)
- ต้าน : $4,180-4,200 (อดีต demand zone; ไม่ผ่าน = ลงต่อ)
- รับยาว (Golden Zone) : $3,804-3,820 (triangle เม.ย. 2568)
- M2 adjust : $4,004 equiv high 2011 (ไม่แพง) ?
| - สั้น : stop loss $3,945; ซื้อ rebound ขาย $4,180
- ยาว : สะสม $3,804-3,820 ?
|
| กลยุทธ์เทรดสั้น/ฟิวเจอร์ส | - เหวี่ยง $100-200/วัน (ATR > ปกติ 4 เท่า); ลด leverage 5x -> 2x
- Long covering + margin call กระตุ้นลง; Spot สภาพคล่องสูง (ไทยซื้อต่อเนื่อง) ?
| - ลด position sizing; หยุดถ้ารับเสี่ยงไม่ได้; เก็งกรอบ $3,945-4,200 ?
|
| กลยุทธ์สะสมกลาง-ยาว | - ย่อ 6% = โอกาสซื้อ (รอหลังสิ้นต.ค. ถ้ายืน $3,945)
- ยาว : เฟดลงดอกเบี้ย 2-3 ปี; De-dollarization (ธนาคารกลางรัสเซีย/จีนซื้อตั้งแต่ 2022 จากสงครามรัส-ยู) ?
| - กลาง : ทยอยแบ่งไม้; มีเงินสำรอง
- ยาว : ไม่กังวล noise; สะสมภาพใหญ่ (Safe Haven แข็ง)
|
มุมมองระยะยาวของทองคำ จะเป็นอย่างไร
คุณชานนให้มุมมองระยะยาวที่น่าสนใจมาก “เหตุการณ์ใหญ่ๆ มีไม่กี่เรื่อง หนึ่งคือนโยบายการเงินเป็นขาลงไปอีกกี่ปี คือเฟดน่าจะเป็นดอกเบี้ยขาลงไปอีกสัก 2-3 ปีเป็นอย่างน้อย”
“อีกหน้าที่หนึ่งของทองคำคือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หน้าที่นี้แข็งแรงมากตั้งแต่ปี 2022 นี่คือจุดเริ่มต้นที่ธนาคารกลางเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องทั่วโลก จุดเปลี่ยนอยู่ที่ปี 2022 ในช่วงสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน”
เขาอธิบายว่า “พอเกิดสงครามสหรัฐอายัดทุนสำรองของรัสเซียทั้งดอลลาร์และพันธบัตร ไม่ให้รัสเซียใช้เงินพวกนี้มาสนับสนุนสงคราม หลายประเทศเห็นเรื่องนี้แล้วพยายามสร้างกระแส de-dollarization ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่ได้ทำให้ดอลลาร์กลายเป็นเศษกระดาษ แต่ในหน้าที่ของการเป็น reserve currency ระหว่างประเทศจะถูกลดลงเรื่อยเรื่อย”
“แน่นอนว่าคนละขั้วกับสหรัฐอย่างรัสเซียและจีนจะต้องลดดอลลาร์ลง และสิ่งที่เขาสะสมขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมาคือทองคำ ดังนั้นภาพใหญ่ถ้ายังมีความรุนแรงระหว่างประเทศคนละขั้ว รัสเซีย-จีน กับสหรัฐ ถ้ามันยังแบ่งแยกอย่างชัดเจน ทองคำจะต่อรองได้ดี เรื่องจบก็จะลง แต่ภาพใหญ่เราไม่ต้องกังวลมาก เพราะธนาคารกลางจะ reserve ไปเรื่อยเรื่อยด้วยกระแส de-dollarization”
สรุปและข้อเตือนสำคัญสำหรับนักลงทุน
ในช่วงท้าย คุณชานนสรุปว่า “ระยะยาวไม่ค่อยน่ากังวล ถ้าเราลงทุนในหลักปี เราหาจังหวะย่อตัวลงมา 100-200 ดอลลาร์ ถ้ามันพ้นอีเวนท์สำคัญที่มองว่าอาจกดดันไปแล้ว เดือนพฤศจิกายนถ้ามันเริ่มตั้งทรงได้ และเรื่องหลักของตลาดกลายเป็นดอกเบี้ยเฟดขาลงแทน มันก็จะวกกลับมาในไซเคิลที่ทองคำเริ่มตั้งทรงได้อีกครั้ง ก็จะเป็นจังหวะเข้าซื้อเก็บระยะยาว”
สำหรับระยะสั้น “ตอนนี้อยู่ในช่วงที่ต้องจับตาดูทีละสเต็ป สเต็ปแรกคือหวังว่าจะให้ยืนให้อยู่ก่อน อย่าเพิ่งหวังว่ามันจะกลับไปขึ้นแล้ว แนวรับสำคัญที่ 3,990-3,945 ดอลลาร์ต่อออนซ์สำคัญมาก ถ้าหลุด 3,945 สัญญาณที่เล่นดูไว้จะโดนล้างและน่าจะพักอีกลึกอีกรอบ แต่ถ้าไม่หลุดผมมองว่าน่าจะมี technical rebound ได้รอบหนึ่ง”
ดังนั้น “แนวโน้มยังเป็นขาขึ้นอยู่ แต่ในระยะสั้นตอนนี้ด้วยความที่ขึ้นมาในระดับ all-time high ประมาณ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พอมันตัดทนบริเวณนี้แล้วลงมาที่ 4,000 มันเลยเป็นช่วงที่มีความผันผวนสูงมาก แนวรับสำคัญ 3,945 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่าได้หลุด ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาวจริงๆ ปัจจัยเรื่องนี้ไม่น่าเป็นห่วง”
บทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้
เหตุการณ์ที่ทองคำร่วง 6% ในคืนเดียวเป็นบทเรียนสำคัญให้กับนักลงทุนทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนักเทรดระยะสั้นหรือนักสะสมระยะยาว สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าตลาดการเงินมีความผันผวนเสมอ และการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนพร้อมกับการบริหารความเสี่ยงที่ดีคือกุญแจสำคัญ
คุณชานนได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า “การที่มันเหวี่ยง 300 ดอลลาร์มีไม่บ่อย เราอาจต้องภูมิใจว่าถ้าอยู่ในช่วงนี้เราบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ การย่อตัวลงในรอบนี้เป็นที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปีถ้าวัดจากการสวิง แต่มันคงไม่ลง 300 ดอลลาร์สามวันติด”
แนวทางสำหรับนักลงทุนแต่ละประเภท
สำหรับนักเทรดระยะสั้น
- ลด position size ลงให้สอดคล้องกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น
- ใช้ stop loss อย่างเคร่งครัด
- หากรับความเสี่ยงไม่ได้ ให้พักการเทรดไปก่อนจนกว่าตลาดจะสงบลง
- ติดตามแนวรับสำคัญที่ 3,945-3,990 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- หาก rebound ขึ้นมา แนะนำขายทำกำไรก่อนถึงแนวต้าน 4,180-4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับนักสะสมระยะกลาง
- รอให้ผ่านช่วงสิ้นเดือนตุลาคมที่มีอีเวนท์สำคัญมากมาย
- หากราคายังไม่เสียทรง (ไม่หลุด 3,945) หลังจากผ่านอีเวนท์ ให้เข้าซื้อใหม่
- แบ่งไม้ซื้อทยอยในหลายจังหวะ ไม่ควรเข้าเต็มพอร์ตครั้งเดียว
- ควรมีเงินสำรองไว้รับมือกรณีราคาลงต่อ
สำหรับนักสะสมระยะยาว
- ไม่ต้องกังวลกับความผันผวนระยะสั้น
- มองภาพใหญ่ที่นโยบายการเงินเฟดยังขาลง 2-3 ปี
- ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำต่อเนื่องเพื่อลด reserve ดอลลาร์
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมี ทำให้ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
- หากราคาลงมาโซน 3,804-3,820 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ถือว่าเป็นโอกาสซื้อที่ยอดเยี่ยม
มุมมองจากประสบการณ์จริง
สิ่งที่น่าสนใจจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้คือ คุณชานนได้แชร์ประสบการณ์และความรู้สึกของนักลงทุนจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในหนังสือ เขาบอกว่า “เมื่อคืนคนที่นอนไม่หลับน่าจะเป็นสายฟิวเจอร์ส แต่คนที่นอนหลับอาจตื่นมากระปรี้กระเปร่า เพราะเป็นคนที่รอซื้อ”
นี่แสดงให้เห็นว่าในตลาดการเงิน ทุกวิกฤตของคนหนึ่งอาจเป็นโอกาสของอีกคนหนึ่ง สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ฝั่งไหน มีกลยุทธ์อย่างไร และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์หรือไม่
ทองคำยังน่าลงทุนหรือไม่

คำถามที่หลายคนสงสัยคือทองคำยังน่าลงทุนหรือไม่ คำตอบจากคุณชานนชัดเจนว่า “ระยะยาวไม่ค่อยน่ากังวล” เหตุผลสำคัญที่ทองคำยังน่าลงทุนในระยะยาวคือ
- นโยบายการเงินของเฟดยังเป็นขาลง คาดว่าจะลดดอกเบี้ยต่อเนื่องอีก 2-3 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
- กระแส de-dollarization ยังคงดำเนินต่อ ธนาคารกลางทั่วโลกโดยเฉพาะรัสเซียและจีนยังคงซื้อทองคำเพื่อลดการพึ่งพิงดอลลาร์
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีอยู่ ทำให้ทองคำยังคงบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
- M2 หรือปริมาณเงินในระบบยังสูงมาก ถึง 6 ทริลเลียนดอลลาร์ ซึ่งเมื่อปรับราคาทองคำด้วย M2 แล้ว ราคาปัจจุบันยังไม่ได้แพงเกินไปเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม สำหรับระยะสั้น นักลงทุนต้องระมัดระวังและมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมที่มีอีเวนท์สำคัญมากมาย แนวรับที่ 3,945 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นเส้นแบ่งสำคัญที่จะบอกว่าทองคำจะสามารถตั้งตัวได้หรือจะอ่อนแอลงต่อ
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการเข้าซื้อ คำแนะนำคือ อย่าเพิ่งรีบ รอให้สถานการณ์ชัดเจนมากขึ้น รอให้ผ่านช่วงอีเวนท์สำคัญในสิ้นเดือนตุลาคมไปก่อน แล้วค่อยทยอยเข้าซื้อในราคาที่เหมาะสม การแบ่งไม้ซื้อเป็นหลายจังหวะจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก และที่สำคัญที่สุด อย่าลงทุนเกินกว่าที่จะรับความเสี่ยงได้ การนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องการลงทุนแสดงว่าคุณลงทุนมากเกินไปแล้ว การลงทุนที่ดีควรทำให้คุณมีความสบายใจ ไม่ใช่เครียด
อีเวนท์สำคัญในช่วงท้ายเดือนตุลาคม
นักลงทุนควรจับตาอีเวนท์สำคัญในช่วงสิ้นเดือนตุลาคม ได้แก่
- การประชุม APEC ที่เกาหลีใต้ วันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน ที่โดนัลด์ ทรัมป์และสีจิ้นผิงอาจพบปะกัน หากเจรจา Trade Deal สำเร็จ อาจกดดันทองคำในระยะสั้น
- การประชุมเฟด ในช่วงสิ้นเดือน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายดอกเบี้ย หากเฟดส่งสัญญาณ dovish หรือผ่อนคลายมากขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนทองคำ
- สถานการณ์ Government Shutdown ว่าจะคลี่คลายจริงหรือไม่ ตามที่ Kevin Hassett คาดการณ์ไว้
- การประชุมธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะ BOJ ของญี่ปุ่นที่อาจส่งผลต่อค่าเงินเยนและดอลลาร์
ตลาดทองคำในรอบนี้ให้บทเรียนสำคัญว่า แม้สินทรัพย์ที่ถือว่าปลอดภัยอย่างทองคำก็ยังมีความผันผวนสูงได้ในบางช่วงเวลา การมีกลยุทธ์ที่ดี การบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และการไม่ตื่นตระหนกเมื่อเกิดความผันผวน คือกุญแจสำคัญของการเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว
อ้างอิง F1 Money
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Community สังคมแห่งการลงทุน เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect