Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
01 ต.ค. 2025 เวลา 20:16

ทองคำทะลุ 60000 บาท! เจาะลึกทำไมทองพุ่งไม่หยุดพร้อมกลยุทธ์ลงทุนท้ายปี 2025

ทองคำทะลุ 60000 บาท! เจาะลึกทำไมทองพุ่งไม่หยุดพร้อมกลยุทธ์ลงทุนท้ายปี 2025

Share

twitter icon
line icon

ปี 2025 ถือเป็นปีที่ราคาทองคำสร้างความคึกคักให้กับตลาดลงทุนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ราคาทองรูปพรรณได้ทะยานขึ้นไปยืนเหนือระดับ 60,000 บาทอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนที่รุนแรงระหว่างวันซึ่งมีการปรับเปลี่ยนราคานับสิบครั้ง ปรากฏการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างจับตามองว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทิศทางต่อไปจะเป็นอย่างไร จากบทสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยของคุณชานน กังวานเวชกุล ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนจาก YLG Bullion and Futures ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจ ไว้ดังนี้

ทองคำทะลุ 60000 บาท! เจาะลึกทำไมทองพุ่งไม่หยุดพร้อมกลยุทธ์ลงทุนท้ายปี 2025

ทองคำทะลุ 60000 บาท! เจาะลึกทำไมทองพุ่งไม่หยุดพร้อมกลยุทธ์ลงทุนท้ายปี 2025

ราคาทองคำในประเทศได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 60,000 บาทต่อบาททองคำ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง การเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็วและรุนแรงนี้สะท้อนถึงปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก โดยมี 3 ประเด็นหลักที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สภาวะตลาดทองคำไทย ความเสี่ยงด้านการคลังของสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายการเงินที่ผูกโยงกับตลาดแรงงาน

  • 1.สภาวะตลาดทองคำไทย ความผันผวนสูงท่ามกลางราคาที่ทำสถิติใหม่

ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองรูปพรรณในประเทศได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสามารถยืนเหนือระดับ 60,000 บาทได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากราคาทองคำในตลาดโลกที่พุ่งทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าระดับราคาสูงสุดใหม่ คือ ความผันผวนที่เกิดขึ้นระหว่างวัน โดยในบางวันราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 10 ถึง 20 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังตอบสนองต่อปัจจัยที่ละเอียดอ่อนและพร้อมที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำได้อย่างรวดเร็ว

  • 2.ภาวะ Government Shutdown ปัจจัยเสี่ยงที่ตลาดให้ความสำคัญสูงสุด

คุณชานน ได้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยเร่งด่วนที่ส่งผลให้ราคาทองคำเหวี่ยงตัวอย่างรุนแรงในช่วงล่าสุด คือ ความกังวลต่อภาวะ Government Shutdown หรือการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ หากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณได้ทันตามกำหนดเส้นตาย อาจส่งผลให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางต้องปิดทำการชั่วคราว แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่การเกิดขึ้นแต่ละครั้งได้สร้างความไม่แน่นอนและกระตุ้นให้นักลงทุนเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ซึ่งทองคำถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ โดยในอดีต ราคาทองคำมักจะปรับตัวขึ้นประมาณ 1-2% ในช่วงก่อนที่จะเกิด Government Shutdown

  • 3.ตลาดแรงงานสหรัฐฯ และนัยสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งเป็นมาตรวัดสุขภาพของตลาดแรงงานที่สำคัญที่สุดของสหบรัฐฯ ถือเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการตัดสินใจกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย คุณชานนให้ข้อมูลว่า หากเกิดภาวะ Government Shutdown ขึ้นจริง อาจส่งผลให้สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ไม่สามารถประกาศตัวเลขดังกล่าวได้ตามกำหนดการในวันศุกร์นี้

ก่อนหน้านี้ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้แสดงสัญญาณการชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เมื่อตัวเลขการจ้างงานออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก ความอ่อนแอของตลาดแรงงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการ Fed ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ดังนั้น การที่ตลาดอาจไม่ได้รับข้อมูลล่าสุดเพื่อประเมินสถานการณ์ ย่อมสร้างความไม่แน่นอนต่อการคาดการณ์นโยบายการเงินในอนาคต และส่งผลบวกต่อราคาทองคำซึ่งมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ย

นอกเหนือจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจแล้ว สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็น “อัตราเร่ง” ที่สำคัญของราคาทองคำ

  • รัสเซีย-ยูเครน-นาโต : ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างขึ้น จากเดิมที่เป็นเพียงรัสเซีย-ยูเครน เริ่มลุกลามไปถึงความตึงเครียดกับกลุ่มนาโต
  • อิสราเอล-ฮามาส : แม้จะมีความพยายามในการเจรจาหยุดยิง 20 เงื่อนไข แต่สถานการณ์ยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์  : การเปลี่ยนท่าทีของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่หันมาสนับสนุนยูเครนและวิจารณ์รัสเซียว่าเป็น “เสือกระดาษ” ก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับสถานการณ์โลก

วิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ กำหนดจุดเข้า-ออกเชิงกลยุทธ์ผ่านแนวรับ-แนวต้านสำคัญ

ทองคำทะลุ 60000 บาท! เจาะลึกทำไมทองพุ่งไม่หยุดพร้อมกลยุทธ์ลงทุนท้ายปี 2025

นอกเหนือจากการประเมินปัจจัยพื้นฐานและสถานการณ์มหภาคแล้ว การวิเคราะห์ทางเทคนิคยังคงเป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนในการกำหนดกรอบเวลาและกลยุทธ์การลงทุนในทองคำ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับระดับราคาที่มีนัยสำคัญช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจเข้าซื้อ ขายทำกำไร หรือลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จากการวิเคราะห์ของคุณชานน ได้ให้มุมมองเชิงเทคนิคว่า ปัจจุบันราคาทองคำได้เข้าสู่สภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) ในหลายกรอบเวลา (Timeframe) ตั้งแต่รายชั่วโมงไปจนถึงรายสัปดาห์ สภาวะดังกล่าวบ่งชี้ว่าราคาได้ปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานหรือการย่อตัวในระยะสั้น ดังนั้น การไล่ซื้อที่ระดับราคาสูงจึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเพื่อกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่รัดกุม คุณชานนได้ระบุถึงระดับแนวต้านและแนวรับที่สำคัญของราคาทองคำ (Gold Spot) ดังนี้

โซนแนวต้านและกลยุทธ์การแบ่งขายทำกำไร 

แนวต้านคือระดับราคาที่ปริมาณแรงขายมีแนวโน้มจะสูงกว่าแรงซื้อ ซึ่งมักจะสกัดกั้นการปรับตัวขึ้นต่อไปของราคา คุณชานนมองว่าแนวต้านสำคัญในระยะสั้นประกอบด้วย

  • 3,836 ดอลลาร์ : เป็นระดับแนวต้านแรกที่มีนัยสำคัญ ซึ่งเกิดจากการบรรจบกันของเครื่องมือ Fibonacci (Fibonacci Cluster)
  • 3,865 ดอลลาร์ : เป็นแนวต้านสำคัญถัดไป หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้านเหล่านี้แต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านไปได้อย่างแข็งแกร่ง อาจเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนในการพิจารณาแบ่งขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงและรักษากระแสเงินสด

โซนแนวรับและกลยุทธ์การเข้าซื้อสะสม 

แนวรับ คือ ระดับราคาที่ปริมาณแรงซื้อมีแนวโน้มจะสูงกว่าแรงขาย ซึ่งช่วยพยุงไม่ให้ราคาปรับตัวลดลงไปมากกว่านั้น กลยุทธ์การเข้าซื้อในจังหวะย่อตัวควรพิจารณาแนวรับเป็นลำดับขั้น ดังนี้

  • แนวรับที่ 1 (3,760 ดอลลาร์) : เป็นแนวรับแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง หากราคาทองคำย่อตัวลงมาแต่ยังสามารถรักษาระดับเหนือโซนนี้ไว้ได้ โดยภาพรวมของแนวโน้มขาขึ้นในระยะหลักยังคงไม่เสียหาย และอาจเป็นจุดพิจารณาเข้าซื้อสะสมรอบใหม่ได้
  • แนวรับที่ 2 และจุดยืนยันสัญญาณลบ (3,720 ดอลลาร์) : เป็นระดับแนวรับที่มีนัยสำคัญทางเทคนิคสูงสุด หากราคาหลุดระดับนี้ลงมาจะถือเป็นการยืนยันสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ทิศทางของราคากำลังขัดแย้งกับโมเมนตัมของอินดิเคเตอร์ และมักเป็นสัญญาณเตือนของการกลับตัวเป็นขาลงหรือการพักฐานครั้งใหญ่ หากสัญญาณนี้ถูกยืนยัน มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับตัวลงต่อไปยังเป้าหมายถัดไปที่โซน 3,640-3,620 ดอลลาร์
  • แนวรับฐานในภาพใหญ่ (3,340-3,400 ดอลลาร์) : ในกรณีที่เกิดการปรับฐานรุนแรง คุณชานน ชี้ว่า โซนราคานี้เป็นแนวรับที่แข็งแกร่งมากในภาพระยะยาว เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีปริมาณการซื้อขายสะสมอยู่อย่างหนาแน่น (Volume Profile) ทำให้โซนราคานี้เปรียบเสมือนฐานต้นทุนสำคัญที่จะมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไว้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปการวางแผนการลงทุนโดยอ้างอิงจากระดับแนวรับ-แนวต้านทางเทคนิค จะช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างวินัยและบริหารจัดการความเสี่ยงท่ามกลางสภาวะตลาดทองคำที่ยังคงมีความผันผวนสูงได้เป็นอย่างดี

ค่าเงินบาทอ่อนค่า กลไกสำคัญที่หนุนผลตอบแทนทองคำไทยให้โดดเด่นกว่าตลาดโลก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำในประเทศสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมา คือ การอ่อนค่าของเงินบาท ราคาทองคำแท่งมาตรฐานในประเทศไทยคำนวณโดยการแปลงราคาทองคำในตลาดโลกซึ่งซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มาเป็นสกุลเงินบาท

ดังนั้น เมื่อค่าเงินบาทอ่อนค่าลง (ใช้เงินบาทจำนวนมากขึ้นเพื่อแลก 1 ดอลลาร์สหรัฐ) จะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศเมื่อคำนวณออกมาเป็นสกุลเงินบาทปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงก็ตาม ในทางกลับกันหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นก็จะกดดันให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลง

คุณชานน ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาค่าเงินบาทได้เคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่าลงอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยนี้ได้กลายเป็นผลบวกโดยตรงต่อราคาทองคำแท่งในประเทศ การอ่อนค่าดังกล่าวส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศ รวมถึงการปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของประเทศไทยโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Fitch Ratings ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

การเปรียบเทียบผลตอบแทน : ทองคำไทยแซงหน้าตลาดโลก

ผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาทสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของราคาทองคำไทยกับราคาทองคำในตลาดโลกในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยคุณชานนได้ให้ข้อมูลตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

  • ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) : ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ถึง 11%
  • ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ : ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 12%

จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ราคาทองคำแท่งในประเทศสามารถสร้างผลตอบแทนที่ สูงกว่า (outperform) ตลาดโลกได้ประมาณ 1-2% ซึ่งคุณชานนได้ยืนยันว่าส่วนต่างของผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลโดยตรงมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงเวลาเดียวกันนั่นเอง

ดังนั้น สำหรับนักลงทุนไทย การวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินบาทจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการวิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำโลก เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อผลตอบแทนสุดท้ายของการลงทุนในทองคำ

กลยุทธ์ลงทุนและการจัดพอร์ตในภาวะผันผวน

จากการวิเคราะห์ของ คุณชานน ได้ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์แก่นักลงทุนทองคำ ทั้งในด้านของจังหวะการเข้าซื้อและการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในพอร์ตโฟลิโอไว้อย่างน่าสนใจ

กลยุทธ์การเข้าซื้อ : “ย่อซื้อ” เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพผลตอบแทน

คุณชานนเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ “ย่อซื้อ” (Buy on Dips) ซึ่งเป็นแนวทางการลงทุนที่แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการไล่ราคา (Chasing the price) ในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง การเข้าซื้อในขณะที่ราคาทะยานขึ้นสูงนั้นมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการปรับฐานหรือการย่อตัวของราคาในระยะสั้น

ในทางตรงกันข้าม กลยุทธ์ “ย่อซื้อ” คือ การรอจังหวะให้ราคาปรับฐานหรือย่อตัวลงมายังบริเวณแนวรับที่มีนัยสำคัญทางเทคนิค ซึ่งเป็นระดับราคาที่มีแนวโน้มว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไว้ การเข้าซื้อ ณ จุดนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้นักลงทุนได้ต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ยังช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ได้อีกด้วย โดยคุณชานนได้ยกตัวอย่างระดับแนวรับสำคัญที่ 3,760 ดอลลาร์ เป็นจุดที่น่าพิจารณาในการรอเข้าซื้อสะสมรอบใหม่

การจัดสรรสินทรัพย์ในทองคำ (Gold Asset Allocation) ตามสภาวะตลาด

นอกจากการเลือกจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสมแล้ว การกำหนดสัดส่วนการลงทุนในทองคำให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยงในแต่ละช่วงเวลาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยคุณชานนได้ให้แนวทางการจัดสรรน้ำหนักทองคำในพอร์ตการลงทุนไว้ 3 รูปแบบ ดังนี้

  1. สภาวะปกติ (Normal Conditions) : ในช่วงที่เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลเป็นพิเศษ แนะนำให้มีทองคำในสัดส่วน 5% ถึง 10% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด การมีทองคำในระดับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการกระจายความเสี่ยง (Diversification) เนื่องจากราคาทองคำมักจะมีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ในระดับต่ำ
  2. สภาวะที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk Conditions) : ในช่วงที่ตลาดเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง เช่น ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) หรือเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน คุณชานนแนะนำให้ เพิ่มน้ำหนัก การลงทุนในทองคำเป็น 12% ถึง 15% ของพอร์ต การเพิ่มสัดส่วนทองคำในช่วงนี้มีเป้าหมายเพื่อบริหารความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม ซึ่งตามสถิติในอดีตพบว่าพอร์ตการลงทุนที่มีสัดส่วนทองคำสูงขึ้นในช่วงวิกฤต จะให้ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง (Risk-Adjusted Return) ที่ดีกว่า โดยวัดจากอัตราส่วน Sharpe Ratio ที่สูงขึ้น
  3. เมื่อความเสี่ยงคลี่คลาย (Risks Subside) : สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คือ เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติและความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ลดน้อยลงแล้ว นักลงทุนควร ปรับสมดุลพอร์ต (Rebalancing) โดยการทยอยลดสัดส่วนการลงทุนในทองคำกลับมาสู่ระดับปกติที่ 5% ถึง 10% ตามเดิม การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้พอร์ตการลงทุนมีการกระจุกตัวในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป และพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับวัฏจักรเศรษฐกิจรอบใหม่ต่อไป

สรุปแนวโน้มราคาทองคำไตรมาส 4 ปี 2025 เมื่อความไม่แน่นอน คือ ตัวแปรกำหนดทิศทางตลาด

ทองคำทะลุ 60000 บาท! เจาะลึกทำไมทองพุ่งไม่หยุดพร้อมกลยุทธ์ลงทุนท้ายปี 2025

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ทิศทางของราคาทองคำจะถูกกำหนดโดยตัวแปรสำคัญที่มีความไม่แน่นอนสูง นั่นคือสถานการณ์ด้านการคลังของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Government Shutdown หรือการปิดหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจ 

การตัดสินใจเชิงนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดการเงินโลก และมุมมองว่าประเด็น Government Shutdown จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่นักลงทุนในตลาดทองคำต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงที่เหลือของปี

ผลกระทบลูกโซ่ (Domino Effect) ของ Government Shutdown ต่อตลาดทองคำ

หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณและนำไปสู่การปิดหน่วยงานรัฐบาลจริง คุณชานนชี้ว่าจะเกิดผลกระทบต่อเนื่องที่สำคัญ 3 ประการด้วยกัน

  1. การเลื่อนประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ : ผลกระทบด่านแรกที่ชัดเจนที่สุด คือ การดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจจะหยุดชะงัก ซึ่งจะทำให้การประกาศตัวเลขที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินสภาวะเศรษฐกิจต้องล่าช้าออกไป โดยไม่จำกัดอยู่แค่ตัวเลขการจ้างงานรายเดือนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อที่สำคัญ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งตลาดใช้เป็นเครื่องมือหลักในการคาดการณ์ทิศทางเงินเฟ้อ
  2. สร้างความยากลำบากต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) : เมื่อ Fed ขาดข้อมูลที่จำเป็นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักในภารกิจของ Fed (Dual Mandate) จะทำให้การตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง คุณชานนให้ความเห็นว่า ประธาน Fed อาจไม่กล้าตัดสินใจปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินที่สำคัญ เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากยังไม่เห็นข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
  3. กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย : สภาวะที่ตลาดขาดข้อมูลชี้นำและนโยบายการเงินของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกตกอยู่ในความไม่แน่นอนจะสร้างความผันผวนและความกังวลให้กับตลาดการเงินโดยรวม ในสถานการณ์เช่นนี้นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-off Sentiment) และหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เพื่อปกป้องมูลค่าของพอร์ตการลงทุน ซึ่งทองคำถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักลงทุนทั่วโลก ดังนั้น สภาวะที่เกิดจาก Government Shutdown จึงถือเป็นปัจ-จัยบวกโดยตรงต่อแนวโน้มราคาทองคำ

โดยสรุป แนวโน้มราคาทองคำในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 จะมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจาด้านงบประมาณในสหรัฐฯ เป็นสำคัญ นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนในทองคำได้อย่างทันท่วงที

ตารางสรุป ทองคำทะลุ 60,000 บาท! เจาะลึกทำไมราคาทองพุ่งและกลยุทธ์ลงทุนท้ายปี 2025

หัวข้อรายละเอียด
ราคาทองคำปี 2025
  • ราคาทองรูปพรรณในไทยทะยานเหนือ 60,000 บาท
  • ราคาปรับขึ้นเร็วและผันผวน วันหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงราคามากกว่า 10-20 ครั้ง
ปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาทองคำ
  • ตลาดทองคำไทยมีความผันผวนสูง
  • ความเสี่ยง Government Shutdown ของสหรัฐฯ ที่นักลงทุนกังวล
  • ทิศทางนโยบายการเงินและตลาดแรงงานสหรัฐฯ
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (รัสเซีย-ยูเครน, อิสราเอล-ฮามาส)
Government Shutdown ส่งผลอย่างไร
  • กดดันให้ราคาทองคำปรับขึ้นประมาณ 1-2% ก่อนเกิดเหตุ
  • ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนและกระตุ้นการซื้อทองคำเป็น Safe Haven
  • อาจทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญถูกเลื่อนประกาศ
ตลาดแรงงานสหรัฐฯและ Fed
  • ตัวเลข Nonfarm Payrolls เป็นตัวชี้วัดสำคัญ
  • หากข้อมูลล่าช้า ทำให้ Fed ตัดสินใจยาก
  • ราคาทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อตลาดหวั่นเกรงนโยบายการเงินผ่อนคลาย
วิเคราะห์เทคนิคทองคำ
  • ราคาทองคำในกรอบเวลาต่างๆ อยู่ในภาวะ Overbought
  • แนวต้านสำคัญ: 3,836 ดอลลาร์, 3,865 ดอลลาร์
  • แนวรับสำคัญ: 3,760 ดอลลาร์, 3,720 ดอลลาร์, ฐานแนวรับใหญ่ 3,340-3,400 ดอลลาร์
ค่าเงินบาทและผลกระทบ
  • ค่าเงินบาทอ่อนค่าหนุนราคาทองคำไทยให้สูงกว่าราคาทองคำโลก
  • ราคาทองคำไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 12% ในขณะที่ทองคำตลาดโลกเพิ่ม 10-11%
กลยุทธ์ลงทุนทองคำ
  • กลยุทธ์ “ย่อซื้อ” เมื่อราคาปรับฐานที่แนวรับสำคัญลดความเสี่ยง
  • จัดพอร์ตทองคำในสภาวะปกติ 5-10% ของพอร์ต
  • เพิ่มเป็น 12-15% ในช่วงความเสี่ยงสูง เช่น วิกฤติหรือถดถอย
  • ปรับสมดุลเมื่อตลาดคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ
แนวโน้มทองคำไตรมาส 4/2025
  • ราคายังคงผันผวนตามสถานการณ์ Government Shutdown สหรัฐฯ
  • นักลงทุนจับตามองนโยบาย Fed และข้อมูลเศรษฐกิจ
  • ความกังวลด้านการคลังสหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรหลักกำหนดทิศทางทองคำ

อ้างอิงจาก F1 Money Ep.235

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Community สังคมแห่งการลงทุน” เพื่อ เชื่อมต่อ พูดคุย แลกเปลี่ยน ไอเดียการลงทุน มาร่วมสร้างเครือข่ายนักลงทุนให้เติบโตไปด้วยกัน เข้าร่วมกับเรา: efinancethaiconnect

แท็กที่เกี่ยวข้อง

FedGovernment Shutdownค่าเงินบาททองคำทองคำ60000บาททองรูปพรรณราคาทองลงทุนทองคำวิเคราะห์ราคาทองแนวรับแนวต้าน

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้