Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
02 มิ.ย. 2025 เวลา 16:31

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง

Share

twitter icon
line icon

 

โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันชูเป็นนโยบายเรือธงและความหวังครั้งสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังเผชิญสถานการณ์สั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อต้องหยุดชะงักลงท่ามกลางความสับสนและคำถามจากสังคม การสะดุดของโครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความผิดหวังและบั่นทอนศรัทธาของประชาชนผู้รอคอยอย่างรุนแรง แต่ยังจุดชนวนให้เกิดการวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่กว้างไกล ทั้งต่อความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของรัฐบาล ไปจนถึงทิศทางอนาคตของเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญมรสุมรอบด้าน บทความนี้ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จะประมวลภาพเหตุการณ์ เสียงสะท้อนจากผู้เกี่ยวข้อง พร้อมบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ และแนวโน้มความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยต้องเผชิญจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง 

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง 

จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า : แม้นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร จะชี้แจงว่า ความล่าช้าของโครงการเงินดิจิทัลนี้มีสาเหตุหลักมาจากอุปสรรคด้านมาตรการภาษีที่สูงชันซึ่งเสนอโดยสหรัฐอเมริกา ทว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กลับมองว่า การชะงักงันของโครงการเรือธงของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วเป็นจำนวนมากถึง 174,000 ล้านบาท (หรือประมาณ 5,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) กำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการเมืองที่มิอาจมองข้ามได้ต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเอง และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

"นับจากนี้ไป คงเป็นการยากที่ประชาชนจะให้ความเชื่อถือในคำพูดใดๆ ของพวกเขาอีก" นายธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ได้ให้ทรรศนะเชิงวิพากษ์ "ภาระหน้าที่ของรัฐบาลคือ การปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชนในช่วงการรณรงค์หาเสียง หากไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ ย่อมหมายถึงการสูญสิ้นความไว้วางใจจากสาธารณชน"

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันว่า โครงการเงินดิจิทัลดังกล่าวเป็นเพียงการเลื่อนกำหนดการออกไปเท่านั้น มิได้ถูกยกเลิกแต่อย่างใด โดยระบุว่า รัฐบาลยังคงมีระยะเวลาในการบริหารประเทศเหลืออยู่ และการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า 

"เมื่อถึงเวลานั้น หากภาวะเศรษฐกิจของประเทศปรับตัวดีขึ้น ก็อาจมีมาตรการหรือโครงการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่านี้ก็เป็นได้" นายจิรายุกล่าวกับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์

 

ผิดหวังมาก-จะไม่เลือกอีก เปิดใจคนรอเงินดิจิทัล

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง 

เป็นที่น่าสังเกตว่า โครงการเงินดิจิทัลนี้ยังคงได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนส่วนใหญ่ จากผลการสำรวจความคิดเห็น ล่าสุด สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,310 คน ราว 60% ยังคงสนับสนุนให้มีการดำเนินโครงการนี้ต่อไป ขณะที่ประมาณ 46% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ระบุว่า พวกเขาจะรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก หากโครงการนี้ถูกยกเลิกในที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของประชาชนต่อโครงการนี้

"ดิฉันรู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างมาก" คุณสาธนี ศิริพรชัยกุล วัย 52 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความรู้สึกของเธอ หลังจากที่วางแผนจะนำเงินจากโครงการเงินดิจิทัลไปจัดซื้อเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่ "ดิฉันไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถผลักดันโครงการนี้ได้สำเร็จอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังคงย่ำแย่"

นอกจากนี้ บทสัมภาษณ์ คุณรุ้งทิวา พิมพ์พานิช หนึ่งในประชาชนผู้เฝ้ารอคอยเงินช่วยเหลือจาก โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท (เทียบเท่าประมาณ 307 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่พรรครัฐบาลปัจจุบันเคยให้คำมั่นสัญญาไว้เป็นเวลาหลายเดือน หลังจากที่เธอได้ตัดสินใจลงคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคดังกล่าวในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ทว่าบัดนี้ โครงการสำคัญที่ถูกคาดหวังว่าจะช่วยเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังอยู่ในภาวะซบเซา กลับต้องถูกระงับการดำเนินการออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลกระทบต่อความหวังของประชาชนจำนวนมาก

"ดิฉันรู้สึกผิดหวังและไม่พอใจอย่างยิ่งยวด" พนักงานรัฐวัย 34 ปี จากจังหวัดหนองบัวลำภู สะท้อนความรู้สึก พร้อมกล่าวถึงความตั้งใจเดิมที่จะนำเงินจากโครงการเงินดิจิทัลนี้ไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นให้แก่บุตรชายของเธอ

"คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้วที่ดิฉันจะตัดสินใจลงคะแนนเสียงให้พวกเขาอีก" เธอเสริมด้วยน้ำเสียงแสดงความผิดหวังต่อคำมั่นสัญญาของรัฐบาล

ความหวังของคุณรุ้งทิวา พิมพ์พานิช ต้องดับสลายลงเมื่อเดือนที่ผ่านมา ภายหลังการประกาศข่าวการตัดสินใจเลื่อนระยะเวลาดำเนินโครงการเงินดิจิทัลออกไป ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นนโยบายเรือธงที่พรรคเพื่อไทยใช้ในการรณรงค์หาเสียงและเป็นที่คาดหวังของประชาชน การเลื่อนโครงการดังกล่าวยิ่งเป็นการโหมกระพือความเคลือบแคลงสงสัยต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากต้องเผชิญกับสภาวะการเติบโตที่ชะลอตัวต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี

 

นักวิเคราะห์ชี้ "เงินดิจิทัลเพื่อไทย" ทำลายความน่าเชื่อถือ 

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง 

นายสุขุม นวลสกุล นักวิเคราะห์การเมืองผู้คร่ำหวอด ได้ให้ทรรศนะเพิ่มเติมว่า ความล้มเหลวของพรรคเพื่อไทยในการขับเคลื่อนโครงการเงินดิจิทัลให้บรรลุผลตามเป้าหมาย ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของพรรคในสายตาประชาชน "โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่รัฐบาลพยายามผลักดัน ยังไม่สามารถแสดงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ ประชาชนจำนวนมากต่างเฝ้ารอคอยด้วยความหวัง แต่สุดท้ายกลับต้องพบกับความผิดหวังเมื่อโครงการไม่เกิดขึ้นจริง

ขณะที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจและเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อประชาชนอีก 16 ล้านคนที่ได้ลงทะเบียนเพื่อรอรับสิทธิ์จากโครงการเงินดิจิทัลนี้ "รัฐบาลควรสื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับประชาชนกลุ่มนี้ว่า แท้จริงแล้ว โครงการดังกล่าวไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก อันเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและอุปสรรคเชิงเทคนิคต่างๆ ที่รัฐบาลกำลังเผชิญ ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามที่ตั้งเป้าไว้

 

เงินดิจิทัลไม่กระตุ้น หนี้ท่วม-ศึกภาษีสหรัฐฯ ซ้ำเติมอนาคต

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง 

3 เดือนหลังจากการเปิดตัวโครงการ ดูเหมือนว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านเงินดิจิทัลยังคงไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศได้อย่างที่คาดหวัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ในปีนี้ว่า สาเหตุหลักประการหนึ่ง คือ เงินช่วยเหลือที่แจกจ่ายไปนั้น บางครั้งถูกประชาชนนำไปใช้เพื่อการชำระหนี้สินเดิมที่มีอยู่ มากกว่าจะนำไปใช้จ่ายเพื่อหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศไทย นับว่า อยู่ในระดับสูงเป็นอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชีย โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 88.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของภาคประชาชน

ย้อนกลับไปในช่วงการรณรงค์หาเสียง พรรคแกนนำรัฐบาลได้นำเสนอโครงการเงินดิจิทัลนี้ในฐานะมาตรการริเริ่มสำคัญมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อจุดประกายเศรษฐกิจไทยที่บอบช้ำจากผลกระทบของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และมุ่งหวังจะผลักดันให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวต่อปีได้ถึงราว 5%

ทว่าในความเป็นจริง เศรษฐกิจไทยซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลับขยายตัวได้เพียง 2.5% ในปี 2567 ถือว่าตามหลังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และแนวโน้มสำหรับปีนี้ ดูจะมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

 

แพทองธารแจง "เงินดิจิทัล" ถูกพัก เพราะเรื่อง "เร่งด่วนและจำเป็นกว่า"

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง 

นับตั้งแต่การเปิดตัวโครงการเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว (พ.ศ. 2567) หลังจากที่ต้องผ่านการปรับปรุงรายละเอียดและเผชิญกับความล่าช้ามาหลายครั้ง รัฐบาลได้ดำเนินการแจกจ่ายเงินไปแล้วเพียงกว่าหนึ่งในสามของงบประมาณที่ตั้งกรอบไว้ทั้งหมด 450,000 ล้านบาท (หรือประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

การเบิกจ่ายเงินงวดแรกจำนวน 14,450 ล้านบาทในเดือนกันยายน ได้ถูกจัดสรรให้แก่กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มผู้พิการ ตามมาด้วยระยะที่สองอีกจำนวน 29,900 ล้านบาท ซึ่งส่งมอบให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สำหรับงบประมาณส่วนที่เหลืออีก 157,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมทีเตรียมไว้สำหรับโครงการในระยะต่อไปนั้น บัดนี้จะถูกปรับเปลี่ยนไปใช้ในโครงการอื่นๆ เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจสามารถรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อเสนอมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เป็นไปตามคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานวางแผนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

"ทั้งสองหน่วยงานได้ขอให้ทางรัฐบาลทบทวน เพื่อพิจารณาว่าเงินจำนวนนี้สามารถนำไปใช้ในภารกิจอื่นที่มีความเร่งด่วนและจำเป็นมากกว่าการแจกเงินดิจิทัลได้หรือไม่" นางสาวแพทองธาร ชินวัตร กล่าวในระหว่างการประกาศถึงความล่าช้าของโครงการ

 

วิกฤตซ้อน! เศรษฐกิจไทยเผชิญภาษีโหดสหรัฐฯ 36% - สภาพัฒน์หั่นเป้า GDP ซ้ำสองปี

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง 

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความเป็นไปได้ที่จะถูกเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐฯ ในอัตราสูงถึง 36% หากไม่สามารถดำเนินการเจรจาเพื่อลดหย่อนอัตราภาษีลงได้สำเร็จก่อนถึงกำหนดเส้นตายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งจนถึงขณะนี้ อัตราภาษี 10% ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่

เมื่อเดือนที่ผ่านมา หน่วยงานวางแผนของรัฐได้ทำการปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศสำหรับปีนี้ลงอีกหนึ่งจุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่กรอบระหว่าง 1.3 - 2.3% พร้อมทั้งได้ออกมาเตือนว่าผลกระทบจากมาตรการภาษีดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบยาวนานถึงสองปี

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ส แสดงทรรศนะว่า นโยบายที่บริหารจัดการได้ไม่ดีพอของรัฐบาลได้สะท้อนออกมาผ่านตัวเลขการเติบโตของ GDP ที่ขยายตัวเพียง 2% ในปี 2566 และ 2.5% ในปี 2567

"ข้อเสียที่เห็นได้ชัดของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต คือ มันไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่พวกเขาคาดหวังไว้" เขากล่าว "มันกลายเป็นการแจกเงินที่สิ้นเปลืองอย่างยิ่งยวด"

 

อนาคตบนเส้นด้ายของรัฐบาลและเศรษฐกิจไทย หลังโครงการเงินดิจิทัลสะดุด

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สะดุด ความหวังประชาชนที่เลือนลาง 

จากภาพรวมสถานการณ์โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทที่หยุดชะงัก และเผชิญกับการปรับเปลี่ยนเป้าหมายงบประมาณ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความผิดหวังของประชาชน รวมถึง สภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและความท้าทายจากปัจจัยภายนอก สามารถวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ดังนี้

วิกฤตศรัทธาและเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล

       -  ความเชื่อมั่นที่ยากจะฟื้นคืน : การไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาครั้งสำคัญในนโยบายเรือธง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและพรรคแกนนำในสายตาประชาชน คำกล่าวของนักวิเคราะห์ที่ว่า "คงเป็นการยากที่ประชาชนจะให้ความเชื่อถือในคำพูดใดๆ ของพวกเขาอีก" สะท้อนสภาวะนี้ได้เป็นอย่างดี แม้โฆษกรัฐบาลจะพยายามยืนยันว่า เป็นเพียงการเลื่อนโครงการ แต่ความเสียหายต่อความรู้สึกและความไว้วางใจได้เกิดขึ้นแล้ว การฟื้นฟูศรัทธาจำเป็นต้องใช้เวลาและการกระทำที่พิสูจน์ได้จริง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง

       -  คะแนนนิยมที่สั่นคลอน : เสียงสะท้อนจากประชาชนเช่น "จะไม่เลือกอีก" เป็นสัญญาณอันตรายต่อฐานเสียงของพรรคในอนาคต แม้ผลสำรวจนิด้าจะชี้ว่าโครงการยังเป็นที่นิยม แต่ความผิดหวังจากการรอคอยและการเลื่อนออกไป ย่อมบั่นทอนคะแนนนิยม โดยเฉพาะเมื่อถูกเชื่อมโยงกับสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การเลือกตั้งในอีกสองปีข้างหน้า (ตามที่โฆษกรัฐบาลอ้างถึง) อาจเป็นเวทีที่ประชาชนใช้เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจนี้

       -  ความเสี่ยงทางการเมือง : การใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก (174,000 ล้านบาทที่เบิกจ่ายไปแล้ว) โดยที่โครงการยังไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย ย่อมเปิดช่องให้ฝ่ายค้านและภาคประชาสังคมตรวจสอบและโจมตี ซึ่งอาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองได้ หากรัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์และชี้แจงได้อย่างโปร่งใส

ผลกระทบและความท้าทายทางเศรษฐกิจ

       -  การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่สัมฤทธิ์ผล : ดังที่ ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ เงินที่แจกไปบางส่วนอาจถูกนำไปชำระหนี้ มากกว่ากระตุ้นการบริโภคจริงจัง ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 88.4% ของ GDP ทำให้ประสิทธิภาพของนโยบายในการ "คิกสตาร์ท" เศรษฐกิจลดลงอย่างมาก การเติบโตของ GDP ที่ 2% ในปี 2566 และ 2.5% ในปี 2567 ต่ำกว่าเป้า 5% ที่เคยให้คำมั่นไว้มาก

       -  แรงกดดันจากปัจจัยภายนอก (ภาษีสหรัฐฯ) : การปรับงบประมาณ 157,000 ล้านบาทไปรับมือผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อปัจจัยภายนอก หากการเจรจาลดหย่อนภาษีไม่สำเร็จ และไทยต้องเผชิญอัตราภาษี 36% จริง ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างรุนแรง การปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้ (2568) ลงเหลือ 1.3%-2.3% พร้อมคำเตือนว่าผลกระทบจะยาวนานถึงสองปี เป็นเครื่องยืนยันถึงความรุนแรงของสถานการณ์

       -  ข้อจำกัดด้านงบประมาณและนโยบายในอนาคต : การที่โครงการเงินดิจิทัลถูกมองว่า "สิ้นเปลืองอย่างยิ่งยวด" และงบประมาณส่วนหนึ่งต้องถูกโยกย้าย ย่อมทำให้รัฐบาลมีข้อจำกัดมากขึ้นในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ หรือดำเนินนโยบายอื่นๆ ที่ต้องใช้งบประมาณสูง การหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ อาจหมายถึงการก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งจะซ้ำเติมปัญหาหนี้สาธารณะ

ทางออกและสิ่งที่รัฐบาลต้องเผชิญ

       -  การสื่อสารความจริงและความโปร่งใส : สิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาล "สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา" กับประชาชน 16 ล้านคนที่ลงทะเบียน คือ กุญแจสำคัญในการเริ่มฟื้นฟูความเชื่อมั่น การยอมรับปัญหาและชี้แจงอย่างมีเหตุผลถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณหรือเทคนิค (หากมีจริง) ย่อมดีกว่าการปล่อยให้ความคลุมเครือดำเนินต่อไป

       -  การทบทวนนโยบายและการบริหารจัดการ : รัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการดำเนินนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ควรมีการประเมินผลกระทบและความคุ้มค่าอย่างรอบด้าน รวมถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย

       -  การรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน : นอกจากการแก้ปัญหาระยะสั้นเรื่องภาษีสหรัฐฯ รัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนระยะยาวในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

       -  การบริหารความคาดหวังของประชาชน : การให้คำมั่นสัญญาที่เกินจริง หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ ย่อมนำมาซึ่งความผิดหวังและบั่นทอนศรัทธา รัฐบาลควรสื่อสารบนพื้นฐานความเป็นจริงและสร้างความเข้าใจร่วมกับประชาชนถึงข้อจำกัดและความท้าทายต่างๆ

สรุป โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทที่สะดุดลงนี้ ไม่เพียงแต่เป็นบททดสอบครั้งสำคัญต่อความสามารถและสัจจะของรัฐบาลปัจจุบัน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความท้าทายเชิงโครงสร้างที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ อนาคตข้างหน้าขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะสามารถเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชน บริหารจัดการวิกฤตเศรษฐกิจที่ซับซ้อนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำพาประเทศก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ไปได้ด้วยความโปร่งใสและจริงใจเพียงใด หากไม่สามารถทำได้ การเดินทางที่เหลืออยู่ในวาระการบริหารประเทศอีกสองปีข้างหน้า ย่อมเต็มไปด้วยขวากหนามและความไม่แน่นอนทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ

สรุปประเด็นสำคัญ

       -  นายกรัฐมนตรีอ้างถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โครงการเงินดิจิทัลต้องเผชิญกับความล่าช้า

       -  กลุ่มนักวิเคราะห์แสดงทรรศนะว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลบั่นทอนความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจต่อพรรครัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ

       -  รัฐบาลได้ดำเนินการแจกจ่ายเม็ดเงินภายใต้โครงการนี้ไปแล้วประมาณหนึ่งในสามของวงเงินรวม 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

       -  นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งประเมินว่า โครงการเงินสดดิจิทัลที่ดำเนินการไปบางส่วน ยังไม่สามารถกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างที่คาดการณ์ไว้

หากท่านไหนยังอึดอัด คาใจเรื่องเงินดิจิทัล? มาเคลียร์ทุกคำถาม หาคำตอบที่ใช่คุณ ที่ efinancethaiconnect สิ!

อ้างอิงข้อมูลจาก reuters

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แจกเงินแจกเงินดิจิทัลแจกเงินดิจิทัล10000บาทเงินดิจิทัล 10000 บาทโครงการเงินดิจิทัลเศรษฐกิจไทยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

คุณสุภารัตน์ งามศรี (หนึ่ง)

โทร : 099-446-4366

Email : suparat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "หาดใหญ่" 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที