ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย หุ้นกลุ่มการแพทย์ชั้นนำอย่าง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) กลับมาฉายแววโดดเด่นอีกครั้ง ด้วยสัญญาณการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานที่ชัดเจนและการบริหารจัดการภายในที่แข็งแกร่ง บทวิเคราะห์ฉบับนี้จะเจาะในทุกมิติสำคัญ ตั้งแต่ผลประกอบการล่าสุดในไตรมาส 2/68 ที่แสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมการฟื้นตัว, แนวโน้มรายได้ในไตรมาส 3/68 ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตจากกำลังซื้อของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ไปจนถึงกลยุทธ์การบริหารต้นทุนอันชาญฉลาดที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
วิเคราะห์หุ้น BH กำไรฟื้นตัวแรง เปิดราคาเป้าหมายใหม่ รับอานิสงส์ผู้ป่วยต่างชาติ

หุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลังแสดงสัญญาณการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายใหม่ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตในอนาคต
ทบทวนผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568
| รายการ | ข้อมูล |
| กำไรปกติ | 1,850 ล้านบาท |
| การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปีก่อน (YoY) | ลดลง 4.2% |
| การเปลี่ยนแปลงเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) | เพิ่มขึ้น 6.9% |
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ได้รายงานผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยมีกำไรปกติ (Normalized Profit) อยู่ที่ 1,850 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้ให้มุมมองการวิเคราะห์ที่น่าสนใจถึงภาพรวมการดำเนินงานของบริษัท ทั้งในมิติของการเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า และการเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา
ภาพรวมเมื่อเทียบกับปีก่อน (Year-on-Year)
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) กำไรปกติในไตรมาสนี้มีการปรับตัวลดลง 4.2% การหดตัวดังกล่าวอาจสะท้อนถึงผลกระทบจากฐานที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 ซึ่งอาจเป็นช่วงที่มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างมาก ทำให้การเปรียบเทียบในปีนี้แสดงภาพการชะลอตัวลงเล็กน้อย
สัญญาณบวกและการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (Quarter-on-Quarter)
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมิติที่สะท้อนถึงโมเมนตัมการดำเนินงานในระยะสั้น จะพบสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจน โดยกำไรปกติของไตรมาส 2 ปี 2568 มีการเติบโตขึ้นถึง 6.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) หรือไตรมาส 1 ปี 2568 การเติบโตนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางการฟื้นตัวของผลประกอบการและประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในปีปัจจุบัน
แม้ภาพรวมกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อนจะแสดงการปรับตัวลดลง แต่การเติบโตที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ถึงโมเมนตัมการฟื้นตัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สนับสนุนแนวโน้มผลประกอบการเชิงบวกในช่วงครึ่งหลังของปีต่อไป
ทิศทางรายได้ไตรมาส 3/68 สดใส เติบโตจากฐานลูกค้าหลัก

จากการเปิดเผยวิสัยทัศน์โดยคณะผู้บริหารของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ได้มีการประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ในเชิงบวกอย่างยิ่ง โดยคาดการณ์ว่ารายได้ของ BH จะกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตอีกครั้งในกรอบประมาณ 3-5% ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีเดียวกัน ซึ่งรายได้มีการปรับตัวลดลง 4% การคาดการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงการกลับมาของเสถียรภาพทางรายได้
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ BH ในครั้งนี้ มาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มผู้ป่วยชาวตะวันออกกลาง ซึ่งนับเป็นกลุ่มลูกค้าเชิงยุทธศาสตร์และเป็นฐานรายได้ที่สำคัญของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาอย่างยาวนาน การกลับมาอย่างมีนัยสำคัญของกำลังซื้อจากตลาดนี้ ถูกมองว่ามีศักยภาพสูงพอที่จะสร้างการเติบโตและสามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ในตลาดอื่นที่ยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัว เช่น ตลาดกัมพูชาและจีนได้เป็นอย่างดี
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ตผู้ป่วยนานาชาติที่หลากหลายของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งโดยเฉพาะ และสร้างความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ดังนั้น การฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาส 3/68 ที่คาดการณ์ไว้นี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งของ BH ในฐานะผู้นำด้านการบริการสุขภาพระดับนานาชาติ
กลยุทธ์การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อหนุนกำไรสูงสุด

นอกเหนือจากการมุ่งสร้างการเติบโตทางรายได้แล้ว หนึ่งในเสาหลักที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับผลประกอบการของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) คือ วินัยทางการเงินและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยมีแนวทางการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพใน 2 ส่วนหลัก ดังนี้
การลงทุนด้านการตลาดอย่างมีเป้าหมาย
BH ได้กำหนดกรอบงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการตลาดไว้อย่างรัดกุมและสมเหตุสมผลที่ระดับ 2.5%–3.0% ของรายได้รวม การกำหนดสัดส่วนดังกล่าวสะท้อนถึงแนวทางการลงทุนที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ โดยงบประมาณระดับนี้ถูกพิจารณาว่าเพียงพอต่อการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายและการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาวโดยไม่สร้างภาระต้นทุนที่สูงเกินความจำเป็น
โครงสร้างค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) ที่ยืดหยุ่นตามรายได้
จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดในกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของ BH คือ การวางโครงสร้างค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ให้มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระดับของรายได้ในแต่ละไตรมาส ถือเป็นแนวทางที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีกรอบการควบคุมดังนี้
- ช่วงรายได้ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทต่อไตรมาส : ค่าใช้จ่ายในการบริหารจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดให้อยู่ภายในกรอบ 700–800 ล้านบาท เพื่อให้มั่นใจว่าต้นทุนคงที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรในช่วงที่รายได้ชะลอตัว
- ช่วงรายได้ระหว่าง 5–7 พันล้านบาทต่อไตรมาส: เมื่อรายได้เติบโตขึ้น บริษัทจะปรับเพิ่มกรอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 800–900 ล้านบาท เพื่อรองรับขนาดของธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น
- ช่วงรายได้สูงกว่า 6 พันล้านบาทต่อไตรมาส : หากรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ค่าใช้จ่ายบริหารจะถูกปรับให้สูงกว่า 800 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่ขยายตัว
โครงสร้างการบริหารจัดการต้นทุนในลักษณะนี้ แสดงให้เห็นถึงการวางแผนทางการเงินที่รอบคอบและมองการณ์ไกลของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งทำให้บริษัทมีความพร้อมในการรับมือกับทุกสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ และสามารถปกป้องความสามารถในการสร้างกำไรได้อย่างมีเสถียรภาพ
ส่องประมาณการกำไรสุทธิและนโยบายปันผล BH สะท้อนเสถียรภาพและการเติบโตที่ยั่งยืน
| ปี | กำไรสุทธิ (ล้านบาท) | อัตราเงินปันผลตอบแทน (%) |
| 2566 | 7,006.00 | 2.02 |
| 2567 | 7,775.00 | 2.51 |
| 2568 (ประมาณการ) | 7,258.00 | 2.8 |
| 2569 (ประมาณการ) | 7,363.00 | 2.8 |
ภาพรวมประมาณการผลการดำเนินงานและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นของ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินและทิศทางการเติบโตในอนาคต ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขกำไรสุทธิ (Net Profit) และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield %) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงประมาณการในปี 2569
แนวโน้มกำไรสุทธิ : การเติบโตสู่ระดับฐานใหม่ที่แข็งแกร่ง
เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรของ BH จะเห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทสร้างผลกำไรสุทธิได้ถึง 7,006 ล้านบาท ในปี 2566 และเติบโตอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 7,775 ล้านบาท ในปี 2567 ซึ่งแสดงถึงศักยภาพการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม
สำหรับภาพในอนาคต คาดการณ์ว่า กำไรสุทธิจะมีการปรับฐานเล็กน้อยในปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 7,258 ล้านบาท ก่อนจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2569 ที่ตัวเลข 7,363 ล้านบาท การปรับตัวของกำไรในปี 2568 นี้ สามารถมองได้ว่าเป็นการเข้าสู่ช่วงของการรักษาเสถียรภาพหลังจากเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นการสร้างฐานกำไรใหม่ที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก ซึ่งจะเป็นรากฐานที่แข็งแรงสำหรับการเติบโตในระยะต่อไป
อัตราผลตอบแทนเงินปันผล : สะท้อนความมุ่งมั่นสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น
ในมิติของการสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุน BH แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ผ่านอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่มีทิศทางเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน
- ปี 2566 มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.02%
- ปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 2.51%
- ประมาณการสำหรับปี 2568 และ 2569 คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นและทรงตัวอยู่ที่ระดับ 2.80%
แนวโน้มดังกล่าวเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารต่อกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของบริษัท และที่สำคัญ คือ ความมุ่งมั่นในการแบ่งปันผลกำไรและสร้างผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในปีที่คาดการณ์ว่า กำไรจะมีการปรับฐาน แต่บริษัทก็ยังคงมีแนวโน้มที่จะจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งตอกย้ำถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงของ BH ได้เป็นอย่างดี
มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมายใหม่ที่น่าจับตา
ภายหลังจากแนวโน้มผลการดำเนินงานของ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) แสดงสัญญาณบวกที่ชัดเจน ทั้งจากการฟื้นตัวของรายได้และวินัยในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ปัจจัยเหล่านี้ได้นำไปสู่การทบทวนและปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิโดยฝ่ายนักวิเคราะห์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของบริษัทในอนาคต
- การปรับราคาเป้าหมายสู่ 186 บาท สะท้อนพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น : บทวิเคราะห์ได้ทำการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับหุ้น BH สำหรับช่วงกลางปี 2569 ขึ้นเป็น 186 บาท จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 152 บาท การปรับมูลค่าเป้าหมายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ เป็นผลโดยตรงจากการคาดการณ์แนวโน้มกำไรของ BH ที่ดีขึ้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์ต่อศักยภาพการเติบโตและเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทในระยะกลางถึงระยะยาว
- เหตุผลในการคงคำแนะนำ “ถือ” (Hold) : อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับราคาเป้าหมายขึ้น แต่ยังคงคำแนะนำการลงทุนไว้ที่ “ถือ” เหตุผลสำคัญเบื้องหลังมุมมองดังกล่าว มาจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น BH ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 23% ในช่วงระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
การปรับขึ้นของราคาหุ้นในระดับนี้ มองว่า ตลาดได้รับรู้และตอบสนองต่อปัจจัยบวกต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้วในระดับที่สูงมากแล้ว ส่งผลให้ราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนมูลค่าพื้นฐานตามปัจจัยบวกดังกล่าวไปค่อนข้างมาก ทำให้ช่องว่างระหว่างราคาปัจจุบันและราคาเป้าหมายใหม่ (Upside) มีจำกัดในระยะสั้น ดังนั้น คำแนะนำ “ถือ” จึงเหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่ถือครองหุ้นอยู่แล้วให้ลงทุนต่อเนื่องเพื่อรับผลประโยชน์ในระยะยาว ในขณะที่นักลงทุนใหม่อาจพิจารณารอจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมต่อไป
บทสรุปและข้อคิดสำหรับนักลงทุน

โดยสรุป โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ยังคงยืนหยัดในฐานะหุ้นกลุ่มการแพทย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพการเติบโตที่น่าสนใจในระยะยาว การฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ประกอบกับวินัยทางการเงินและการบริหารต้นทุนที่ยอดเยี่ยม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนแนวโน้มผลประกอบการเชิงบวกและเป็นเหตุผลเบื้องหลังการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสู่ 186 บาท
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนไทยการตัดสินใจลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ประกอบด้วย แม้พื้นฐานของ หุ้น BH จะแข็งแกร่ง แต่คำแนะนำ “ถือ” (Hold) จากนักวิเคราะห์นั้นสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าหุ้นในปัจจุบันที่ได้ตอบรับข่าวดีไปมากแล้วในระยะสั้น ทำให้นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้ออาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านราคาหากตลาดมีการปรับฐาน หรือมีปัจจัยลบที่ไม่คาดคิดเข้ามากระทบ
ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ และการแข่งขันในอุตสาหกรรมการแพทย์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของ BH การลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีเช่นนี้อาจต้องอาศัยความอดทนและมองการณ์ไกล เพื่อรอจังหวะเข้าลงทุนที่เหมาะสม หรือสำหรับผู้ที่ถือครองอยู่แล้ว ก็อาจพิจารณาลงทุนต่อเนื่องเพื่อรับผลประโยชน์จากการเติบโตและเงินปันผลที่สม่ำเสมอในระยะยาว
ตารางสรุปข้อมูลหุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH)
| รายการ | ข้อมูล |
| กำไรปกติไตรมาส 2/68 | 1,850 ล้านบาท |
| การเปลี่ยนแปลง YoY (เทียบปีก่อน) | -4.20% |
| การเปลี่ยนแปลง QoQ (เทียบไตรมาสก่อน) | 0 |
| ปัจจัยบวกหลัก | ผู้ป่วยตะวันออกกลางฟื้น |
| กลุ่มที่ยังมีแนวโน้มอ่อนตัว | กัมพูชา, จีน |
| กลยุทธ์สำคัญ | บริหารต้นทุน, การตลาด |
| ราคา BH 2 สัปดาห์ (เปลี่ยนแปลงเร็ว) | 0.23 |
| คำแนะนำ | “ถือ” (Hold) |
อ้างอิงจาก innovestx และ KSecurities