ส่องค่าธรรมเนียมธนาคาร 2569 หลังแบงก์ชาติ รื้อโครงสร้างครั้งใหญ่ ครอบคลุม 4 ประเภท รวม 19 รายการ “ฟรี” ถึง 10 รายการ มีอะไรบ้าง? ได้รับสิทธิ์ “อัตโนมัติทันที ไม่ต้องลงทะเบียน” ใครได้ประโยชน์?
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใต้การนำของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ได้ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ว่าด้วย “การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ” สั่งรื้อโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ครอบคลุม 4 ประเภท รวมทั้งสิ้น 19 รายการ โดยปรับเปลี่ยนเป็น “ฟรี!” ถึง 10 รายการ และกำหนดเพดานขั้นสูงในรายการอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับต้นทุนทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่แท้จริง
รายละเอียดมาตรฐานค่าธรรมเนียมอัตราใหม่ แยกตาม 4 ประเภท 19 รายการ
ประชาชนและภาคธุรกิจจะได้รับสิทธิ์เหล่านี้โดย “อัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนหรือยื่นเรื่องใดๆ” ซึ่งจะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ กรกฎาคม – ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยแบ่งแยกแต่ละประเภทได้ชัดเจน ดังนี้
ประเภทที่ 1: ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (เริ่มบังคับใช้ 1 ก.ค. 69 | กลุ่มลูกค้า: บุคคลธรรมดา และ SMEs)
1.ค่าขอ Statement (ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน): แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Statement) ฟรี! และ แบบกระดาษ ไม่เกิน 100 บาท / บัญชี / ครั้ง (เก็บค่าจัดส่งเอกสารได้ตามจริง)
2.ค่ารับรองฐานะทางการเงิน: ไม่เกิน 100 บาท / ชุด / ครั้ง (เก็บค่าจัดส่งเอกสารได้ตามจริง)
3.ค่ารักษาบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว: ฟรี! ยกเว้นบัญชีเงินฝากที่มีมียอดคงเหลือไม่เกิน 2,000 บาท และไม่เคลื่อนไหวติดต่อกันเกินกว่า 1 ปี ธนาคารสามารถคิดค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 20 บาท / เดือน
ประเภทที่ 2: ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (กลุ่มลูกค้า: บุคคลธรรมดา, SMEs และ Corporate)
4.ค่าแรกเข้าและรายปี บัตร ATM พื้นฐาน: รวมกันไม่เกิน 150 บาท / ปี (เริ่ม 1 ก.ย. 69)
5.ค่าแรกเข้าและรายปี บัตร Debit พื้นฐาน: รวมกันไม่เกิน 200 บาท / ปี (เริ่ม 1 ก.ย. 69)
6.ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต: ไม่เกิน 2.5% ของยอดเบิกถอน (เริ่ม 1 ก.ค. 69)
ประเภทที่ 3: ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (ค่าข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เริ่ม 1 ก.ค. 69 และ 1 ก.ย. 69)
7.การฝาก / ถอน / โอน ที่ตู้ ATM, CDM, CRM (ข้ามเขต/คู่สาย): ฟรี! (เริ่ม 1 ก.ย. 69)
8.การฝาก / ถอน / โอน ที่สาขา (ข้ามเขต/คู่สาย): ฟรี! (เริ่ม 1 ก.ค. 69) ยกเว้นการฝาก/ถอนเงินสดข้ามเขตที่หน้าเคาน์เตอร์สาขา ให้เก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 0.05% ของมูลค่าธุรกรรม
9.การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (ข้ามเขต/คู่สาย): ฟรี! (เริ่ม 1 ก.ค. 69)
10.การฝากเช็ค (ข้ามเขต/คู่สาย): ฟรี! (เริ่ม 1 ก.ค. 69)
11.การรับชำระค่าสินค้าและบริการ (ข้ามเขต/คู่สาย): ฟรี! (เริ่ม 1 ก.ย. 69)
12.ค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน (Same day): ไม่เกิน 20 บาท / รายการ (เริ่ม 1 ก.ย. 69)
13.ค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์: ไม่เกิน 100 บาท / รายการ (เริ่ม 1 ต.ค. 69)
14.ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน: คิดไม่เกิน 0.125% ของจำนวนเงินสำหรับเงินทุกสกุล (เริ่ม 1 ก.ค. 69) ส่วนบุคคลธรรมดาและ SMEs เรียกเก็บขั้นต่ำไม่เกิน 300 บาท และสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (เริ่ม 1 ต.ค. 69) ขณะที่ห้ามเรียกเก็บ กรณีโอนเงินระหว่างบัญชีภายในธนาคารเดียวกัน (เริ่ม 1 ก.ค. 69)
ประเภทที่ 4: ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ SMEs (เริ่มบังคับใช้ 1 ก.ย. 69 | กลุ่มลูกค้า: ผู้ประกอบการ SMEs)
15.ค่าธรรมเนียมการใช้สินเชื่อ (Front-end fee): ไม่เกิน 2.5% ของวงเงิน (กรณีวงเงินน้อยกว่า 150 ล้านบาท ห้ามเรียกเก็บเกิน 250,000 บาท)
16.ค่าธรรมเนียมขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา (Term loan): ฟรี!
17.ค่าธรรมเนียมต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน (Revolving loan): ฟรี! ยกเว้นลูกค้าได้รับวงเงินเพิ่ม ให้เก็บได้ตามข้อ 15 เฉพาะส่วนวงเงินที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
18.ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (Prepayment fee) กรณีสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา (Term loan): ไม่เกิน 3% ของยอดเงินต้นคงค้าง โดยฟรีค่าธรรมเนียม กรณีชำระเงินต้นแล้วเกินครึ่งหนึ่งของยอดเงินที่เบิกใช้จริง และชำระหนี้มาแล้วเกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาการชำระหนี้ (นับจากวันที่เบิกใช้เงิน)
19.ค่าธรรมเนียมกรณียกเลิกวงเงิน (Cancellation fee): ฟรี! ในกรณีที่เรียกเก็บค่าบริการเพื่อชดเชยต้นทุนการสำรองวงเงิน หรือค่าบริการผูกพันวงเงินสินเชื่อ (Commitment fee) ไปแล้ว หรือลูกหนี้ได้เบิกใช้วงเงินแล้วไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งจำนวน

จากการสำรวจข้อมูลเดิมที่ธนาคารพาณิชย์เคยเรียกเก็บ เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานใหม่ของ ธปท. พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้ยกตัวอย่างอัตราค่าธรรมเนียม “อัตราเดิม” โดยประมาณ กับ “อัตราใหม่” ที่จะเริ่มใช้ในปี 2569
เปรียบเทียบ อัตราเดิม VS อัตราใหม่ ค่าธรรมเนียมแบงก์ แตกต่างกันอย่างไร?
ขอ e-Statement ผ่านแอป
- อัตราเดิม: บางธนาคารคิด 10 – 200 บาท ขึ้นอยู่กับข้อมูลย้อนหลัง
- อัตราใหม่: ฟรี ย้อนหลัง 12 เดือน
ขอ Statement กระดาษ
- อัตราเดิม: คิดเป็นขั้นบันไดหรือหน้าละ 5-10 บาท รวมสูงสุด 200-500 บาท
- อัตราใหม่: ไม่เกิน 100 บาท / ครั้ง
ค่าธรรมเนียมกดเงินสด บัตรเครดิต
- อัตราเดิม: คิดในอัตราคงที่ 3.0% ของยอดเงินที่กด
- อัตราใหม่: ไม่เกิน 2.5% ของยอดที่กดออก
ค่าบริการธุรกรรมข้ามเขต
- อัตราเดิม: ฝาก/โอนข้ามเขต มีค่าธรรมเนียม 10-20 บาทต่อครั้ง
- อัตราใหม่: ฟรี!
ค่ารักษาบัญชีไม่เคลื่อนไหว
- อัตราเดิม: เงินต่ำกว่า 2,000 บาทโดนตัด 50 บาท/เดือน ทุกกรณี
- อัตราใหม่: ฟรี (ยกเว้นยอดต่ำกว่า 2,000 บาท และนิ่งเกิน 1 ปี คิดไม่เกิน 20 บาท/เดือน)
ค่าพ่วง พรีเมียมบัตรเดบิต
- อัตราเดิม: บังคับพ่วงประกัน รายปีพุ่งสูง 300 – 599 บาทต่อปี
- อัตราใหม่: ควบคุมเดบิตพื้นฐานรวมไม่เกิน 200 บาท/ปี

ประโยชน์ต่อ “ประชาชนและภาคธุรกิจ”
- ลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงโดยตรง: ประชาชนทั่วไปประหยัดเงินในชีวิตประจำวันจากการทำธุรกรรมข้ามเขต การขอเอกสารทางการเงิน และค่าธรรมเนียมบัตรพื้นฐาน
- ช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ SMEs: การลดและยกเลิกค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับสินเชื่อ เช่น ฟรีค่าต่ออายุวงเงิน, ฟรียกเลิกวงเงิน, ฟรี Prepayment fee เมื่อผ่อนเกินครึ่งสัญญา ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน (Financial Cost) ส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสภาพคล่องได้ง่ายขึ้น
- สร้างมาตรฐานที่เป็นธรรม (Single Standard): สลายความเหลื่อมล้ำและลดความสับสน เนื่องจากทุกสถาบันการเงินต้องใช้มาตรฐานและเพดานเดียวกัน ทำให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบและเลือกใช้บริการได้อย่างโปร่งใส
ผลกระทบต่อ “ธนาคารพาณิชย์”
- รายได้ค่าธรรมเนียม (Fee Income) หดตัวรุนแรง: กลุ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-interest Income) ของธนาคารพาณิชย์จะหายไปเป็นมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะจากส่วนแบ่งธุรกรรมชำระเงินข้ามเขตและค่าธรรมเนียมบัตร/เอกสาร
- แบงก์ชาติบล็อกช่องทางชดเชยรายได้: แบงก์ชาติออกเกณฑ์ “กำชับและสั่งห้าม” ไม่ให้สถาบันการเงินไปแอบแฝงเรียกเก็บค่าบริการประเภทอื่นเพิ่มเติมเพื่อทดแทนรายได้ที่สูญเสียไปอย่างเด็ดขาด
- บีบให้เร่งทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ: ธนาคารต่างๆ จะถูกกดดันให้ต้องลดต้นทุนการดำเนินงานภายใน (Operating Cost) และหันไปพึ่งพาเทคโนโลยี Automation หรือ AI มากขึ้น เพื่อทดแทนแรงงานในสาขาและการออกเอกสารแบบเดิม รวมถึงต้องเฟ้นหาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในการสร้างรายได้เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมพื้นฐาน
- สะเทือนกำไรแบงก์: แบงก์ชาติ ได้ประเมินผลกระทบต่อกำไรของธนาคารพาณิชย์ คาดว่าจะทำให้กำไรในภาพรวมหายไปถึง 5,000 ล้านบาท คิดเป็น 1.5-2% จากกำไรธนาคารพาณิชย์ต่อปี 2.8 แสนล้านบาท
อ่านข่าวเพิ่มเติม ธปท. รื้อใหญ่ค่าฟีแบงก์ 19 รายการ คาดกระทบกำไรสถาบันการเงินปีละไม่เกิน 5,000 ล้านบาท มีผล ก.ค. นี้
การขยับตัวของแบงก์ชาติในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยต้นทุนทางการเงินของประชาชนและภาคธุรกิจให้ถูกลง แต่เป็นการ “รื้อโครงสร้างรายได้” ของธนาคารพาณิชย์ไทยให้เข้าสู่มาตรฐานใหม่และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง!!!