เป็นผู้ทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องอันดับต้น ๆ ของไทย ที่อยู่ในตลาดหุ้นไทยมานานเกือบ 30 ปี สำหรับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ด้วยปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจที่โดดเด่น การเดินหน้าลงทุนไปพร้อมกับเทรนด์พลังงานโลกอยู่ตลอดเวลา และงบการเงินที่แข็งแกร่ง จึงน่าไม่แปลกใจว่า ทำไมหุ้น EGCO จึงเป็นหนึ่งในลิสต์อันดับแรก ๆ ที่นักวิเคราะห์ต่างแนะนำให้มีติดพอร์ตการลงทุนมาโดยตลอด
"อีไฟแนนซ์ไทย" จึงชวนมาไขความลับว่า เพราะอะไร หุ้น EGCO จึงไม่เคยหลุดจากเรดาร์ของนักวิเคราะห์ แม้ตลาดหุ้นไทยจะผันผวนสักแค่ไหนก็ตาม ทั้งความคืบหน้าของการลงทุนโครงการต่าง ๆ การปรับตัวรับเทรนด์พลังงาน รวมถึงงบดุลและการสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่น
*** Yunlin คอนเฟิร์มเสร็จตามแผนในปีนี้

Yunlin โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งในไต้หวัน กำลังผลิตรวม 640 เมกะวัตต์ (MW) ถือเป็นโครงการสำคัญของ EGCO ในปีนี้ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ EGCO เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 26.56% และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี กับ Taipower (Taiwan Power Company) ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้แก่ประชาชนชาวไต้หวันกว่า 600,000 ครัวเรือน ซึ่งล่าสุด ณ วันที่ 21 ต.ค. 67 Yunlin ได้ติดตั้งกังหันลม (Wind Turbine Generators - WTGs) ครบ 80 ต้น เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้วางสายเคเบิลเพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 78 เส้น จาก 81 เส้น
EGCO จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า Yunlin จะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบครบทั้งหมดสิ้นปีนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์คาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดให้ EGCO เฉลี่ย 2,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินโครงการ
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ Yunlin เสร็จเร็วกว่าคาด ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ครึ่งปีหลังของปี 67 หนุนให้ EGCO มีกําลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เมื่อรวมกับโครงการอื่น ๆ อย่าง APEX และ EGCO Cogen พร้อมกับโอกาส M&A ในประเทศไทยเพื่อเติมเต็มช่องว่างรายได้
เช่นเดียวกับ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่คลายความกังวลต่อโครงการนี้ว่าอาจจะล่าช้า แต่ล่าสุดการก่อสร้างมีความคืบหน้ากว่าแผน หลังสภาพอากาศเป็นใจและผลิตไฟแล้ว ซึ่งในครึ่งปีแรกโครงการ Yunlin ทำกำไรหลักให้กับ EGCO ได้ราว 400 ล้านบาทและคาดทำกำไรเต็มปีราว 1.0-1.3 พันล้านบาทต่อปี หลัง COD เต็มรูปแบบ
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่าโครงการ Yunlin จะสร้างสัดส่วนรายได้ให้กับ EGCO ประมาณ 1.5 พันล้านบาทต่อปี ใน EBITDA จาก Q4/67
*** QPL ยังไปต่อ - ดันกำไรกลับมาโตในปี 69

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ โรงไฟฟ้า Quezon (QPL) ที่ EGCO มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PPA กับ Moralco ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายไฟฟ้าเอกชนในฟิลิปปินส์ ที่สัญญาจะหมดอายุในเดือน พ.ค. 68 นั้น EGCO ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เดินหน้าเจรจากับผู้ซื้อไฟฟ้ารายใหม่ ซึ่งปัจจุบันการเจรจามีความคืบหน้ามากแล้ว เหลือเพียงกำหนดราคาสุดท้าย และหากไม่มีอะไรผิดพลาด ทุกอย่างน่าจะสามารถสรุปได้ในปีนี้
นักวิเคราะห์มีมุมมองบวกต่อโครงการนี้เช่นกัน อย่าง บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ก็มองว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีความกังวลเรื่องการหมดสัญญาของ QPL เข้ามากดดันราคาหุ้น EGCO อยู่เป็นระยะ เนื่องจากโครงการนี้เป็นแหล่งกำไรหลักของบริษัท แต่ในปีนี้ความกังวลดังกล่าวลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากบริษัทเผยความคืบหน้าการเจรจากับภาคเอกชนในฟิลิปปินส์เพื่อต่ออายุสัญญาในเชิงบวก ซึ่งหากมีการต่อสัญญาโรงไฟฟ้า QPL จริง คาดกำไรปกติจะกลับมาเติบโตภายในปี 69
*** ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในอินโดฯ มีพันธมิตรแข็งแกร่ง

การลงทุนโครงการในแถบอาเซียน ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของ EGCO หนึ่งในนั้นคือประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเมื่อปลายปี 66 ที่ผ่านมา EGCO เข้าถือหุ้น 30% ใน บริษัท พีที จันทรา ดายา อินเวสตาสิ (Chandra Daya Investasi - CDI) ซึ่งเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ในเครือบริษัท พีที จันทรา อศรี แปซิฟิก ทีบีเค จำกัด (PT Chandra Asri Pacific Tbk - CAP)
และล่าสุด EGCO ได้พานักวิเคราะห์ไปเยี่ยมชมและติดตามความคืบหน้าการลงทุนของ CDI ส่งผลให้นักวิเคราะห์เห็นความชัดเจนของธุรกิจและมีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อโครงการนี้ เนื่องจาก CAP ถือเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีและโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซีย และมีผู้ถือหุ้นใหญ่จากไทย คือ SCC (31%) และ TOP (15%) อยู่ใน CAP ด้วย การมี CAP เป็นพันธมิตร จึงสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตให้กับ CDI ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ CDI ยังได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ ด้วยการปิดดีลซื้อเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่สำหรับใช้ขนส่งปิโตรเคมีและก๊าซแอลพีจี จำนวน 3 ลำ และมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนใน CDI มีโอกาสเติบโตอีกมากจากการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งคือ CAP ซึ่งมีแผนขยายธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานในเครือให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยการเติบโตของ CDI มาจากทั้ง 3 ธุรกิจ คือ การขยายกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ ปริมาณการใช้น้ำของธุรกิจผลิตและบำบัดน้ำเพิ่มขึ้น และการเพิ่มสินทรัพย์ใหม่ในธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์เคมี ขณะที่ EGCO สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในอินโดนีเซียได้ดีอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า การเติบโตของ CDI จะได้รับการสนับสนุนจากการ synergy กับ CAP ความต้องการไฟฟ้าของธุรกิจผลิตไฟฟ้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโรงงานคลอร์อัลคาไล (chlor alkali) ที่กำลังจะเกิดขึ้นของ CAP ซึ่งจะมี capacity ที่ 116,800 ลูกบาศก์เมตร คลอร์อัลคาไลเป็นวัสดุสำคัญสำหรับการกลั่นนิกเกิลและอะลูมินา ซึ่งสนับสนุนความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โรงงานนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 69 โดยจะเพิ่มความต้องการไฟฟ้าอีก 460 MW
*** พร้อมชิง RE Big Lot รอบ 2

EGCO พร้อมนำโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินกว่า 10 โครงการ ที่ผ่านเกณฑ์คะแนนความพร้อมด้านเทคนิคขั้นต่ำ (Pass/Fail Basis) จากโครงการ RE Big Lot รอบที่ 1 แต่ยังไม่ได้รับการคัดเลือก เพื่อเข้าร่วมโครงการ RE Big Lot ในรอบที่ 2
โดย EGCO เชื่อมั่นในศักยภาพของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ที่จะนำเข้าร่วมประมูล RE Big Lot รอบที่ 2 เนื่องจาก EGCO มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและการบริหารโครงการมาอย่างยาวนาน มีพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ที่แข็งแรงและมีประสบการณ์ รวมทั้งมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ที่จะช่วยส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสูง หาก EGCO ประสบความสำเร็จและได้รับคัดเลือกใน RE Big Lot รอบที่ 2 จะช่วยให้ EGCO มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตโฟลิโอเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ภายในปี 73
*** ปันผลเด่น - งบดุลแกร่ง - ดอกเบี้ยขาลงช่วยหนุนราคาหุ้น

การลงทุนในโครงการต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศไม่ใช่จุดเด่นเดียวของหุ้น EGCO เท่านั้น แต่ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักวิเคราะห์ยกให้ EGCO เป็นหนึ่งในหุ้นคุณค่าที่ควรมีติดพอร์ตการลงทุนไว้
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า EGCO เป็นหุ้นคุณค่าและปันผลสูงด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นที่สนใจของนักลงทุนในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงเหมือนช่วงปลายปี 61-62 โดยการเพิ่มเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 67 ของ EGCO จะขึ้นอยู่กับว่าจะมีการลงทุนโครงการใหญ่ ๆ หรือไม่ (D/E 1.4x ใน Q2/67) โดยคาด DPS ปี 67 ที่ 6.50 บาท (yield 6%) โดย DPS ครึ่งปีแรก 67 อยู่ที่ 3.25 บาท คิดเป็น yield 3% ท่ามกลางปัจจัยภายนอกเป็นใจ (bond yields, USD/THB และราคาน้ำมัน) ราคาหุ้น EGCO มักจะวิ่งขึ้นสวนทางตามค่าสหสัมพันธ์ที่เป็นลบโดยธรรมชาติ และในกลุ่มโรงไฟฟ้า EGCO จะได้ประโยชน์สูงที่สุดจากหนี้สกุลเงิน USD ที่อ่อนค่าลง (60% ของหนี้ทั้งหมด) ถึงแม้หนี้จะเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่
บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า EGCO ถือเป็นหุ้นที่มีงบดุลแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 1.4 เท่า ณ สิ้นไตรมาส Q2/67 นอกจากนี้ EGCO ยังมีเงินสดอยู่ประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเหมาะสําหรับการซื้อโครงการและการเติบโตในอนาคต
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เข้าสู่การลดดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงกลางปี 68 เป็นอย่างน้อย ส่งผลให้กระแสเงินลงทุนเริ่มไหลออกจากกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงไปยังกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ระยะ 10 ปี ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมานักลงทุนมักนำ EGCO ไปเปรียบเทียบกับการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่ง Bond Yield สหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงทุก 10bps จะหนุนราคาหุ้น EGCO ปรับตัวขึ้น 2.05 บาท (อิงสมมติฐานเงินปันผลที่ 6.50 บาท/หุ้น/ปี)
หมายเหตุ : มุมมองดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ในช่วงปลายเดือน ก.ย. 67
*** มุ่งสู่พลังงานหมุนเวียน ตามนโยบายพลังงานของไทยและเทรนด์โลก
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการเพิ่มกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น หลังจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับร่างแผน PDP ฉบับใหม่ โดยร่างดังกล่าวกำหนดให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ซึ่งจะทยอยเข้ามาในระบบ ในปี 67-80 จำนวน 60,208 MW (ไม่รวมกำลังผลิตที่มีข้อผูกมัดแล้ว) โดยแบ่งออกเป็น
พลังงานหมุนเวียน 34,851 MW (58%), โรงไฟฟ้าที่มีการติดตั้งแบตเตอรี่ 10,485 MW (17%), โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 6,300 MW (10%), การรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ 3,500 MW (6%), โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำรูปแบบสูบกลับ 2,472 MW (4%), ไฟฟ้าจากแหล่งอื่นราว 2,000 MW (3%), โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) 600 MW (1%) นอกจากนี้ ร่างดังกล่าวยังมีแผนนำไฮโดรเจนเข้ามาผสมในเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในสัดส่วน 5%
แม้โครงการดังกล่าวทำให้การขยายพอร์ตโฟลิโอในไทยของผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการประเภทถ่านหินและก๊าซธรรมชาติทำได้จำกัด แต่ประเด็นดังกล่าวมีผลกระทบจำกัดต่อ EGCO เนื่องจากในปัจจุบันกลยุทธ์การขยายกำลังผลิตของบริษัท จะเน้นไปที่การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน เอเชียตะวันออก และสหรัฐฯ เป็นหลัก รวมถึงได้หันมาลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ทำให้แนวทางการดำเนินงานของ EGCO ยังคงมีความสอดคล้องกับเป้าหมายในการมุ่งสู่ Net Zero ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
*** สรุปคำแนะนำ - ราคาเป้าหมายและอัพไซด์ จากนักวิเคราะห์
จากมุมมองในเชิงบวกของนักวิเคราะห์แต่ละสำนักต่อหุ้น EGCO จึงสรุปคำแนะนำ ราคาเป้าหมาย และอัพไซด์ของราคาหุ้นดังนี้ (อัพไซด์คิดจากราคาปิด ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2567 )
| โบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บ./หุ้น) | อัพไซด์ |
| หยวนต้า | ซื้อ | 167 | 37% |
| ธนชาต | ซื้อ | 150 | 23% |
| ยูโอบี | ซื้อ | 150 | 23% |
| แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ | ซื้อ | 150 | 23% |
| เคจีไอ | ซื้อ | 138 | 14% |
| ทิสโก้ | ซื้อ | 128 | 5% |
| กสิกรไทย | ซื้อ | 125 | 3% |