Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    Swift Mode คือ?
    โหมดที่ช่วยปรับเปลี่ยนการแสดงผลของธีมระหว่าง Dark Mode และ Light Mode
    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR

Light Mode

Dark Mode

Logo Efinancethai While Logo Efinancethai While
ค้นหาข่าว และความรู้ด้านการเงิน การลงทุนต่างๆ ที่คุณสนใจ
ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
  • Light Mode

    Dark Mode

    • efin StockPickUp
    • efin StockPickUp Pro NEW
    • TRADEMAN NEW
    • efin Trade Plus
    • efin Mobile
    • ข่าวหุ้นล่าสุด
    • กองทุน
    • ทองคำ
    • ข่าวต่างประเทศ
    • mai Update
    • Market Focus
    • ข่าวเด็ด บจ.
    • หุ้นเด่นวันนี้
    • ประเด็นร้อน
    • บทบรรณาธิการ
    • Exclusive Company Visit
    • ESG Story
    • Recommended for You
    • Opinion
    • IPO Corner
    • efin Review
    • THE VISiON/Executive Talk
    • Stock Insight
    • Fundamental Recap
    • Broker Research
    • หน้าหลักคริปโต NEW
    • ข่าว
    • ข่าวคริปโตล่าสุด
    • ข่าวคริปโตยอดนิยม
    • Bitcoin Focus
    • Regulator
    • Market
    • DA Business
    • RWA
    • ETF
    • Press Releases
    • บทความ
    • Research
    • Fintech
    • Crypto Verse
    • Media อื่น ๆ
    • Crypto Weshare
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026NEW
    • ESG 2026NEW
    • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026NEW
    • efin x wow festival 2025
    • Better Trade
    • ESG
    • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
    • ติว(อินเวส)เตอร์
    • efinanceThai Connect NEW
    • efin Let’s Profit Run NEW
    • Help Online
    • Team Viewer
    • คู่มือ
    • มุมความรู้
    • ติดต่อโฆษณา
    • ฝากข่าว PR
ลงชื่อเข้าใช้งาน

เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

ลงชื่อเข้าใช้
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมล

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ?

สร้างบัญชี

เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

สร้างบัญชี
ด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ?

เมื่อกดสร้างบัญชี ถือว่าคุณได้ยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน และ รับทราบ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ของ efinancethai
ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน นาที

สร้างบัญชี
อีเมลนี้เคยเข้าใช้งานแล้ว สามารถ ได้ทันที
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ลืมรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมล

ยืนยันด้วย OTP

Ref:

ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?
กด ได้ใน

สร้างรหัสผ่าน
  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
ตั้งรหัสผ่านใหม่เสร็จสิ้น

เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

สร้างบัญชีของคุณสำเร็จ

เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณ
เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน
ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่ารหัสผ่าน

โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน

  • ความยาว 8 - 20 ตัว
  • ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z) และเล็ก (a-z)
  • ตัวเลข (0-9)
เปลี่ยนรหัสผ่าน
`
  1. หน้าหลัก
  2. Recommended for You
  3. รายละเอียด Recommended for You
Recommended for You
11 เม.ย. 2024 เวลา 22:18

สำรวจเศรษฐกิจญี่ปุ่น: จากเฟื่องฟูสู่ทศวรรษที่สูญหาย เมื่อยักษ์หลับกำลังจะกลับมาตื่น

สำรวจเศรษฐกิจญี่ปุ่น: จากเฟื่องฟูสู่ทศวรรษที่สูญหาย เมื่อยักษ์หลับกำลังจะกลับมาตื่น

Share

twitter icon
line icon

หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี และถือเป็นจุดสิ้นสุดยุคดอกเบี้ยติดลบที่กินเวลามา 8 ปี นักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามอง (และแอบเอาใจช่วย) เศรษฐกิจของ “ยักษ์หลับ” ว่าจะกลับมาฟื้นตัวและผงาดเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกหลังอยู่ในภวังค์ของทศวรรษที่สูญหาย หรือ Japan’s lost decade(s) มานานหลายสิบปีได้เมื่อใด
 

ย้อนกลับไปหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ใครจะเชื่อว่า ชาติที่พ่ายแพ้สงครามอย่างราบคาบจะพลิกฟื้นประเทศและก้าวขึ้นมาเป็นประเทศเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกได้ยาวนานถึง 42 ปี แต่ญี่ปุ่นทำได้! เพราะองค์ความรู้และวิทยาการที่สั่งสมมาแต่เดิม บวกกับความมีระเบียบวินัยที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอ และวิสัยทัศน์ของคนญี่ปุ่นที่มองไปข้างหน้าเสมอ ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเติบโตแบบก้าวกระโดด โดย GDP เพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยปีละ 10% ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1950-ต้นยุค 1970 นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความโชติช่วงชัชวาลย์ของญี่ปุ่น เรื่อยไปจนถึงปี 1990 ก่อนจะถูกกลืนไปในทศวรรษที่สูญหาย

 

คำถามคือ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจของญี่ปุ่น? ขอสรุปสั้น ๆ เรียงตามลำดับเหตุการณ์สำคัญ เพื่อให้เข้าใจภาพรวม ดังนี้

  • ปี 1968 ญี่ปุ่นขึ้นแซงเยอรมนีตะวันตก เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา ช่วงนี้ GDP ของญี่ปุ่นโตอยู่ที่ 11.9% หรือคิดเป็น 1.47 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คนญี่ปุ่นมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีเท่ากับ 1,451 ดอลลาร์สหรัฐ
  •  
  • ช่วงปี 1970 GDP ของญี่ปุ่นโตอยู่ที่ 5% ก่อนจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4% ในช่วงปี 1980 ญี่ปุ่นเกินดุลการค้ากับหลายประเทศ ในทางกลับกัน นั่นทำให้ประเทศคู่ค้าของญี่ปุ่นขาดดุลการค้า โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งมียอดขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นจาก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1976 มาอยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1984 เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าตัวในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี เนื่องจากญี่ปุ่นส่งออกรถยนต์ สินค้าประเภทเหล็กกล้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ผลจากการนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้กลุ่มบิ๊กทรี ได้แก่ เจนเนอรัล มอเตอร์ส, ฟอร์ด และไครสเลอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ในขณะนั้น เสียส่วนแบ่งให้กับรถนำเข้าจากญี่ปุ่น
  •  
  • ผลจากการที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าอย่างหนัก โดยเฉพาะกับญี่ปุ่นและเยอรมนี นำไปสู่การกดดันให้ค่าเงินของประเทศคู่ค้าแข็งค่าขึ้นเพื่อชะลอความสามารถในการแข่งขันของคู่ค้าหลัก ๆ เป็นที่มาของการลงนามในข้อตกลง Plaza Accord ระหว่างกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 5 ประเทศ (G5) ซึ่งประกอบด้วยฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ที่โรงแรมพลาซ่า ในนครนิวยอร์ก ในปี 1985 ผลของข้อตกลงนี้ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องกว่า 50% เมื่อเทียบกับค่าเงินเยน เงินเยนซึ่งอ่อนค่ามากก่อนหน้านั้นแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบมูลค่าการส่งออกของญี่ปุ่น เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่พึ่งพาการส่งออกจึงชะลอตัวลง
  •  
  • ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ และพยายามดิ้นรนจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและต้นทุนการผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยออกไปตั้งฐานการผลิตนอกประเทศเพื่อลดต้นทุน และนั่นทำให้ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน
  •  
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แก้เกมด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ด้วยการหั่นดอกเบี้ยลงฮวบ จาก 5.0% ในปี 1986 มาอยู่ที่ 2.5% ในปี 1987 

ที่มา: https://indexes.nikkei.co.jp/70th/historyofthemarket-article.html

 

  • การลดดอกเบี้ยทำให้ราคาหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ดีดตัวอย่างรวดเร็ว ในปี 1986-1989 ดัชนี Nikkei ไต่ระดับไปเกือบถึง 39,000 จุด จาก 13,000 จุด หรือเพิ่มขึ้น 200% แต่จะเรียกว่า แบงก์ชาติญี่ปุ่นวางหมากผิดก็ว่าได้ เพราะบริษัทที่ได้รับสินเชื่อบางแห่งนำเงินไปเก็งกำไรในสินทรัพย์ดังกล่าว โดยปราศจากการตรวจสอบที่รัดกุม โกยกำไรเข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องออกแรง เมื่อไม่มีการผลิตและพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น ผลสุดท้าย ฟองสบู่ที่พองตัวได้ที่ในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นก็แตกในที่สุด
  •  

ที่มา: https://countryeconomy.com/national-debt/japan

 

  • อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของญี่ปุ่น ในปี 1987 อยู่ที่ 76% ก่อนลดลงเหลือ 65% ในปี 1991 อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990 เป็น 80% ในปี 1994, 100% ในปี 1997, 150% ในปี 2002, 170% ในปี 2005 ก่อนจะเพิ่มขึ้นถึง 200% ในปี 2554 ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วไม่เคยมีประเทศไหนที่มีสัดส่วนหนี้มากขนาดนี้หลังช่วงสงคราม
  •  
  • ช่วงนี้ GDP ของญี่ปุ่นโตอยู่ที่เพียง 1.3% ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ G7 เหตุเพราะคนญี่ปุ่นเก็บออมเงินเอาไว้ ไม่กล้านำมาใช้ ทำให้ไม่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ จนนำไปสู่เงินฝืดในที่สุด
  •  
  • ปี 2001 ญี่ปุ่นนำมาตรการผ่อนคลายในเชิงปริมาณ (Quantitative Easing - QE) มาใช้อัดฉีดเงินเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตกต่ำซบเซาจากภาวะเงินฝืด หลังจากที่นโยบายการเงินก่อนหน้านี้ ไม่สามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยลดลงเข้าใกล้ 0% แล้วก็ตาม นอกจากนี้ มาตรการ QE ยังนำมาใช้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นเลือกที่จะดำเนินมาตรการนี้โดยซื้อพันธบัตรรัฐบาล ควบคู่ไปกับการเข้าซื้อคืนหลักทรัพย์และทรัพย์สินต่าง ๆ มากกว่าที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0%
  •  
  • ในช่วงปี 2000-2010 เศรษฐกิจญี่ปุ่นเหลือโตเฉลี่ยเพียง 0.5% ต่อปีเท่านั้น ก่อนที่ในช่วงปี 2011-2019 ตัวเลข GDP ของญี่ปุ่นเฉลี่ยจะขยับขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึง 1.0% ต่อปี
  •  
  • ไฮไลท์การแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในช่วงก่อนปี 2011-2019 อยู่ที่ “อาเบะโนมิกส์” (Abenomics) ซึ่งเป็นนโยบายของนายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นผู้ล่วงลับ โดยใช้ 3 แนวทางที่เรียกว่า ธนู 3 ดอก ประกอบด้วย 1) การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างมาก ด้วยการใช้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นติดลบ เพื่อให้ผู้บริโภคและบริษัทต่างๆ สามารถกู้ยืมเงินและใช้จ่ายได้ถูกลง 2) มาตรการการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ด้วยการใช้จ่ายเงินมากขึ้นไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือการออกมาตรการจูงใจทางการเงินแก่บริษัทต่างๆ เช่น การลดหย่อนภาษี 3) การปฏิรูปโครงสร้างเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อาทิ การปฏิรูปองค์กร การสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้าทำงาน การเปิดเสรีแรงงาน และอนุญาตให้ผู้อพยพเข้ามาทำงานมากขึ้น เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านแรงงานและเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  •  

ที่มา: https://www.statista.com/chart/23758/nikkei-225/

 

ไขคำตอบขึ้นดอกเบี้ย แต่ทำไมเงินเยนยังอ่อนค่าต่อเนื่อง


การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ยังไม่สามารถทำให้เงินเยนกลับมาแข็งค่าได้อย่างที่หวัง โดยเงินเยนอ่อนค่าลงแตะที่ 151.97 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ต่ำสุดในรอบ 34 ปีเมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า มีเหตุผลหลัก ๆ 4 ข้อที่ทำให้ค่าเงินยังอ่อนค่าอยู่ในขณะนี้ อันได้แก่ ผลตอบแทนที่ต่ำจากการลงทุนในเงินเยน, ความไม่แน่นอนในการเข้าแทรกแซงค่าเงิน, ความผันผวนในตลาดเงินที่ลดลง และการส่งออกที่ลดลง

  
*อัตราผลตอบแทนต่ำ*


เงินเยนยังคงเป็นสกุลเงินหลักที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดทั่วโลก เมื่อวัดจากอัตราเงินเฟ้อแล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ -0.650% เทียบกับสหรัฐฯ ที่ 2% และเยอรมนีที่ 0.27%


ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้เทรดเดอร์กู้ยืมเงินเยนเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Carry Trade ซึ่งเป็นการเทรดในรูปแบบ CFD เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของค่า Swap ซึ่งสร้างปัญหาให้รัฐบาลญี่ปุ่น ในการรับมือค่าเงินเยนที่อ่อนค่าซึ่งส่งผลให้ค่าครองชีพของครัวเรือนสูงขึ้น


*ความไม่แน่นอนในการเข้าแทรกแซงค่าเงิน*


นักเทรดค่าเงินต่างจับตาการแทรกแซงค่าเงินโดยรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อพยุงค่าเงินเยน หลังจากที่นายมาซาโตะ คันดะ (Masato Kanda) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ฝ่ายกิจการต่างประเทศของญี่ปุ่นออกมาเตือนอย่างแข็งกร้าวในรอบหลายเดือน หลังค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ใกล้แตะระดับที่รัฐบาลญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงตลาด ด้วยการทุ่มซื้อเงินเยน  เมื่อปี 2565
แต่โอกาสที่รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก ในสายตานักวิเคราะห์จึงได้แต่คาดเดาว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะทำเช่นนี้ ก็ต่อเมื่องเงินเยนหลุดกรอบ 152 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ


*ความผันผวนในตลาดเงินที่ลดลง*


ความผันผวนที่ลดลงในตลาดเงิน เพิ่มเสน่ห์ของการเทรดแบบ Carry Trade ทำให้นักลงทุนไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของตลาดซึ่งจะบั่นทอนผลกำไร กองทุนที่มีเลเวอเรจและบริษัทจัดการสินทรัพย์พากันเข้าเก็งกำไรค่าเงินเยนระลอกใหญเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเข้าเทรดครั้งใหญ่เมื่อเดือนเม.ย.2565 ตามข้อมูลคณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (Commodity Futures Trading Commission - CFTC) ของสหรัฐฯ


นอกจากนี้ ดัชนีชี้วัดความผันผวนสกุลเงินทั่วโลกของ JPMorgan Chase ยังลดลงครึ่งหนึ่ง หลังพุ่งแตะจุดสูงสุดในเดือนกันยายน 2565


*การส่งออกที่ลดลง*


ตามตำรามักกล่าวว่า การที่เงินอ่อนค่าจะทำกำไรจากการส่งออก ทำให้สินค้าในต่างประเทศมีราคาไม่แพง และอุปสงค์จากต่างประเทศจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นในที่สุด แต่สถานการณ์ในญี่ปุ่นขณะนี้ไม่เป็นไปตามสูตร เนื่องจากขาดแรงหนุนในภาคการส่งออก


อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงของเงินเยน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความแข็งแกร่งของสกุลเงินเทียบกับประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของญี่ปุ่น ลดลงเกือบ 25% นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ขณะที่มาตรวัดของธนาคารกลางญี่ปุ่นสำหรับการส่งออกที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้วลดลง 3.3% ในช่วงเวลาดังกล่าว สะท้อนภาพว่า บริษัทญี่ปุ่นผลิตสินค้าในต่างประเทศมากขึ้น แทนการส่งออก ในขณะที่เม็ดเงินลงทุนไหลออกนอกประเทศเพื่อหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นถือเป็นอุปสรรคต่อเงินเยนเช่นกัน


Daisaku Ueno หัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของ Mitsubishi UFJ Morgan Stanley Securities ในโตเกียวมองว่า “เงินเยนมีแนวโน้มที่จะยังคงอ่อนค่าต่อไป แม้จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะเห็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกลับมาเป็นบวกในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทำให้ความน่าดึงดูดของเงินเยนอยู่ในระดับต่ำมาก


จับตาทิศทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น หาสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย


หลังประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากเดิม -0.1% มาเป็นระดับ 0-0.1% เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจญี่ปุนหลังจากนี้ สิ่งที่ตลาดจับตามองคือ ทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป


จากข้อมูลผลผลิตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นล่าสุด บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 4/2566 กลับมาฟื้นตัวเต็มศักยภาพเป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 4 ปี โดยข้อมูลประมาณการจากแบงก์ชาติญี่ปุ่นเผยว่า ส่วนต่างผลผลิตเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการวัดส่วนต่างระหว่างผลผลิตที่แท้จริงและผลผลิตระดับศักยภาพของเศรษฐกิจญี่ปุ่น อยู่ที่ +0.02% ในไตรมาส 4/2566 ตัวเลขล่าสุดยังพลิกกลับมาบวกครั้งแรกในรอบ 15 ไตรมาส หลังจากในไตรมาส 3 อยู่ที่ -0.37% ถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง


ทั้งนี้ ส่วนต่างผลผลิตเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในข้อมูลเศรษฐกิจที่แบงก์ชาติญี่ปุ่นจับตาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินเศรษฐกิจว่ามีการขยายตัวแข็งแกร่งเพียงพอที่จะหนุนให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นหรือไม่

 

นอกจากนี้ ข้อมูลฐานเงิน (Monetary Base) ซึ่งเป็นปริมาณเงินสดที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในเดือนมี.ค. ยังเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 7 เดือน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้เริ่มยุติส่วนที่เหลือของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ตั้งแต่สมัยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติญี่ปุ่น


ข้อมูลของ BOJ ระบุว่า ปริมาณเงินสดที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการชะลอตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 และเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2566 หลังเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนก.พ. ซึ่ง BOJ มีแนวโน้มจะปล่อยให้ปริมาณเงินสดในระบบเศรษฐกิจชะลอตัวต่อไป หลังจากยุติพันธสัญญาในการเดินหน้าเพิ่มปริมาณเงินสดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปเมื่อเดือนมี.ค. จนกว่าเงินเฟ้อจะอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ได้อย่างมีเสถียรภาพ ส่วนข้อมูลอีกฉบับยังแสดงให้เห็นว่า BOJ ซื้อพันธบัตรรัฐบาลแบบซื้อขาด 5.9 ล้านล้านเยน (3.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนมี.ค. ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของยอดซื้อในเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา


ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จาก Sumitomo Mitsui Trust Asset Management กล่าวว่า "การปรับลดเพดานการซื้อพันธบัตรลงมาจากระดับสูงสุดเป็นการส่งสัญญาณว่า BOJ จะค่อย ๆ ลดบทบาทการเข้าแทรกแซงในตลาดผ่านการซื้อพันธบัตร โดยอัตราผลตอบแทนอาจเพิ่มขึ้น แต่ในทางจิตวิทยานั้น ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้เล่นในตลาด ซึ่งหมายความว่า BOJ ได้เริ่มเปิดทางให้ตลาดเป็นผู้ควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแล้ว


แม้จะยังบอกไม่ได้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะกลับมาฟื้นตัวได้เต็มทีเมื่อใด และจะกลับไปยิ่งใหญ่เทียบเท่าวันวานได้หรือไม่ แต่สัญญาณชีพจากตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่ตอนนี้ดัชนี Nikkei ที่กลับไปแตะระดับ 39,000 จุดได้เทียบเท่ากับปี 1989 น่าจะทำให้นักลงทุนที่มีหุ้นญี่ปุ่นในมือใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง


ที่มา:

End of negative interest rates in Japan raises threat of yen volatility

End to negative interest rates in Japan to boost lenders' margins

Why Even a Historic BOJ Rate Hike Has Failed to Save the Yen

BOJ Summary Hints at Cautious Approach to Further Rate Increases

Japan's economy recovers to full capacity, keeps alive BOJ rate hike prospects

Postwar High Growth 1950s-60s

Japan National Debt

Lost Decade in Japan: History and Causes

Japan Debt to GDP Ratio 1990-2024

เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวเต็มศักยภาพ หนุนแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยต่อ
ชินโซ อาเบะ ฟื้นคืนชีพเศรษฐกิจ ปลดปล่อยญี่ปุ่นจาก The Lost Decade
ทศวรรษที่หายไป VS ทศวรรษแห่งความรุ่งโรจน์

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจญี่ปุ่นJapan’s lost decadeทศวรรษที่สูญหายส่งออกเงินเยนอ่อนค่าQEขึ้นดอกเบี้ยดอกเบี้ยติดลบ

Share

twitter icon
line icon
ดูทั้งหมด
efinanceThai efinanceThai

เราจะไม่เพียงแต่นั่งรอโอกาส แต่เรามุ่งมั่นจะสร้างโอกาสที่ทำให้เรา
สังคมของเรา และทุกคนที่เราเกี่ยวข้องด้วยดีขึ้น

ติดต่อโฆษณา

ธิดารัตน์ สุวรรณฤทธิ์

โทร : 099-446-4366

Email : Thidarat@efinancethai.com

คุณเบญญาภา บุญรัตน์ (ลัคกี้)

โทร : 061-072-6233

Email : Benyapha@efinancethai.com

Follow us

line icon
tiktok icon
youtube icon
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinanceThai.com
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR
ข้อมูลบริษัท
  • Online Asset
  • ภาพรวมบริษัท
  • ข่าวสารกิจกรรม
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อบริษัท
โปรแกรม
  • efin StockPickUp
  • efin StockPickUp Pro
  • TRADEMAN
  • efin Trade Plus
อีเว้นท์
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR "ชลบุรี" 2026
  • ESG 2026
  • ติวอินเวสเตอร์ ON TOUR “เชียงใหม่” 2026
  • efin x wow festival 2025
  • Better Trade
  • ESG
  • เลือกกองทุนรวยด้วย efin
  • ติว(อินเวส)เตอร์
คอนเนค
  • efinanceThai Connect
  • efin Let’s Profit Run
IR Plus
  • Our Service
  • IR Plus Member
  • Contact Us
ช่วยเหลือ
  • Help Online
  • Team Viewer
  • คู่มือ
Customer Support
  • Tel: 02-023-8800
  • customerservice@efinancethai.com
ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อโฆษณา
  • ฝากข่าว PR

Copyrights © 2025 by efinanceThai.com All Rights Reserved.   Advertorial Detail

ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ | ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการใช้คุกกี้ | เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการรายอื่น
Logo Cookie
นโยบายการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

efin.finance efinAI - สรุป Insights ข่าวหุ้นให้ทันที