IPO Corner

9 เรื่องน่ารู้หุ้น ZEN ธุรกิจอาหารที่น่าจับตาของตระกูล "จิราธิวัฒน์"

9 เรื่องน่ารู้หุ้น ZEN ธุรกิจอาหารที่น่าจับตาของตระกูล

    บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ ZEN ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและไทยชื่อดังหลากหลายแบรนด์ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 20 ก.พ. นี้

    ทีมข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" เจาะลึก 9 เรื่องน่ารู้ของหุ้น ZEN จากข้อมูลในแบบไฟลิ่ง มาให้นักลงทุนที่มีความสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าลงทุน

1.ZEN ประกอบธุรกิจถือหุ้นร้านอาหาร

    ZEN ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น(Holding Company) โดยเน้นการลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ โดยธุรกิจของกลุ่มสามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
    1.ธุรกิจอาหารภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 110 สาขา
    2.ธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 145 สาขา 
    3.ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ บริการจัดส่งอาหาร(Delivery) บริการจัดเลี้ยง(Catering) บริหารร้านอาหาร(Restuarant Management) ให้บริการที่ปรึกษาเกี่ยวกับร้านอาหาร(Restuarant Consultancy) ธุรกิจอาหารค้าปลีก ทั้งอาหารพร้อมปรุงและอาหารพร้อมทาน
    โดยปัจจุบันมีร้านอาหารภายใต้การดำเนินงานทั้งหมด 12 แบรนด์  ได้แก่ ZEN, Musha by ZEN, Sushi Cyu Carnival Yakiniku, AKA, Tetsu, On the Table Tokyo cafe', ตำมั่ว , ลาวญวน, แจ่วฮ้อน, เฝอ, de Tummour, เขียง

2.กำไรสุทธิเริ่มกลับมาโตในปี 61

ผลการดำเนินงานในปี 58 - 9 เดือนปี 61

          หน่วย:ล้านบาท
ปี     รายได้     กำไรสุทธิ     อัตรากำไรสุทธิ(%)
58     1,965.7       110.1               5.6
59     2,181.9         89.6               4.1
60     2,515.2         81.8               3.3
9เดือนปี61     2,226.3       108.7               4.9

    กำไรสุทธิที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในปี 58 - 60 สวนทางกับรายได้ที่เติบโตมาจากต้นทุนในการสร้างการรับรู้แบรนด์ และการตัดจำหน่ายมูลค่าสัญญาแฟรนไซส์จากการซื้อกิจการของกลุ่มแบรนด์ตำมั่ว ขณะที่งวด 9 เดือนปี 61 กลับมาเติบโตจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

3.ราคาไอพีโอ 13 บาท คิดเป็น P/E 27.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมเดียวกัน

    ZEN กำหนดราคา IPO หุ้นละ 13 บาท ด้วยวิธีพิจารณาจากกรสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน จากช่วงราคา 12.70-13 บาท
    โดยราคาไอพีโอ 13 บาท คิดเป็นราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) อยู่ที่ 27.6 เท่า ซึ่งปัจจุบันบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันมี P/E อยู่ที่ 19.9 - 30.6 เท่า หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 25 เท่าคำนวนจากหุ้น MINT M OISHI และ SNP

อนึ่ง ZEN ขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 75 ล้านหุ้น
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 300 ล้านหุ้น
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 1 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชีที่ 1.9 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 30 ก.ย. 61)
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 20 ก.พ. 62
ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
อันเดอร์ไรท์ บล.ไทยพาณิชย์, บล.เคจีไอ(ประเทศไทย), บล.เคทีบี(ประเทศไทย), บล.ฟินันเซีย ไซรัส

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น IPO ดังนี้

ประเภทผู้ลงทุน จำนวนหุ้นที่เสนอขาย(ล้านหุ้น) สัดส่วนที่เสนอขาย(%)
บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์                      23.12               30.8
ผู้ลงทุนสถาบัน                      42.86               57.2
ผู้มีอุปการคุณของกลุ่มบริษัท                        8.51               11.3
พนักงานของกลุ่มบริษัท                        0.5                 0.7

4.นำเงินระดมทุนส่วนใหญ่ชำระหนี้เงินกู้-ขยายสาขา

    บริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรกจำนวน 75,000,000 หุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 13 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 948.7 ล้านบาท (ภายหลังหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้) ไปใช้ดังนี้

-ใช้เงินจำนวน 150 - 200 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยการขยายสาขาในปี 62 - 63 จำนวน 86 สาขา ปรับปรุงสาขาเดิมทั้งหมด 90 สาขา และเปิดสาขาแฟรนไชส์ 262 สาขา
-ใช้ 650 - 700 ล้านบาทชำระเงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงธนาคารกสิกรไทย ในปี 62
-ใช้ 48.7 - 148.7 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนหมุนเวียนในกิจการของกลุ่มบริษัทภายในปี 62 - 63

5.มีหุ้นไม่ติด Silent Period 56.63 ล้านหุ้น คิดเป็น 18.9% ของหุ้นทั้งหมด

    สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหารของบริษัท” ที่ไม่ติด Silent period มีจำนวน 56,630,400 หุ้น คิดเป็น 18.9% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

6.ตระกูลจิราธิวัฒน์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ZEN มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO ดังนี้
    1)กลุ่มนายสรรคนนท์ จิราธิวัฒน์และนางสาวจอมขวัญ จิราธิวัฒน์ 66.9%
    2)นายศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ 3%
    3)นางสุภาเจษฐ วิวัฒนาเกษม 1.4%
    4)นางสาวสุจันท์ภา พลางกูร 1.3%
    5)นายสตีเว่น เดวิด ฮอร์ลิเดร์ 1.3%
    6)ผู้ถือหุ้นจากการไอพีโอ 25%

7.มีนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

    บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นแต่ละปีไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท หลังหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯกำหนด ทั้งนี้การพิจารณาการจ่ายเงินปันผลอาจเปลี่ยนแปลงไปจากอัตราที่กำหนด โดยจะคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท

8.มี D/E สิ้นไตรมาส 3/61 อยู่ที่ 2.6 เท่า ส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินกู้ระยะสั้น

มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น(D/E) ณ งวด 9 เดือนปี 61 อยู่ที่ 2.6 เท่า ส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ซึ่งหลังจากการระดมทุนแล้วจะทำให้ D/E ปรับลดลง

งบแสดงฐานะการเงิน ZEN ณ 30 ก.ย. 61 ดังนี้

    สินทรัพย์รวม    1,558.7  ลบ.
    หนี้สินรวม        1,123.8 ลบ.
    ส่วนของผู้ถือหุ้น    434.9 ลบ.
    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) 2.6 เท่า
    อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) 9.2%
    อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 36.2%

9.ที่ปรึกษาทางการเงินเป็นบริษัทในเครือเจ้าหนี้

    ณ สิ้นก.ย.61 ZEN มีหนี้เงินกู้ระยะสั้นคงค้างกับ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดย ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 99% ของบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ ZEN







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh