IPO Corner

10 ข้อน่ารู้ "อุบล ไบโอ เอทานอล (UBE)" ผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลัง

10 ข้อน่ารู้

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลัง กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 30 ก.ย.นี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน
    
       
1.ประกอบธุรกิจ  ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลัง

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลัง ได้แก่
    
    1) เอทานอลจากแป้งมันสำปะหลัง
    2) แป้งฟลาวมันสำปะหลังแบบทั่วไปและแบบออร์แกนิคและแป้งมันสำปะหลัง
    3) ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์อื่นๆ

จุดเด่นของ UBE คือมี 3 ธุรกิจหลัก ธุรกิจหนึ่งมีความมั่นคงสูงคือธุรกิจเอทานอล, ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งบริษัทฯ ถือเป็นผู้ผลิตและส่งออกแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิครายใหญ่ของโลก และธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างธุรกิจเกษตรอินทรีย์

 

2.ขายไอพีโอจำนวน  1,370 ล้านหุ้น คิดเป็น 35%
           
เสนอขายหุ้นจำนวนไม่เกิน 1,370,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 35% ภายหลัง IPO ประกอบด้วย

1. หุ้นสามัญเพิ่มทุน 1,174,286,000 หุ้น
2. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย บริษัท ไทยออยล์ เอทานอล จำกัด 97,857,000 หุ้น
3. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) 97,857,000 หุ้น

 

3.เคาะราคาไอพีโอ 2.40 บาท คิดเป็น P/E ที่ 48.98 เท่า


ราคาเสนอขายหุ้นละ 2.40 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 48.98 เท่า เทียบกับกำไรสุทธิที่ 0.05 บาทต่อหุ้น ซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสย้อนหลัง (1 ก.ค.63-30 มิ.ย.64) ที่ 134.3 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทก่อนการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Pre-IPO) ซึ่งเท่ากับ 2,740  ล้านหุ้น
    

และคิดเป็น  P/E Ratio เท่ากับ 69.97 เท่า เทียบกับกำไรสุทธิที่ 0.03 บาทต่อหุ้น หากพิจารณากำไรสุทธิต่อหุ้นที่คำนวณจากจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 3,914,286,000 หุ้น (Fully Diluted)

เทียบ P/E Ratio เฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกันหรือใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งมีค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน P/E ใน 1 ปีย้อนหลัง (10 ก.ย.63-9 ก.ย.64) ดังต่อไปนี้ 

กลุ่มธุรกิจเอทานอล            

บมจ. ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่    (TAE) มี P/E Ratio เท่ากับ 36.51 เท่า
บมจ. เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) มี P/E Ratio เท่ากับ 29.74 เท่า

กลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและเกษตรอินทรีย์            

บมจ. ไทยวา (TWPC) มี P/E Ratio เท่ากับ 61.43 เท่า 

 

ขายหุ้นไอพีโอ : จำนวน 1,370 ล้านหุ้น คิดเป็น 35% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด 
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโออยู่ที่ 3,914.28 ล้านหุ้น
เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Pofit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 1.00 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชี : 1.12 บาท/หุ้น สิ้นมิ.ย.64
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 30 ก.ย.64
หมวดธุรกิจ : พลังงานและสาธารณูปโภค
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด
ผู้จัดจำหน่าย  :  บล.เคจีไอ (ประเทศไทย),บล.ฟินันเซีย ไซรัส,บล.กรุงไทย ซีมิโก้,บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย),บล.ทรีนีตี้,บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) และบล.กรุงศรี

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น
 

บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายฯ 789.50 ล้านหุ้น 57.6%
นักลงทุนสถาบัน 548 ล้านหุ้น 40%
กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานบริษัท 32.50 ล้านหุ้น 2.4%


4."ธนาคารกรุงไทย" มีความสัมพันธ์เป็นเจ้าหนี้

บริษัทมีการใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากธนาคารกรุงไทย (KTB) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 50% ของบล.กรุงไทย ซีมิโก้ (KTZmico) หนึ่งในผู้ร่วมจัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ โดยวงเงินกู้ยืม 6,072 ล้านบาท สำหรับใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการก่อสร้างโรงงานเอทานอล โรงงานแป้งมันสำปะหลัง และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการจัดซื้อวัตถุดิบ

บริษัทมีตั๋วแลกเงินที่ออกและเสนอขายผ่าน KTZmico 300 ล้านบาท ซึ่งบริษัทนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายตั๋วแลกเงินดังกล่าวมาใช้หมุนเวียนในการดำเนินกิจการ บริษัทยังเข้าทำสัญญาเช่าทางการเงินระยะยาวเพื่อเช่าซื้ออุปกรณ์หลักสำหรับโรงงานแป้งมันสำปะหลัง กับ บ.กรุงไทย ไอ บี เจ ลิสซิ่ง จำกัด (KTIBJ) ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ KTB เช่นเดียวกับ KTZmico 

บริษัทมียอดคงเหลือของเงินกู้ยืมกับ KTB 3,110.9 ล้านบาท ยอดคงเหลือของตั๋วแลกเงินที่เสนอขายผ่าน KTZmico 300 ล้านบาท และยอดคงเหลือของสัญญาเช่าทางการเงินกับ KTIBJ 52.8 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรวมกัน 73.6% ของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมดของบริษัท

 

5.มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ
 
บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ในแต่ละปี ภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและทุนสำรองอื่น

 

6.นำเงินระดมทุน เพิ่มกำลังผลิต-เป็นเงินทุนหมุนเวียน

 

 

 

7.อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.6% (งวด 6 เดือน ปี 64)
       
รายได้และกำไรของ UBE ตั้งแต่ปี 62-63 และงวด 6 เดือน ปี 64 เป็นดังนี้

 

  ปี 62 ปี 63 6 เดือน ปี 64
รายได้  (ลบ.) 4,690.2 4,434.4 2,946.1
กำไรสุทธิ (ลบ.) (42.5)  99.3   106.6
อัตรากำไรสุทธิ (%)  (0.9)  2.2 3.6

 

8.มี IBD/E อยู่ที่ 1.5 เท่า
 
UBE มีระดับ IBD/E สิ้นมิ.ย.64 อยู่ที่ 1.5 เท่า

 

งบแสดงฐานะการเงิน สิ้นมิ.ย.64 ดังนี้

สินทรัพย์รวม : 8,127.9 ลบ.
หนี้สินรวม : 5,055.6 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น :  3,072.3 ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) : 1.5 เท่า
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร  : 10.7%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) : 4.4%

 

9.หลังไอพีโอ กลุ่มครอบครัวโควสุรัตน์  ยังถือหุ้นใหญ่ 25.77%

หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้ว กลุ่มครอบครัวโควสุรัตน์ ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 25.77% โดยมีสัดส่วนถือหุ้นหลังไอพีโอดังนี้

 

 

10.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 25.94 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.66%

สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period : จำนวน 25,948,700 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.66  ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ 
  

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh