IPO Corner

9 ข้อน่ารู้ TKC ไอพีโอตัวแรกของปี 65 หุ้นเทคสื่อสารสุดล้ำในยุค 5G

9 ข้อน่ารู้ TKC ไอพีโอตัวแรกของปี 65 หุ้นเทคสื่อสารสุดล้ำในยุค 5G

         หุ้นไอพีโอสุดร้อนแรง! "บมจ.เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส หรือ TKC” หนึ่งในผู้นำในธุรกิจให้บริการออกแบบ วางระบบ และบริการที่เกี่ยวข้องในงานวิศวกรรมสายงานระบบโทรคมนาคม ระบบสื่อสารข้อมูล และระบบความปลอดภัยสาธารณะ เตรียมประเดิมเทรดเป็นตัวแรกรับปีเสือทอง วันที่ 17 มกราคมนี้ มองปี 65 พลิกโฉมครั้งใหญ่ เงินที่ได้จากการระดมใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพิ่มความพร้อมในการเข้าประมูลงานโครงการขนาดใหญ่รับกระแสเทคโนโลยีดิจิทัลในระยะยาว และสนับสนุนการรับรู้รายได้ต่อเนื่องภายในปี 65-66  โดยมี “คุณสยาม เตียวตรานนท์” นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ  ขับเคลื่อนธุรกิจ แย้ม ปัจจัยบวกที่รออยู่อีกเพียบ

          สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

 

1. TKC ประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร 

          บริษัทเทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC ประกอบธุรกิจให้บริการออกแบบ วางระบบ และบริการที่เกี่ยวข้องในงานวิศวกรรมสายงานระบบโทรคมนาคม ระบบสื่อสารข้อมูล และระบบความปลอดภัยสาธารณะ นำโดยการบริหารของ “สยาม เตียวตรานนท์” กรรมการผู้จัดการ
TKC มีจุดแข็งและกลยุทธ์ ในความเชี่ยวชาญตลอดระยะเวลามากกว่า 18 ปี ได้รับความไว้วางใจ จากบริษัทฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเจ้าของผลิตภัณฑ์โทรคมนาคม และเครือข่ายสารสนเทศชั้นนำระดับโลก เช่น (1) Huawei (2) Nokia (3) Cisco (4) Verint (5) Oracle (6) Netka System (7) XOVIS (8) Fortinet เป็นต้น บริษัทฯ เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำทางด้านการวางระบบเครือข่ายสื่อสารและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าองค์กรต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมายาวนาน ด้วยทีมงานวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญและผ่านการอบรมระดับสากล

2. แผนการระดมทุน

         TKC เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 78 ล้านหุ้น คิดเป็น 26% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลัง IPO จำนวน 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 1.00 บาท/หุ้น

3. เคาะราคาไอพีโอ 18 บาท คิดเป็น P/E ที่ 17.54 เท่า

         ราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 18 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) เท่ากับ 17.54 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่ 1 ต.ค.63-30 ก.ย.64) 
ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียน : 300 ล้านบาท  
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 17 มกราคม 2565
หมวดธุรกิจ : เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอุตสาหกรรม
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด 
ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน)
ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น 
บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ประชาชนทั่วไป จำนวน 58,500,000 หุ้น หรือ  75%
ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 11,700,000 หุ้น หรือ 15%
กรรมการ,ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 7,800,000 หุ้น หรือ 10%

 

4. ผลตอบรับจองซื้อหุ้น TKC สุดฮอต! โบรกฯ ให้ราคาเหมาะสม 28 - 30.50 บาท

        ล่าสุด TKC เปิดเผยว่า หุ้นไอพีโอกระแสแรงท่วมท้น นักลงทุนให้ความสนใจเกินกว่าจำนวนที่จัดสรร ด้านโบรกฯ ออกบทวิเคราะห์สะท้อนความเชื่อมั่น โดย บล.คิงส์ฟอร์ด ให้ราคาเหมาะสมปี 65 อยู่ที่ 30.50 บาท จากกำไรสุทธิเติบโตฟื้นตัวที่ระดับ 428.21 ล้านบาท ขณะที่บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ราคาเหมาะสม 28.00 บาท ชูจุดเด่นกำไรโตแบบไม่ธรรมดา เพราะดูจาก Backlog ในมือที่กอดไว้แน่นๆ โดย ณ Q3/64 TKC มีงานในมืออยู่ที่ราว 2,346 ล้านบาท นี่ยังไม่นับรวม Q4/64 ที่ได้ประมูลงานใหม่เข้ามาเพิ่มเติมอีก เรียกว่ามีอัพไซด์จากราคาจองที่ 18 บาท/หุ้น  

5. วัตถุประสงค์การระดมทุน

       วัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งนี้ ประมาณ 1,404.00 ล้านบาท นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ เช่น โครงการเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม ระบบโครงข่ายสื่อสัญญาณ(Transmission Networks) ระบบศูนย์ข้อมูลหลัก ศูนย์ข้อมูลสำรอง ระบบคลาวด์ Smart Solutions ระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัลและระบบตรวจสอบเฝ้าระวังและการบริหารความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Security) รวมถึงงานบริการเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง เป็นต้น ภายในปี 2565-2566  

6. เงินระดมทุนเสริมศักยภาพรองรับลูกค้า ยุค 5G

        การเข้าจดทะเบียนใน SET ครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ TKC มีศักยภาพและความพร้อมสูงในการเติบโตรองรับความต้องการของลูกค้า โดยคาดว่าธุรกิจโทรคมนาคมจะขยายตัวรับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐในเรื่อง Thailand 4.0 เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้มีการลงทุนในเทคโนโลยี 5G และการก่อสร้างระบบเครือข่ายและอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้ข้อมูล Non-Voice ที่ขยายตัวจากการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ และรายได้จากธุรกิจ Fixed Broadband ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การบริการที่ประยุกต์ใช้ 5G มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น เช่น บริการ Cloud Data Center ยานยนต์ไร้คนขับ และ Smart Solutions ต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้การใช้ธุรกรรมออนไลน์ การเก็บข้อมูลและประมวลผลโดยใช้ Cloud การใช้งานอุปกรณ์ IoT ที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการด้าน Cyber Security มากขึ้นเพื่อป้องกันข้อมูลและการโจมตีทางไซเบอร์

7. อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.41% (งวด 9 เดือน ปี 64)

        ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 64 มีรายได้รวม 1,835.38 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.06 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนร้อยละ 99.86 เป็นรายได้จากการขายและให้บริการ และร้อยละ 0.14 เป็นรายได้อื่น มีกำไรสุทธิ 191.07 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 10.41 
สำหรับผลประกอบการช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (61-63) บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,669.65 ล้านบาท 4,907.25 ล้านบาท และ 2,881.92 ล้านบาท ตามลำดับ มีกำไรสุทธิ 216.50 ล้านบาท 423.03 ล้านบาท และ 232.85 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 5.90 ร้อยละ 8.62  และร้อยละ 8.09 ตามลำดับ อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากการบริหารต้นทุนที่ดีทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ประกอบกับความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น

 
งบแสดงฐานะการเงิน สิ้นกันยายน 64 ดังนี้
สินทรัพย์รวม : 2,116.61 ลบ.
หนี้สินรวม : 1,421.34 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 693.98 ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) : 2.05 เท่า
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) :16.77%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) : 50.24%

8.  โอกาสธุรกิจอยู่ในเทรนด์การเติบโต

        ความเชี่ยวชาญของผู้บริหาร TKC ราว 20 ปี  ทำให้มีเชี่ยวชาญและชำนาญด้านการวางระบบเครือข่ายสื่อสารและเทคโนโลยี ดำเนินธุรกิจให้บริการรับเหมาออกแบบ วางระบบ จัดหาอุปกรณ์ ติดตั้ง ทดสอบ และบำรุงรักษาระบบงานวิศวกรรมในสายงานระบบโทรคมนาคม  ระบบสื่อสารข้อมูล และ ระบบความปลอดภัยสาธารณะ โดยบริษัทฯ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเจ้าของผลิตภัณฑ์โทรคมนาคม และเครือข่ายสารสนเทศชั้นนำระดับโลก เช่น  Huawei, Nokia, Cisco, Verint,  Oracle, Netka System, XOVIS, Fortinet เป็นต้น ให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบกับประเทศไทยเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี ทำให้ธุรกิจอยู่ในเทรนด์การเติบโต และหลังเข้าจดทะเบียน จะเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัท 

9.  ผู้ถือหุ้นใหญ่ 

          ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TKC  คือ กลุ่ม “นายสยาม เตียวตรานนท์” โดยสัดส่วนก่อน IPO 62.25% หลัง IPO 46.06% และบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) สัดส่วนก่อน IPO 34% หลัง IPO 25.16%
โดยสัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period : จำนวน 33,967,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.32 ของหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้
           อย่างไรก็ดี TKC วางกลยุทธ์ “โดยบริษัทวางกลยุทธ์มุ่งสู่การเป็นที่หนึ่งในธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น ครอบคลุมด้านโทรคมนาคมและไอซีที มุ่งเน้นธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ในอนาคต เช่น ธุรกิจระบบ Smart Solutions, Smart Logistics  ธุรกิจ Cyber Security โฟกัสที่อินฟราสตรัคเจอร์ ระบบคลาวด์แบบไฮบริด อุปกรณ์โดรน ที่เกี่ยวกับสมาร์ทฟาร์มมิ่ง โดรนที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์ ทำแผนที่ โดยตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำด้านเหล่านี้ในอีก 1-3 ปีข้างหน้า” 

 

 

**********************************************

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh