IPO Corner

9 ข้อน่ารู้ 'ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PIN)' ผู้พัฒนานิคมฯ ปิ่นทอง

9 ข้อน่ารู้ 'ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PIN)' ผู้พัฒนานิคมฯ ปิ่นทอง

บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN ประกอบธุรกิจ พัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม พร้อมระบบสาธารณูปโภค กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 9 พ.ย.นี้

 
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

   
1.ประกอบธุรกิจ 

บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN ประกอบธุรกิจ พัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม พร้อมระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่พาณิชยกรรม และประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทอาคารโรงงานและคลังสินค้าเพื่อเช่าและขายสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม
รวมถึงลงทุนและได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (PPF)

มีทำเลที่ตั้งโครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง และ Logistics Park รวมทั้งหมด 7 แห่ง พื้นที่รวมกันกว่า 7,500 ไร่
อยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
มีแผนเสริมศักยภาพดำเนินโครงการในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City)

2.ขายไอพีโอจำนวน 290 ล้านหุ้น คิดเป็น 25%
           
เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 290,000,000 หุ้น คิดเป็น 25% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO

 

3.เคาะราคาไอพีโอ 3.90 บาท คิดเป็น P/E ที่  10.11 เท่า

ราคาเสนอขายหุ้นละ 3.90 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 10.11 เท่า คำนวณจากผลประกอบการ 4 ไตรมาสย้อนหลัง (1 ก.ค.63 ถึง 30 มิ.ย.64) ซึ่งมีกำไรสุทธิ 447.63 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้เท่ากับ 1,160 ล้านหุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.39 บาท 

เทียบ P/E Ratio เฉลี่ยเท่ากับ 15.03 เท่า ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งประกอบธุรกิจคล้ายกัน คือ เน้นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยเป็นหลัก จำนวน 4 บริษัท ดังนี้ 

บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) มี P/E Ratio เท่ากับ 19.73 เท่า
บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) มี P/E Ratio เท่ากับ 19.07 เท่า 
บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA มี P/E Ratio เท่ากับ 8.53
บมจ.นวนคร (NNCL) มี P/E Ratio เท่ากับ 12.81 เท่า
 
ในช่วงระยะเวลา 12 เดือนย้อนหลัง (26 ต.ค.63 ถึง 25 ต.ค.64) 

ขายหุ้นไอพีโอ : จำนวน 290 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโออยู่ที่  1,160 ล้านหุ้น
เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 1.00 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชี :  3.25 บาท/หุ้น สิ้นมิ.ย.64
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 9 พ.ย.นี้
หมวดธุรกิจ : พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)
ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย),บล.กรุงศรี,บล.ฟินันเซีย ไซรัส,บล.เคทีบีเอสที และบล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย)

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น

บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 120.60 ล้านหุ้น  41.59%
ผู้ลงทุนสถาบัน 98.40 ล้านหุ้น 33.93%
ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ 25.50 ล้านหุ้น 8.79%
ผู้ถือหุ้น,พนักงานของบริษัทฯ 45.50 ล้านหุ้น 15.69%


4.มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
 
บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ในแต่ละปี ภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและทุนสำรองอื่น


5.นำเงินระดมทุนพัฒนา  Logistics Park แห่งใหม่

6.อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 30.47%  (งวด 6 เดือน ปี 64)
         
รายได้และกำไรของ PIN ตั้งแต่ปี 62-63 และงวด 6 เดือน ปี 64 เป็นดังนี้

  ปี 62 ปี 63 6 เดือน  ปี 64
รายได้(ลบ.) 867 1,128 325.95
กำไรสุทธิ (ลบ.) 205.92 347.28 99.31
อัตรากำไรสุทธิ (%) 25.79 35.80 30.47

 

7.มี D/E อยู่ที่  0.68 เท่า

PIN มีระดับ D/E สิ้นมิ.ย.64 อยู่ที่ 0.68 เท่า
 

งบแสดงฐานะการเงิน สิ้นมิ.ย.64 ดังนี้

สินทรัพย์รวม :  4,757.26 ลบ.
หนี้สินรวม : 1,931.60 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 2,825.66 ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) : 0.68 เท่า
 อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) :9.50%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) :15.64%


8.หลังไอพีโอ รวมผู้ถือหุ้นกลุ่มครอบครัวปัทมวรกุลชัย และกลุ่มกรรมการ ผู้บริหาร ยังถือหุ้นใหญ่ 74.11%

หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้ว รวมผู้ถือหุ้นกลุ่มครอบครัวปัทมวรกุลชัย และกลุ่มกรรมการ ผู้บริหาร ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 74.11% โดยมีสัดส่วนถือหุ้นหลังไอพีโอดังนี้ 
  

 

9.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 203.61 ล้านหุ้น คิดเป็น 17.55%

 

สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period : จำนวน 203,611,300 หุ้น คิดเป็นร้อยละ  17.55 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh