IPO Corner

9 เรื่องน่ารู้หุ้น MITSIB ธุรกิจสินเชื่อรถแท็กซี่รายแรกของตลาดหุ้นไทย

9 เรื่องน่ารู้หุ้น MITSIB ธุรกิจสินเชื่อรถแท็กซี่รายแรกของตลาดหุ้นไทย

    บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง  จำกัด (มหาชน) หรือ MITSIB ผู้จำหน่ายและให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถแท็กซี่มิเตอร์ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้

    ทีมข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" เจาะลึก 9 เรื่องน่ารู้ของหุ้น MITSIB จากข้อมูลในแบบไฟลิ่ง มาให้นักลงทุนที่มีความสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าลงทุน

1.MITSIB จำหน่ายและให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อแท็กซี่

    มิตรสิบ ลิสซิ่ง หรือ MITSIB ก่อตั้งเมื่อ 12 พ.ย. 46 โดยกลุ่มยงคส์สงวนชัยและเพื่อนนักธุรกิจ ปัจจุบันดำเนินธุรกิจหลัก 4 ประเภท ดังนี้ 
    1.จำหน่ายรถแท็กซี่มิเตอร์ป้ายแดง และจำหน่ายรถแท็กซี่มิเตอร์มือสอง ซึ่งมีขั้นตอนในการจำหน่ายคล้ายกับการซื้อขายรถบ้านทั่วไป โดยบริษัทจะสั่งซื้อรถยนต์ใหม่จากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ จากนั้นจึงส่งไปทำสีตามประเภทของรถแท็กซี่ก่อนนำมาจำหน่าย
    2.ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อแท็กซี่ทั้งป้ายแดงและมือสอง รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุก บริการสินเชื่อเพิ่มเติมให้กับลูกค้าบริษัท และบริการสินเชื่อกับรถแท็กซี่มือสองของลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าเดิม
    3.บริการสินเชื่อแฟคตอริ่ง 
    4.บริการเสริมอื่นๆ เช่น การให้บริการต่อพ.ร.บ.และประกันภัยรถยนต์ 
    โดยโครงสร้างรายได้สิ้นปี 61 มีรายได้จากการขายสินค้า 60.94% รายได้จากสัญญาเช่าซื้อ 36.41%  รายได้อื่นๆ เช่นค่าปรับ 2.43% และรายได้ดอกเบี้ยจากการรับซื้อสิทธิเรียกร้อง 0.22%

2.ราคาไอพีโอ 2.50 บาท คิดเป็น P/E 30.40 เท่า

    MITSIB กำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอที่ 2.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E ที่ 30.40 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัทในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด(1 เม.ย. 61 - 31 มี.ค. 62) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญหลังเสนอขายหุ้นไอพีโอ 667 ล้านหุ้น ได้ EPS เท่ากับ 0.0822 บาทต่อหุ้น
    ปัจจุบันยังไม่มีธุรกิจที่ปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มรถแท็กซี่ และรถประจำทางเป็นหลักอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

อนึ่ง MITSIB จะขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 167 ล้านหุ้น
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 667 ล้านหุ้น
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 0.50 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชีที่ 0.66 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 31 มี.ค. 62)
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) ในวันที่ 11 มิ.ย. 62
ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท หลักทรัพย์คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
อันเดอร์ไรท์ บล.เออีซี, บล.เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.เคทีบี (ประเทศไทย), บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) , บล.ไอร่า  

3.ไม่มีสัดส่วนเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนสถาบัน

MITSIB มีสัดส่วนการเสนอขายหุ้น IPO ดังนี้

ประเภทผู้ลงทุน จำนวนหุ้นที่เสนอขาย(ล้านหุ้น) สัดส่วนที่เสนอขาย(%)
ผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่าย                       138.95                83.2
ผู้มีอุปการคุณของบริษัท                       42                 15
พนักงานของบริษัท                       28                1.8

4.ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร ติด Silent Period ทั้งหมด

    สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ของบริษัทฯ ติด Silent Period ทั้งหมด

โดยสัดส่วนถือหุ้นหลังขาย IPO เป็นดังนี้

   1)กลุ่มครอบครัวยงศ์สงวนชัย 38%
   2)กลุ่มครอบครัวมั่งมี 6.75%
   3)กลุ่มครอบครัวเลียวตระกูล 4.17%
   4)ผู้ถือหุ้นอื่น 26.05%
   5)ประชาชนทั่วไป 25.03%

5.เงินระดมทุนส่วนใหญ่ใช้ชำระเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน

    MITSIB นำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งนี้หลังหักค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้น จำนวน 402.5 ล้านบาท ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

        1.ใช้ขยายการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 102.5 ล้านบาท ภายในปี 62 โดยตั้งเป้ามีสาขาทั้งหมด 70 - 80 สาขา ภายใน 3 ปี
        2.ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 300 ล้านบาท ภายในปี 62

6.รายได้และกำไรสุทธิผันผวน

ผลการดำเนินงานในปี 59 – 61

         หน่วย:ล้านบาท
ปี    รายได้    กำไรสุทธิ    อัตรากำไรสุทธิ(%)
59    491.18    62.27    12.68
60    444.43    39.38    8.86
61    490.97    56.77    11.56
3เดือนปี62    100.81    16.62    16.48

    สาเหตุที่กำไรสุทธิปี 59 เติบโตมากกว่าปกติเป็นเพราะช่วงปลายปี 58 ภาครัฐประกาศจะปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถแท็กซี่เพิ่มขึ้น ทำให้รถที่ยังไม่มีการปรับเพิ่มอัตราภาษีได้รับการตอบรับที่ดี และได้ใช้บริการสถาบันการเงินรายใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าเดิม
    อย่างไรก็ดีในงวด 3 เดือนปี 62 มีรายได้อยู่ที่ 100.81 ล้านบาท ลดลง 31.27% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 146.68 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 16.62 ล้านบาท ลดลง 10.35% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 18.54 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากโครงการฮักแท็กซี่ของภาครัฐที่ออกมาในช่วงปลายปี ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจที่จะซื้อรถแท็กซี่

7.D/E ล่าสุดพุ่งแตะ 4.56 เท่า หลังจ่ายปันผลก่อนเข้าตลาด

    MITSIB มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) ณ สิ้นปี 61 อยู่ที่ 3.15 เท่า เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 59 - 60 ที่ 2.09 เท่า และ 2.75 เท่าตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินที่เกิดขึ้นกับสถาบันการเงิน 
    นอกจากนี้ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 62 มีมติอนุมัติการจัดสรรกำไรจากปี 61 เป็นเงินปันผลอัตราหุ้นละ 0.104 บาท จำนวนเงินปันผลทั้งสิ้น 52 ล้านบาท โดยได้มีการจ่ายเงินปันผลไปแล้วในเดือนพฤษภาคม 62 แล้ว ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทลดลงเหลือประมาณ 277.89 ล้านบาท และจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ปรับเพิ่มจาก 3.15 เท่าเป็น 4.56 เท่า

 งบแสดงฐานะการเงิน MITSIB ณ สิ้นปี 61 เป็นดังนี้
    สินทรัพย์รวม    1,174.04  ลบ.
    หนี้สินรวม       860.76 ลบ.
    ส่วนของผู้ถือหุ้น    313.28 ลบ.
    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) 3.15 เท่า
    อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) 5.23%
    อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร (ROE) 20.67%

8.เตรียมรุกธุรกิจนาโนไฟแนนซ์-สินเชื่อจำนำทะเบียน

    ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 62 มีมติจัดตั้ง บริษัท มิตรสิบ พิคโค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพื่อให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์  และจัดตั้งบริษัท มิตรสิบ เสกเงิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพื่อให้บริการจำนำเล่มทะเบียนรถ ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทย่อยทั้งสองดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะจัดตั้งแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 62 และจะดำเนินการขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
    โดยเบื้องต้นนั้นทางบริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดวงเงินในการทำธุรกิจเบื้องต้นของแต่ละบริษัทย่อยนั้นไม่เกิน 30 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทได้เล็งเห็นความเป็นไปได้ที่จะเริ่มจับกลุ่มลูกค้าเดิมก่อนได้แก่ กลุ่มลูกค้าแท็กซี่ที่บริษัทมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว และอีกกลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าแท็กซี่ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทในอนาคต

9.นโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

    MITSIB มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักเงินสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่น (ถ้ามี) อย่างไรก็ตามการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน สภาพคล่อง ความจำเป็นในการใช้เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน แผนการลงทุน และการขยายธุรกิจในอนาคต สภาวะตลาด ความเหมาะสม และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh