IPO Corner

9 เรื่องน่ารู้หุ้น ETC โรงไฟฟ้าขยะ บริษัทลูก BWG

9 เรื่องน่ารู้หุ้น ETC โรงไฟฟ้าขยะ บริษัทลูก BWG

บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC ผู้ผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะขนาดเล็กมาก(VSPP) บริษัทลูกของ BWG กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายในวันที่ 18 ส.ค.นี้ 


ดังนั้น สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน


1.ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน


บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC เป็นบริษัทลูกของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ปัจจุบันดำเนินธุรกิจออกแบบวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า รวมถึงประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากขยะในรูปแบบของผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) หรือมีขนาดต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์(MW) โดยมีโรงไฟฟ้าที่เริ่มวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 3 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้งรวม 20.4 MW ดังนี้



 


2.ขายไอพีโอ 600 ล้านหุ้น พ่วงกรีนชู 60 ล้านหุ้น


ETC เสนอขายหุ้นทั้งหมด 600,000,000 หุ้น คิดเป็น 26.79% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

นอกจากนี้บริษัทมีการจัดสรรหุ้นสามัญส่วนเกิน (Over-allotment shares) หรือ กรีนชู จำนวนไม่เกิน 60,000,000 หุ้น แต่หาก ณ วันสิ้นสุดการเสนอขายหุ้น มีผู้จองซื้อหุ้นเป็นจำนวนมากกว่าหุ้นทั้งหมดที่เสนอขาย อาจมีนำกรีนชู 60,000,000 หุ้น มาใช้เสนอขายด้วย

สัดส่วนเสนอขายหุ้นเป็นดังนี้



3.เคาะราคาไอพีโอ 2.60 บาท คิดเป็น P/E 85.82 เท่า 


ETC กำหนดราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 2.60 บาทต่อหุ้น โดยพิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัท(P/E) ซึ่งราคาไอพีโอคิดเป็น P/E เท่ากับ 85.82 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้น(EPS)จากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 62 - 31 มี.ค. 63 ซึ่งเท่ากับ 0.03 บาทต่อหุ้น


โดยเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจคล้ายกับบริษัท โดยประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิง RDF หรือชีวมวลมี P/E อยู่ที่ 8.46 - 13.04 เท่า โดยคำนวณจาก P/E เฉลี่ยในวันที่ 24 ก.ค. 62 - 23 ก.ค. 63 ดังนี้

1)บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH มี P/E อยู่ที่ 13.04 เท่า
2)บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP มี P/E อยู่ที่ 8.46 เท่า


ETC ขายหุ้นไอพีโอ : ทั้งหมดไม่เกิน 600,000,000 หุ้น คิดเป็น 26.79% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ :  2,240,000,000 หุ้น
เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 0.50 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชี : 0.56 บาท/หุ้น (ณ 31 มีนาคม 63)
เข้าซื้อขายใน : ตลาด เอ็ม เอ ไอ(mai) วันที่ 18 ส.ค. 63
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ผู้ร่วมจัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.เอเอสแอล, บล.ไอร่า, บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์


4.หลังไอพีโอกลุ่ม BWG ยังถือหุ้นใหญ่ 51.07%


หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้วกลุ่ม BWG ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 51.07% ทั้งในกรณีที่ไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญส่วนเกิน และกรณีที่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญส่วนเกินทั้งจำนวน โดยมีสัดส่วนถือหุ้นหลังไอพีโอดังนี้



5.รายได้เติบโตต่อเนื่องในปี 60 - 3M63 แต่กำไรสุทธิผันผวน


รายได้และกำไรสุทธิของ ETC ในปี 60 - 3M63 เป็นดังนี้

ปี 60 61 62 3M63
รายได้(ลบ.) 184 326 370 134
กำไรสุทธิ(ลบ.) -3.14 65.3 56.8 24.18
อัตรากำไรสุทธิ(%) -1.71 20.09 15.67 17.92


การขาดทุนสุทธิในปี 60 เป็นเพราะบริษัทเพิ่งเริ่มรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าแห่งแรกได้เพียง 7 เดือน ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน


ส่วนกำไรสุทธิที่ปรับตัวลดลงในปี 62 เป็นเพราะ บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากรายการวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไปและต้นทุนอื่นจาก ETC เป็นหลัก และมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารเพิ่มขึ้น จากรายการตัดจำหน่ายค่าถมที่ดินจาก ETC และ AVA


6.มี D/E ที่ 1.88 เท่า ส่วนใหญ่เป็นหนี้สถาบันการเงิน


ETC มีระดับ D/E ณ สิ้นปี 62 อยู่ที่ 1.88 เท่า หนี้สินส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินราว 81% ของหนี้สินรวม ซึ่งส่วนใหญ่นำไปใช้ลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง  โดยมีหนี้สินรวมในปี 60 - 62 และ 3 เดือนแรกปี 63 อยู่ที่ 1,261 ล้านบาท 1,502 ล้านบาท 1,706 ล้านบาท และ 1,725 ล้านบาทตามลำดับ


งบแสดงฐานะการเงิน ETC ณ สิ้นปี 62 ดังนี้

สินทรัพย์รวม : 2,600  ลบ.
หนี้สินรวม : 1,706 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 893 ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) : 1.88 เท่า
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) : 2.30%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) : 6.57%


7.จ่ายเงินปันผลได้ภายในปี 2565 นโยบายจ่ายไม่ต่ำกว่า 50%


บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ และหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย และเงินสะสมอื่นๆ ตามที่บริษัทฯ กำหนด 


และหากบริษัทฯ และบริษัทย่อยต้องการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นบริษัทฯ และบริษัทย่อยต้องผ่านการทดสอบการจัดสรรเงินได้สำเร็จเพื่อการจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ตามสัญญาเงินกู้ ได้แก่ อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (Debt Service Coverage Ratio: DSCR) และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio: D/E Ratio) ซึ่งบริษัทฯ คาดการณ์ว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ประมาณปี 2565 เป็นต้นไป


8.นำเงินระดมทุนขยายธุรกิจ ชำระคืนเงินกู้ 


บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ประมาณ ? ล้านบาท ภายหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหลักทรัพย์ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้



9.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period มีทั้งหมด 348,000,000 หุ้น


สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period: จำนวน 348,000,000 หุ้น คิดเป็น 15.54% ของจํานวนหุ้นที่ออก
และเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh