IPO Corner

10 ข้อน่ารู้'ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์(TFM)' ผลิตอาหารสัตว์เศรษฐกิจ เครือTU

10 ข้อน่ารู้'ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์(TFM)' ผลิตอาหารสัตว์เศรษฐกิจ เครือTU

        
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 29 ต.ค.นี้

 
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

   
1.ประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจ

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ในเครือบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ซึ่ง TFM เป็นผู้นำด้านประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจ โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก  ได้แก่ อาหารกุ้ง อาหารปลา และอาหารสัตว์บก

ปัจจุบันมีการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สินค้าหลัก ได้แก่ โปรฟีด (PROFEED), นานามิ (NANAMI), อีโก้ฟีด (EGOFEED), แอคควาฟีด (AQUAFEED) และดี-โกรว์ (D-GROW)
 
ผลิตภัณฑ์หลักแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่  

1. ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารกุ้ง โดย TFM เป็นหนึ่งในผู้นำในกลุ่มตลาดอาหารกุ้ง มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 17% ของปริมาณอาหารกุ้งในไทย (ณ สิ้นปี 63)

2. ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารปลา (รวมอาหารกบและอาหารปู) แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่อาหารปลาทะเล เช่น อาหารปลากะพงและปลาเก๋า 
อาหารปลาน้ำจืด เช่น อาหารปลานิลและปลาดุก 
อาหารสัตว์น้ำวัยอ่อน สำหรับการอนุบาลลูกปลา
อาหารกบ 

3. ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารสัตว์บก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ อาหารสุกร อาหารสัตว์ปีก 

TFM มีกำลังการผลิตอาหารสัตว์รวม 273,000 ตันต่อปี มีโรงงานในไทย 2 แห่ง คือ 
โรงงานมหาชัยที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ 
โรงงานระโนดที่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สำคัญของไทย

2.ขายไอพีโอจำนวน 109.30 ล้านหุ้น คิดเป็น 21.9%
          
เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 109,300,000 หุ้น คิดเป็น 21.9% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประกอบด้วย

หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ 90 ล้านหุ้น
หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) 19.30 ล้านหุ้น 
    

3.เคาะราคาไอพีโอ 13.50  บาท คิดเป็น P/E ที่  21.7 เท่า

ราคาเสนอขายหุ้นละ 13.50 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 21.7 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิ 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่ Q3/63 ถึง Q2/64) เท่ากับ 311.1 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) เท่ากับ 500 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2 บาท จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.6 บาทต่อหุ้น 
    
เทียบ P/E Ratio บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับธุรกิจของบริษัทฯ  ในระยะเวลา 6 เดือนย้อนหลังล่าสุด (12 เม.ย.64 ถึง 11 ต.ค.64) ดังนี้
                                                        
บมจ.เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น (ASIAN) มี P/E Ratio เท่ากับ 15.6 เท่า
บมจ.ลีพัฒนาผลิตภัณฑ์ (LEE) มี P/E Ratio เท่ากับ 14.5 เท่า


4.ธนาคารกรุงเทพ มีความสัมพันธ์เป็นเจ้าหนี้

30 มิ.ย.64 บริษัทฯ มีวงเงินกู้ยืมกับธนาคารกรุงเทพ (BBL) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 99.9% ของ บล.บัวหลวง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายของบริษัทฯ แบ่งเป็น วงเงินกู้ยืมระยะสั้น 100 ล้านบาท และวงเงิน Forward Contract 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ 30 มิ.ย.64 บริษัทฯ ไม่มีภาระหนี้คงค้าง

ขายหุ้นไอพีโอ : จำนวน 109.30 ล้านหุ้น คิดเป็น 21.9% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโออยู่ที่ 500 ล้านหุ้น
เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 2.00 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชี :  3.23 บาท/หุ้น สิ้นมิ.ย.64
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 29 ต.ค.64
หมวดธุรกิจ : ธุรกิจการเกษตร
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จํากัด 
ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย :บล.บัวหลวง,บล.กสิกรไทย,บล.ไทยพาณิชย์ และบล.ฟินันเซีย ไซรัส

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น
 

บุคคลตามดุลยพินิจผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 40,405,000 หุ้น 37%
นักลงทุนสถาบัน 50,000,000 หุ้น 45.7%
ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ 16,395,000 หุ้น 15%
กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของ TU 2,500,000 หุ้น 2.3%

 

5.มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ขงกำไรสุทธิ

โดย TFM มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าอัตรา 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม

 

6.นำเงินระดมทุนขยายธุรกิจต่างประเทศ

 

 

7.อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.2% (งวด 6 เดือน ปี 64)
        
รายได้และกำไรของ  TFM ตั้งแต่ปี 62-63 และงวด 6 เดือน ปี 64 เป็นดังนี้

    ปี 62  ปี 63 6 เดือน ปี 64
รายได้ (ลบ.) 4,906.8 4,244.5   2,370.2
กำไรสุทธิ (ลบ.)  839.8  410.4     100.4
อัตรากำไรสุทธิ (%) 17.1   9.7

 4.2

 

8.มี D/E อยู่ที่ 0.9 เท่า

TFM มีระดับ D/E สิ้นมิ.ย.64 อยู่ที่ 0.9 เท่า
 

งบแสดงฐานะการเงิน สิ้นมิ.ย.64 ดังนี้

สินทรัพย์รวม :  2,823.1 ลบ.
หนี้สินรวม :  1,332.5 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 1,490.6 ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) :0.9 เท่า
 อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) :7.1%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) :15.5%

  
9.หลังไอพีโอ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU  ยังถือหุ้นใหญ่ 51%

หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้ว  บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 51% โดยมีสัดส่วนถือหุ้นหลังไอพีโอดังนี้

 
 

10.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 86,487,475 หุ้น คิดเป็น 17.3%

สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period : จำนวน 86,487,475 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 17.3 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh