IPO Corner

10ข้อน่ารู้"เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว(SECURE)"ธุรกิจรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

10ข้อน่ารู้

บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน) หรือ SECURE ประกอบธุรกิจ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity) กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 1 ก.ค.นี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน
    
  
1.บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน) หรือ SECURE ประกอบธุรกิจ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity)
 
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยหลักแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน

(ก) ธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cybersecurity)
(ข) ธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่าย 

 

2.ขายไอพีโอจำนวน 27.74 ล้านหุ้น คิดเป็น 27%
      

เสนอขายหุ้นทั้งหมดจำนวน  27,741,000 หุ้น คิดเป็น 27% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO


3.เคาะราคาไอพีโอ 16 บาท คิดเป็น P/E ที่ 25.75 เท่า

ราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 16.00 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (Ratio : P/E) เท่ากับ 25.75 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสย้อนหลัง (1 เม.ย.63 ถึง 31 มี.ค.64) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท ก่อนการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 75 ล้านหุ้น จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.62 บาทต่อหุ้น และคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิเท่ากับ 35.27 เท่า กรณีหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้เท่ากับ 102,741,000 หุ้น (Fully Diluted) ซึ่งจะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.45 บาทต่อหุ้น 


ขายหุ้นไอพีโอ : จำนวน 27.74 ล้านหุ้น คิดเป็น 27% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด 
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโออยู่ที่ 102.74 ล้านหุ้น
 เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Pofit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 0.50 บาท/หุ้น
 มูลค่าทางบัญชี : 1.89  บาท/หุ้น สิ้นมี.ค.64
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 1 ก.ค.64
หมวดธุรกิจ :  เทคโนโลยี
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด 
ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บล.หยวนต้า (ประเทศไทย),บล.กรุงไทย ซีมิโก้,บล. อาร์เอชบี (ประเทศไทย) และบล.เอเชีย พลัส

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น
 
บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 16.46 ล้านหุ้น 59.34%
ผู้ลงทุนสถาบัน และนิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมการสำรวจความต้องการซื้อ    6.93 ล้านหุ้น 25% 
ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ 2.35 ล้านหุ้น 8.48%
กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของบริษัทฯ 1.99 ล้านหุ้น 7.18%

 

4.มีการเสนอขายหุ้นในราคาพาร์ก่อนขาย IPO

 

บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท 6.03  ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญ 603,000 หุ้น โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท ในราคาหุ้นละ 10.00 บาท รวมเป็นจำนวน 6.03 ล้านบาท เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วน ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้ายื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานจนถึงช่วงเสนอขาย

 

5.มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
 

 

บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ในแต่ละปี ภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและทุนสำรองอื่น

 
6.นำเงินระดมทุนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

 
บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนในครั้งนี้ประมาณ 420.72 ล้านบาท (หลังจากหักค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้แล้ว) เพื่อนำไปใช้ดังนี้

 

 

7.อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.83% (งวด 3 เดือน ปี 64)
      


รายได้และกำไรของ  SECURE ตั้งแต่ปี 61-63 และ 3 เดือน ปี 64 เป็นดังนี้

 

  ปี 61 ปี 62 ปี 63 3 เดือน ปี 64 
รายได้(ลบ.) 575.70 650.78 639.14 282.52 
กำไรสุทธิ(ลบ.)    69.65  59.44 23.55 27.78
อัตรากำไรสุทธิ(%) 12.10  9.13 3.68  9.83

 


8.มี D/E อยู่ที่ 1.23 เท่า
 

SECURE มีระดับ D/E สิ้นมี.ค.64 อยู่ที่ 1.23 เท่า


งบแสดงฐานะการเงิน สิ้นมี.ค.64 ดังนี้

สินทรัพย์รวม : 315.58 ลบ.
หนี้สินรวม :  174.09 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 141.49  ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) : 1.23 เท่า
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) : 14.47%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) : 32.43%

 

9.หลังไอพีโอ กลุ่มนามสกุลล้วนจำเริญ  ยังถือหุ้นใหญ่ 20.33%
      

หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้ว กลุ่มนามสกุลล้วนจำเริญ ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 20.33% โดยมีสัดส่วนถือหุ้นหลังไอพีโอดังนี้

 

 

10.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period จำนวน  13.86 ล้านหุ้น คิดเป็น 13.50%
    
  

สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period จำนวน 13,869,470 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.50 ของหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh