efinancethai

IPO Corner

10 ข้อน่ารู้ PQS หุ้นแป้งมัน ดีกรีผู้นำอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

10 ข้อน่ารู้ PQS หุ้นแป้งมัน ดีกรีผู้นำอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS ผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังชั้นนำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตแป้งมันสำปะหลัง พร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้การนำของ 2 ผู้บริหารไฟแรง “สมยศ ชาญจึงถาวร” รองประธานกรรมการบริหาร และ “รัฐวิรุฬห์ ชาญจึงถาวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้วยวิสัยทัศน์ มุ่งมั่นเป็นผู้ผลิตส่งออกแป้งมันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลังดัดแปร และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องในระดับชั้นนำของอาเซียน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

1.PQS ผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังชั้นนำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ปัจจุบัน PQS เป็นผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังชั้นนำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบธุรกิจหลัก คือ ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch), แป้งมันสำปะหลังดัดแปร (Modified Starch) และแป้งแปรรูปอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งส่วนอุตสาหกรรมอาหาร (Food Grade) และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแปรรูปอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหาร (Industrial Grade) โดยจัดจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อใช้ในโรงงาน และจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ผลิตและจำหน่าย สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง (Tapioca) เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหัวมันสำปะหลัง และ 2. การผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) โดยงวด 9 เดือนในปี 2565 มีสัดส่วนการผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง และการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพในสัดส่วน 98.53% และ 1.47% ตามลำดับ

2.แผนการระดมทุนขาย IPO จำนวน 170 ล้านหุ้น 

PQS เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 170 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 25.37% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ 

- ที่ปรึกษาทางการเงิน: บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด 
- ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ: บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด

- ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 5 แห่ง:
1. บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส  จำกัด (มหาชน) FSS
2. บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) PST
3. บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) UOBKH
5. บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) KGI

3.เคาะราคา IPO ที่ 6.00 บาท/หุ้น 

PQS เสนอขาย IPO ที่ระดับราคาหุ้นละ 6.00 บาท พาร์ 1 บาท และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นวันแรก 

ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 12-12.70 บาท จาก 3 ค่ายวิเคราะห์
FSS: ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี  2023 อยู่ที่ 12 บาท /หุ้น 
PST: ประเมินราคาพื้นฐานในปี 2566 ที่ 12.7 บาท/หุ้น
KGI: ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 1H67 ของบริษัทเท่ากับ 12.00 บาท /หุ้น
UOBKH: ประเมินราคาเป้ าหมายปี 2023 ที่ 12.00 บาท/หุ้น

 

4.เงินระดมทุนเตรียมใช้เป็นเงินลงทุน-ทุนหมุนเวียน

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนของ PQS ในครั้งนี้ จำนวนประมาณ 1,020 ล้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังในจังหวัดใหม่เพิ่มเติม 1 แห่ง เพื่อขยายกำลังการผลิต, 2. ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สเพิ่มเติม, 3. ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และ 4. เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต ทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานของบริษัทฯ เข้าสู่มาตรฐานสากล เพิ่มความน่าเชื่อถือในด้านภาพลักษณ์ รวมทั้งการยอมรับจากลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ 

 

5.โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลัง IPO

-กลุ่มครอบครัวชาญจึงถาวร 46.14% 
-กลุ่มครอบครัวธวัชชุติกร 19.95% 
-กลุ่มครอบครัวอื่นๆ 8.54%
-ประชาชนทั่วไป (IPO) 25.37%

 

6.จุดเด่น PQS อยู่ในทำเลดีวัตถุดิบสดใหม่ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง

สำหรับจุดเด่นของ PQS คือ มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตแป้งมันสำปะหลัง และมีโรงงานใน จ.มุกดาหาร และจ.สกลนคร ที่อยู่บนทำเลที่อุดมไปด้วยวัตถุดิบมันสำปะหลังคุณภาพจากเกษตรในพื้นที่ ส่งผลให้วัตถุดิบมีความสดใหม่อยู่เสมอ ส่งผลให้สินค้าแป้งมันสำปะหลังที่ผลิตมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในระดับสากล รวมถึงระบบบริหารจัดการที่ดีไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ทำให้มีศักยภาพในการแข่งขัน สะท้อนถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการเติบโตที่ยั่งยืน 

7.ลักษณะการประกอบธุรกิจ

PQS มีบริษัทย่อย 3 แห่ง ประกอบด้วย

1. บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช (2012) จำกัด หรือ PQS2012 ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่นเดียวกับ PQS โดยมีโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่ ต.นาแก้ว อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร

2. บริษัท พรีเมียร์ไบโอเอนเนอร์จี จำกัด หรือ PBE มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ทำธุรกิจผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียและกากมันสำปะหลังสดจากกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง มาผ่านกระบวนการหมัก เพื่อให้เกิดก๊าซเพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงภายในโรงงาน และนำก๊าซไปผลิตเพื่อจำหน่าย โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่ ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร และต.นาแก้ว อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร

3. บริษัท พรีเมียร์โมดิไฟด์สตาร์ช จำกัด หรือ PMS ทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังดัดแปร (Modified Starch) ที่เกิดจากการนำแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) มาผ่านกระบวนการเปลี่ยนคุณสมบัติทางเคมี

โดย PMS ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารโรงงาน มีความคืบหน้า 80% และอยู่ระหว่างการสั่งซื้อเครื่องจักร ซึ่งโรงงานนี้จะไม่ได้ใช้เงินจาก IPO แต่จะใช้กระแสเงินสดภายในกิจการและการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและเริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4/2566 ซึ่งสถานที่ตั้งโรงงานอยู่ที่ ต.คำป่าหลาย อ.มุกดาหาร จ.มุกดาหาร 


8.ผลการดำเนินงานเติบโตมีเสถียรภาพ

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในรอบ 3 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา (ปี 2562-2564) มีรายได้รวม 1,255.70 ล้านบาท, 1,282.05 ล้านบาท และ 2,254.03 ล้านบาทตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 65.75 ล้านบาท, 82.09 ล้านบาท และ 313.82 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งเห็นได้ว่าผลประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามทิศทางเดียวกันกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย 

ในปี 2566 คาดว่าผลประกอบการจะโตขึ้นต่อเนื่องจากปี 2565 สอดคล้องกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม อีกทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากแผนการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ส่งผลดีต่อฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้น สนับสนุนการลงทุนใหม่ๆ และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี

 

9.นโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% 

PQS มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท ภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

 

10.อุตสาหกรรมการเติบโตของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง

จากผลวิจัยพบว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังโลกมีโอกาสเติบโตประมาณ 5% ต่อปี สอดคล้องกับตลาดการแปรรูปอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมแปรรูปมันสำปะหลังและอุตสาหกรรมอาหารโลกเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน 

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก และมีเทคโนโลยีการผลิตแป้งมันขั้นสูง จึงถือได้ว่าเป็นแป้งมันของไทยมีคุณภาพสูง ซึ่งเรามองว่าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง ยังมีโอกาสเติบโต และการแข่งขันในปัจจุบัน ยังไม่เป็น Red Ocean หรือยังไม่ใช่ธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงที่สุด  ทำให้มองว่ายังมีโอกาสที่จะขยายศักยภาพการเติบโตได้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh