IPO Corner

9 ข้อน่ารู้ 'โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพีฯ(JP)' บริษัทยาและอาหารเสริม

9 ข้อน่ารู้ 'โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพีฯ(JP)' บริษัทยาและอาหารเสริม

บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JP ประกอบธุรกิจ พัฒนา ผลิต จัดจําหน่ายยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 2 พ.ย.นี้

 
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

   
1.ประกอบธุรกิจ ผลิตยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JP ประกอบธุรกิจ พัฒนา ผลิตและจําหน่ายยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวชภัณฑ์ และแอลกอฮอล์ทำความสะอาด ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า และเครื่องหมายการค้าของบริษัท 

ดำเนินธุรกิจหลัก 2 รูปแบบ คือ รับจ้างผลิตและจำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (OEM) และผลิตและจำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของบริษัท (Own Brand) ซึ่งมีตราสินค้า 4 ตรา ได้แก่ COX™, JSP™, EVITON™ และ สุภาพโอสถ™ 

สัดส่วนรายได้ แบรนด์ตัวเอง 38.31% รับจ้างผลิต  57.66%

JP ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 70 ปี จากร้านขายยาและสมุนไพรย่านหัวลำโพง "สุภาพโอสถ" ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาและขึ้นทะเบียนสำเร็จรวม 2,476 ทะเบียน


2.ขายไอพีโอจำนวน 115 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.27%
          
เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 115,000,000 หุ้น คิดเป็น 25.27% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO

 

3.เคาะราคาไอพีโอ 7 บาท คิดเป็น P/E ที่ 100 เท่า

ราคาเสนอขายหุ้นละ 7.00 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 100.01 เท่า คำนวณจากผลประกอบการในรอบ 12 เดือน (ก.ค.63 ถึง มิ.ย.64)  ซึ่งมีกำไรสุทธิ 31.85 ล้านบาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ เท่ากับ 455 ล้านหุ้น (Fully diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.07 บาท และคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 74.74 เท่า เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.09 บาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท ณ ปัจจุบันก่อนการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ จำนวน 340 ล้านหุ้น

เทียบ P/E Ratio บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และของตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เฉลี่ยในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (12 ต.ค.63 ถึง 11 ต.ค.64) ดังนี้ 

บมจ.เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO)มี P/E Ratio เท่ากับ 41.29  เท่า
บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา (IP) มี P/E Ratio เท่ากับ 59.90 เท่า
บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) มี P/E Ratio เท่ากับ 146.88 เท่า

ขายหุ้นไอพีโอ : จำนวน 115 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.27% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโออยู่ที่ 455 ล้านหุ้น
เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 0.50 บาท/หุ้น
 มูลค่าทางบัญชี :  0.60 บาท/หุ้น สิ้นมิ.ย.64
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 2 พ.ย.64
หมวดธุรกิจ : ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด และบริษัท สยาม อัลฟา แคปปิตอล จำกัด
ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บล.เอเอสแอล,บล.ไอร่า,บล.บียอนด์,บล.คิงส์ฟอร์ด และ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย)

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น
 
บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบัน 113.75 ล้านหุ้น

กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท 1.25 ล้านหุ้น
 

 

4.มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ
 
บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ในแต่ละปี ภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและทุนสำรองอื่น


5.นำเงินระดมทุนพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์

 

 

6.อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.24%  (งวด 6 เดือน ปี 64)
        
รายได้และกำไรของ  JP ตั้งแต่ปี 62-63 และงวด 6 เดือน ปี 64 เป็นดังนี้

 

  ปี 62 ปี 63 6 เดือน ปี 64 
รายได้(ลบ.) 365.53  462.74   209.54
กำไรสุทธิ (ลบ.)  23.57  31.08  19.37
อัตรากำไรสุทธิ (%) 6.44 6.71  9.24 

 

7.มี D/E อยู่ที่ 1.71 เท่า

JP มีระดับ D/E สิ้นมิ.ย.64 อยู่ที่ 1.71 เท่า
 

งบแสดงฐานะการเงิน สิ้นมิ.ย.64 ดังนี้

สินทรัพย์รวม : 554.28  ลบ.
หนี้สินรวม : 349.94 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 204.35 ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) : 1.71 เท่า
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) :7.46%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) :19.36%


8.หลังไอพีโอ กลุ่มครอบครัวแดงประเสริฐ และบริษัท บริษัท สุภาพ กรุ๊ป จำกัด ยังถือหุ้นใหญ่ 70.33%

หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้ว กลุ่มครอบครัวแดงประเสริฐ และบริษัท บริษัท สุภาพ กรุ๊ป จำกัด ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 70.33% โดยมีสัดส่วนถือหุ้นหลังไอพีโอดังนี้

 
 

9.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 89.75 ล้านหุ้น คิดเป็น 19.73%

 

สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period : จำนวน 89,750,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 19.73 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh