SMM พุ่ง 2 ซิลลิ่งติดต่อกัน รับข่าวถูก Backdoor เตรียมเปลี่ยนธุรกิจเป็นผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น "สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น" หรือ STARK จับตาราคากระดานถูกดันจนสูงกว่าราคาขายหุ้นเพิ่มทุนที่อยู่แค่ 0.60 บาท เท่านั้น
ราคาหุ้น บมจ.สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย หรือ SMM เปิดตลาดกระโดดทำซิลลิ่งติดต่อกันเป็นวันที่สองแตะ 1.54 บาท พร้อมทำสถิตินิวไฮรอบ 1 ปี 8 เดือน ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 319% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
SMM ปัจจุบันประกอบธุรกิจ 1.ผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือการ์ตูน พ็อกเกตบุ๊ค นวนิยายกำลังภายใน 2.ผลิตรายการวิทยุ3.ผลิตรายการโทรทัศน์ดาวเทียม 4.ผลิตเว็บไซต์กีฬา www.smmsport.com และแอฟพลิเคชั่น SMMSPORT LIVE 5.ขายสิทธิถ่ายทอดและบริหารการตลาดกิจกรรมกีฬา 6.รับจัดกิจกรรม 7.รับจ้างผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ 8.จัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ 9.ให้เช่าพื้นที่สำนักงานและอื่นๆ
ในปี 60 SMM มีสัดส่วนรายได้มาจาก ธุรกิจหนังสือ 34.09% ธุรกิจมัลติมีเดีย 11.29% รายได้จากการขายสิทธิถ่ายทอดสดและบริหารการตลาดกิจกรรมกีฬา 47.30% ธุรกิจย่อยอื่นๆ 4.65% และรายได้อื่น 2.67%
ล่าสุด SMM มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ นายอภินันทน์ ฮ้อแสงชัย ด้วยสัดส่วนถือหุ้น 22.39% น.ส.อัญชลีพร ธีระสินธุ์ 13.12% และมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย 1,520 ราย คิดเป็นสัดส่วนถือหุ้น 45.39%
ผลประกอบการของ SMM ในช่วงที่ผ่านมาอ่อนแออย่างมาก โดยขาดทุนสุทธิมาตลอดปี 57 - 60 ที่ 8 ล้านบาท 36 ล้านบาท 158 ล้านบาท 78 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่งวด 9 เดือนปี 61 ขาดทุนสุทธิไปแล้วที่ 103 ล้านบาท จากความอ่อนแอของธุรกิจหนังสือและสื่อ แม้บริษัทจะลดค่าใช้จ่ายทุกประเภทแล้วก็ตาม จนราคาหุ้นเคยลงไปทำจุดต่ำสุดของปี 61 ที่ 0.68 บาท ในเดือนก.ค.
วันนี้ราคาหุ้น SMM พุ่งติดซิลลิ่งติดต่อกันเป็นวันที่สอง หลังแจ้งข่าวเตรียมโอนกิจการเดิมให้บริษัทย่อยที่ตั้งขึ้นใหม่ พร้อมเพิ่มทุน 2 หมื่นล้านหุ้นเปิดทางให้ ทีม เอ โฮลดิ้ง 2 ผู้ถือหุ้นธุรกิจผลิตสายไฟฟ้าชื่อดังเข้า Backdoor Listing เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น 29 มี.ค.นี้
SMM แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุ ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยจะโอนกิจการสื่อบางส่วน รวมถึงสินทรัพย์ หนี้สินทางการค้า และหนี้เงินกู้ที่ไม่ติดเงื่อนไข ให้แก่บริษัทย่อยที่ตั้งขึ้นใหม่ โดยจะเริ่มและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/62 และเปลี่ยนไปประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นแทน
โดยจะเปิดทางให้บริษัท ทีม เอ โฮลดิ้ง 2 จำกัด หรือ TAH2 ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) หรือ PDITL ผู้ผลิตสายไฟชื่อดังมูลค่ากว่า 1.29 หมื่นล้านบาท เข้าจดทะเบียนหลักทรัพย์โดยทางอ้อม(Backdoor Listing) โดย SMM จะออกหุ้นเพิ่มทุน 2.25 หมื่นล้านหุ้น เพื่อจัดสรร 2.15 หมื่นล้านหุ้นให้ทีม เอ โฮลดิ้ง 2 เพื่อเป็นค่าตอบแทนโอนกิจการทั้งหมดและเสนอขายให้แก่ นายรีวิน เพทายบรรลือ และนายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.ซิงเกิ้ล พอยท์ พาร์ท (ประเทศไทย) หรือ SPPT ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.60 บาท ซึ่งทั้งสองรายจะเข้ามาถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วน 4.38%
กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 มี.ค. 62 และจะเปลี่ยนชื่อเป็น "สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น" หรือ STARK เพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล
จากการสำรวจของผู้สื่อข่าวพบว่า ผลประกอบการของบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายสายไฟฟ้าที่ใกล้เคียงกับธุรกิจใหม่ของ SMM เช่น CTW และ CSS ปัจจุบันถือว่าทำได้เพียงทรงตัวเท่านั้น แต่มีข้อได้เปรียบคือธุรกิจใหม่ของ SMM จะมีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ต้องจับตาคือราคาหุ้นเพิ่มทุนที่ขายให้กับ TAH2 เพียง 0.60 บาท ต่ำกว่าราคาบนกระดานขณะนี้อย่างมาก
ทั้งนี้ธุรกิจหลักของ ทีม เอ โฮลดิ้ง 2 มาจาก บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ PDITL ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสายไฟและสายเคเบิ้ลแบรนด์ PHELPS DODGE ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ซึ่งจากจำนวนหุ้นที่ SMM รับโอนมาถือว่า PDITL มีมูลค่าสูงถึง 1.29 หมื่นล้านบาท
โดยมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจใกล้เคียงในตลาดหลักทรัพย์คือ 1.บมจ.จรุงไทยไวร์แอนด์เคเบิ้ล หรือ CTW ปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 3,143.46 ล้านบาท มีผลประกอบการค่อนข้างทรงตัว โดยในปี 59 มีกำไรสุทธิ 281 ล้านบาท ปี 60 มีกำไรสุทธิที่ 280 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิ 242 ล้านบาท โต 2.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
2.บมจ.คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น หรือ CSS ปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 2,257.42 ล้านบาท ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายสายไฟ PHELPS DODGE มีกำไรสุทธิผันผวนในปี 58 - 60 อยู่ที่ 248 ล้านบาท 169 ล้านบาท และ 203 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่งวด 9 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 20.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
แม้ธุรกิจใหม่ของ SMM จะมีความได้เปรียบคือเป็นผู้ผลิตสายไฟรายใหญ่ที่มีชื่อเสียง อาจทำให้พื้นฐานธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากกว่า CTW และ CSS ที่ดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกัน และดีกว่าธุรกิจหนังสือและสื่อที่เป็นขาลง แต่จากราคาหุ้นเพิ่มทุนที่ต่ำเพียง 0.60 บาท/หุ้น เมื่อเทียบกับราคาบนกระดานวันนี้ที่ 1.54 บาท นับว่าเป็นการซื้ออนาคตที่ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร