นักลงทุนเฝ้าจับตาการประกาศงบของกลุ่มเอสซีจีกันอย่างคึกคัก หลังจากโบรกเกอร์หลายสำนักคาดว่าภายในช่วงสัปดาห์นี้จะมีการทยอยรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/69 ของทั้ง 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP และบริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ภายในวันที่ 21 ก.ค.69 ก่อนปิดท้ายที่บริษัทแม่อย่าง “บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC” ภายในวันที่ 22 ก.ค.69
ทั้งนี้โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ออกมาคาดการณ์ทิศทางกำไรทั้งกลุ่มอาจไม่หวือหวานัก โดยเฉพาะตัว SCC และ SCGD เนื่องจากไม่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่า CAP เหมือนช่วงไตรมาส 2/68 ประกอบกับผลกระทบจากสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อย่าง SCGP ยังคงแนวโน้มการเติบโตที่ดี และคาดว่าอัตรากำไรจะยังเป็นบวกได้
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จึงรวบรวมข้อมูลคาดการณ์ที่สำคัญในงวดไตรมาส 2/69 อาทิ กำไรสุทธิ,ปัจจัยบวกและปัจจัยลบ รวมถึงราคาเป้าหมาย ของทั้ง 3 บริษัทในกลุ่มเอสซีจีมาให้ผู้ลงทุนได้พิจารณากัน
คาดการณ์กำไรไตรมาส 2/69 ของ 3 บริษัทในกลุ่ม
1.SCC นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิอยู่ในช่วง 7,250 – 9,268 ล้านบาท หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จะปรับตัวลดลง เนื่องจากใน Q2/2568 บริษัทมีการบันทึกกำไรพิเศษก้อนโตจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนใน CAP ซึ่งปีนี้ไม่มีรายการดังกล่าว ประกอบกับได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบผันผวน
2.SCGP นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิอยู่ในช่วง 1,593 – 2,100 ล้านบาท โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์ถือเป็น “หัวหอกสร้างกำไร” ในไตรมาสนี้ โดยโบรกเกอร์คาดว่า SCGP จะรายงานกำไรเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ ได้รับแรงหนุนจากปริมาณความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ฟื้นตัวในภูมิภาคความสามารถในการปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผลการดำเนินงานของบริษัทลูกในต่างประเทศ (เช่น อินโดนีเซีย) ปรับตัวดีขึ้นกว่าคาด
3.SCGD นักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดทุนในช่วง 279 – 295 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลในช่วงไตรมาส 2 ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันและเริ่มเข้าสู่หน้าฝน ซึ่งกระทบต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งและกระเบื้องเซรามิก
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าราคาหุ้นในกลุ่มเอสซีจีได้สะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเคมีที่มีสัญญาณผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งการประกาศงบในรอบนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยยืนยันการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังปี 69 ต่อไป