ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 คาดการณ์ว่าหากประเทศไทยมีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ จะส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจพุ่งสูงถึง 68,635 ล้านบาท
เมื่อเจาะลึกโครงสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท พบว่าแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ
เงินในระบบเศรษฐกิจ 21,061 ล้านบาท เป็นการจับจ่ายใช้สอยจริงของประชาชน โดยสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มนอกบ้านครองแชมป์รายจ่ายอันดับ 1 ตามด้วยเสื้อผ้าชุดกีฬา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เงินนอกระบบ / พนันบอล 47,574 ล้านบาท แม้ภาพรวมประชาชนจะระมัดระวังการใช้จ่ายจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา แต่เม็ดเงินพนันบอลยังคงเติบโต เนื่องจากแพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้การเข้าถึงง่ายขึ้นกว่าในอดีต
ด้านพฤติกรรมการรับชม แฟนบอลชาวไทยต้องเผชิญข้อจำกัดเรื่องเวลาเนื่องจากประเทศเจ้าภาพ (สหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก) อยู่ในโซนอเมริกาเหนือ ทำให้เวลาแข่งขันตรงกับช่วงดึกถึงเช้ามืดของไทย
ผลสำรวจระบุว่า แฟนบอลมีความพร้อมในการรับชมช่วงเวลา 23.00–00.00 น. สูงถึง 60% แต่ความพร้อมจะดิ่งลงเหลือเพียง 24-32% หากเป็นแมตช์การแข่งขันช่วงเวลาตี 3 ถึงตี 4 ส่งผลให้พฤติกรรมการชมฟุตบอลโลกครั้งนี้เน้นการดูอยู่ที่บ้านเป็นหลัก มากกว่าการออกไปสังสรรค์ตามร้านอาหาร นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนและช่องทางสตรีมมิ่ง ได้กลายเป็นช่องทางหลักที่คนเลือกใช้รับชม แซงหน้าหน้าจอโทรทัศน์แบบเดิมเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้จากการสำรวจ พบว่า 5 ทีมแรกที่เชียร์มากที่สุด คือ 1.สเปน 2.บราซิล 3.ฝรั่งเศส 4.เยอรมนี และ 5.อังกฤษ ส่วนทีมที่คาดว่าจะได้แชมป์ คือ 1.สเปน 2.ฝรั่งเศส 2.อังกฤษ 4.เยอรมนี และ 5.อังกฤษ
ขณะเดียวกัน จากการสำรวจ ยังพบว่า พฤติกรรมการเล่นพนันบอลในช่วง FIFA World Cup 2026 โดยรูปแบบในการเล่นพนันบอล ประกอบด้วย เงินสด 50.7% อาหาร 24.6% สิ่งของ 24.6% และอื่นๆ 0.9% และพฤติกรรมการเล่น พบว่า เล่นทุกนัด มีสัดส่วน 31.6% เล่นบางนัด 8.8% และ เล่นเฉพาะทีมที่ชอบ 59.7%
โดย สาเหตุการเล่น เพื่อความสนุกสูงถึง 52.5% เพื่อนชวน 29.5% รางวัลจากการพนัน 16.7% และ เป็นแฟชั่น 1.3% และการเข้าถึงการพนันฟุตบอลในปัจจุบัน จากการสำรวจ พบว่า เข้าถึงง่าย 56% เหมือนเดิม 27.2% เข้าถึงง่ายขึ้น 16.1% เข้าถึงยาก 0.5% และเข้าถึงยากขึ้น 0.2%
ขณะที่ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
ผลกระทบด้านบวก ประกอบด้วย ดังนี้
1.กระตุ้นเยาวชนให้หันมาสนใจข่าวกีฬามากขึ้น คิดเป็น 45.7%
2.ช่วยลดความเครียดจากการเรียนหรือการทำงาน มากถึง 43.9%
3.มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น มากถึง 43.9%
4.เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว สูงถึง 41.7%
5.ราคาสินค้าที่เกี่ยวกับฟุตบอลโลกเพิ่มสูงขึ้น มากถึง 38.9%
6.ช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นในช่วงบอลโลก สูงถึง 36.7%
7.กระตุ้นให้วงการฟุตบอลไทยมีโอกาสเล่นในระดับโลก สูงถึง 24.6%
ขณะที่ผลกระทบด้านลบ ดังนี้
1.ก่อให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้น 71%
2.อุบัติเหตุจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 65.2%
3.ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือ การเรียนลดลง 63%
4.มีการหยุดงานมากขึ้น 62.9%
5.อุบัติเหตุจากการพักผ่อนน้อย 61.9%
6.ปัญหาอาชญากรรม หรือ โจรกรรมเพิ่ม 61.8%
7.ก่อให้เกิดการพนันผิดกฎหมายมากขึ้น 35%