efin Review

ส่องหุ้นน้องใหม่ปี64 กำไรดีหรือไม่?

ส่องหุ้นน้องใหม่ปี64 กำไรดีหรือไม่?

      เข้าสู่ช่วงต้นเดือนก.ย.แล้ว สำหรับตลาดหุ้นไทยปี 64 ที่ตลอดทั้ง 8 เดือนที่ผ่านมา มีวิกฤติโควิด-19 คอยตามกดดันอยู่หลายระลอก แต่สิ่งที่น่าจับตามองในปีนี้คงหนีไม่พ้นการเข้าระดมทุนของบริษัทน้องใหม่ที่ดาหน้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งหุ้นขนาดใหญ่อย่าง OR ที่ทำลายสถิติหุ้นไอพีโอในหลายๆด้าน และหุ้นขนาดกลาง-เล็กเข้ามาอีกหลายบริษัท  

     "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงได้รวบรวมผลงานของ 20 หุ้นน้องใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 64 ว่าทิศทางของกำไรสอดคล้องกับราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่งแม้หลายบริษัทยังสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมาย แต่ก็ยังมีบางบริษัทที่กำไรออกมาลดลงหรือถือว่าพลาดเป้า

 

 

    โดยเริ่มจาก บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ผู้ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ ซึ่งถือว่าโชว์ฟอร์มเจ๋งที่สุดของหุ้นน้องใหม่ปี64 เพราะราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 233% โดยมาอยู่ที่ 17 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 5.1 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วกว่า 68.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นอกจากนี้ล่าสุดยังมีประเด็นที่ TQR เตรียมจับมือพันธมิตรรุกขายประกันภัยกัญชง-กัญชาอีกด้วย ซึ่งไม่รู้ว่างานนี้ราคาหุ้นจะวิ่งฉิวต่อเนื่องรึเปล่า

    รองลงมาคือ บริษัท แอดเทค ฮับ จำกัด (มหาชน) หรือ ADD ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการระบบสนับสนุนบริการดิจิทัลคอนเทนต์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งร้องแรงไม่แพ้กัน โดยราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 152% โดยมาอยู่ที่ 27.75 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 11 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 51.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ส่วนบริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศรถยนต์ทดแทนให้แก่ลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 137% โดยมาอยู่ที่ 3.32 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 1.4 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 60.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.89% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ด้านบริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ PROEN ผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร พบว่าราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 121% โดยมาอยู่ที่ 7.2 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 3.25 บาท สวนทางกับผลงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ทำกำไรสุทธิได้เพียง 20.22 ล้านบาท หรือลดลง 11.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน งานนี้ยังต้องจับตามองว่าช่วงครึ่งปีหลังจะตีตื้นได้หรือไม่

    ถัดมาบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและให้บริการด้านระบบบริหารจัดการเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 117% โดยมาอยู่ที่ 16.3 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 7.5 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 79.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ฝั่งบริษัท วินเนอร์ยี่ เมดิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ WINMED ผู้ดำเนินธุรกิจผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องอุปกรณ์การตรวจวิเคราะห์และการบำบัดรักษาทางการแพทย์ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 117% โดยมาอยู่ที่ 6.75 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 3.1 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำได้พลาดเป้าเช่นกัน โดยทำกำไรสุทธิได้เพียง 14.47 ล้านบาท หรือลดลง 11.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ด้านบริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์เช่นกัน พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 108% โดยมาอยู่ที่ 15 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 7.2 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 74.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน งานนี้ถือว่าทำผลงานได้สมกับราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไปก่อนหน้านี้เลยจริงๆ

    ถัดมาบริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL ผู้ดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป เช่น แซนด์วิชอบร้อน เบเกอรี ขนมขบเคี้ยว วางจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อ 7-11 และยังเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ผักแช่แข็ง พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 100% โดยมาอยู่ที่ 24 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 12 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ส่วนบริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ MENA ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าด้วยรถลากจูงหรือรถเทรลเลอร์ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 70% โดยมาอยู่ที่ 2.04 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 1.2 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 21.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.02% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ด้านบริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด (มหาชน) หรือ SECURE ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 67.19% โดยมาอยู่ที่ 26.75 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 16 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 46.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 432% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เรียกว่าโชว์ฟอร์มดีสุดๆสำหรับหุ้นตัวนี้

    ขณะที่หุ้นใหญ่อย่างบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 63.89% โดยมาอยู่ที่ 29.5 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 18 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 7,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS ผู้ดำเนินธุรกิจบริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 47% โดยมาอยู่ที่ 2.94 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 2 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 36.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 785% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว เช่น เยลลี่พร้อมดื่มและเยลลี่คาราจีแนน ภายใต้ตราสินค้าเจเล่ ปลาหมึกอบ ปลาหมึกเส้น และปลาเส้น ภายใต้ตราสินค้าเบนโตะ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 38.04% โดยมาอยู่ที่ 12.7 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 9.2 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,037% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งงานนี้เรียกว่า SNNP ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง หลังทำผลงานเติบโตได้หลายเท่าตัว

    ด้านบริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 35.56% โดยมาอยู่ที่ 12.2 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 9 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกถือว่าพลาดเป้า เพราะทำกำไรสุทธิไปได้เพียง 75.53 ล้านบาท หรือลดลง 21.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ส่วนบริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย โดยพบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 13.1% โดยมาอยู่ที่ 1.64 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 1.45 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 1.75 ล้านบาท ลดลง -75.24% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ฟากบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อ ให้บริการเช่าซื้อ และให้บริการนายหน้าประกันวินาศภัย นายหน้าประกันชีวิตและบริการที่เกี่ยวเนี่องอื่น ๆ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 5.48% โดยมาอยู่ที่ 38.5 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 36.5 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 1,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.85% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ด้านบริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMR ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการงานวิศวกรรมออกแบบและเชื่อมต่อระบบไอทีโซลูชั่น รวมถึงบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงแบบครบวงจร พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวลดลง 0.72% โดยมาอยู่ที่ 6.85 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 6.9 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 79.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ส่วนบริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวลดลง -3.6% โดยมาอยู่ที่ 2.68 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 2.78 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 53.76 ล้านบาท ลดลง 41.84% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    ด้านบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ผู้ดำเนินธุรกิจ Holding Company โดยมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักเกี่ยวกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งประเภท โครงการคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวลดลง -10.9% โดยมาอยู่ที่ 8.75 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 9.82 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    สุดท้ายบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ พบราคาหุ้นในช่วงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจนถึงล่าสุด (27 ส.ค.64) ปรับตัวลดลง 20% โดยมาอยู่ที่ 12.8 บาท จากราคาไอพีโอที่ระดับ 16 บาท ส่วนผลงานในช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิไปแล้วราว 206 ล้านบาท ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh