efin Review

โควิด ฉุดจีดีพีปี 64 มากแค่ไหน?

โควิด ฉุดจีดีพีปี 64 มากแค่ไหน?

     ผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 64 ที่ยังโดยโควิด-19 กระทบมาหลายระลอก จนหลายสำนักเศรษฐกิจต้องออกมาปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ (จีดีพี) ครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งล่าสุดหลายสำนักก็ปรับลดลงจนติดลบไปบ้าง จากเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะขยายตัวได้ 3-4%

    สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของแต่ละสำนัก โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

 

***ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย 

    ม.หอการค้าไทย ได้ปรับประมาณการจีดีพี ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยหั่นจีดีพีปีนี้เป็นติดลบ 2 ถึง 0% จากต้นปีคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8% โดยมีปัจจัยกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง รวมถึงรัฐบาลประกาศขยายพื้นที่ล็อกดาวน์เพิ่มเป็น 29 จังหวัด โดยเบื้องต้น ต้นจากมาตรการล็อกดาวน์ดังกล่าว จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. หายไปประมาณ 5-7 แสนล้านบาท จากเดิมคาดกิจกรรมทางเศรษฐกิจหายไป 2-3 แสนล้านบาท

 

***คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) 

    ขณะที่ กกร. ซึ่งประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้ปรับประมาณการใหม่เป็นติดลบ 1.5 ถึง 0% จากเดิมเมื่อต้นปีที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.5-3.5% โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีจึงอยู่ในภาวะที่ฟื้นตัวได้ยาก และ เป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีจะหดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน และทำให้เศรษฐกิจไทยปี 64 ถดถอยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งก็ตาม

 

***ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 

    ได้หั่นเป้าจีดีพีปีนี้ลงเหลือ -0.5% ซึ่งก่อนหน้าก็ได้มีการปรับประมาณการลงมาต่อเนื่อง จากต้นปีที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.6% โดยยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การควบคุมการระบาดในภาคการผลิต โดยคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะแตะระดับสูงสุดในเดือน ก.ย. และจะค่อยๆ ลดจำนวนลง แต่กว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้หรือมีจำนวนผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 1,000 คนต่อวัน คาดว่าจะไม่เร็วไปกว่าไตรมาสที่ 4

 

***บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส 
    
    คาดจีดีพีไทยปีนี้จะติดลบ 0.4% โดยคาดว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะอ่อนตัวลงจากช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาส 3/64 คาดจีดีพีจะพลิกกลับมาหดตัว 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยถูกกดดันจากโควิด-19 คาดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มขึ้น และคาดว่ารัฐบาลจะยังคุมเข้มกิจกรรมเศรษฐกิจต่อไปจนถึงสิ้นไตรมาส 3/64

 

***TTB analytics 

    TTB เห็นว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงและกระจายเป็นวงกว้าง นำไปสู่การใช้มาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็น 77% ของจีดีพีประเทศ ดังนั้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบต่อเนื่อง และทรุดลง TTB analytic จึงได้ปรับประมาณการจีดีพีปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 0.3% เท่านั้น ขณะที่ต้นปีที่ผ่านมาเคยคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.4%

 

***Krungthai COMPASS 

    ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ ขยายตัว 0.5% โดยคาดว่ามาตรการควบคุมโรคแบบกึ่งล็อกดาวน์อาจลากยาวอย่างน้อย 2 เดือน (หรือจนถึงสิ้นเดือน ก.ย.) ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงตลอดช่วงที่เหลือของปีตามการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มหดตัว ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำค่อนข้างมาก จากการระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ Delta ซึ่งมีความสามารถในการแพร่กระจายโรคได้รวดเร็วกว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม

 

***ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

    ได้ปรับลดการประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงเหลือโต 0.7% ขณะที่เมื่อตอนต้นปีคาดว่าจะขยายตัวได้ 3% ส่วนการปรับลดครั้งนี้ ได้รวมมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 รอบล่าสุดที่ยกระดับพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด เข้าไว้แล้ว รวมถึงมาตรการเยียวยาของรัฐบาลที่ออกมาเพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยจะมีแรงกดดันอยู่มาก แต่ยังมีเครื่องยนต์อื่นๆ ที่พยุงเศรษฐกิจได้ เช่น การส่งออกสินค้าที่ขยายตัวดีตามอุปสงค์จากต่างประเทศที่สถานการณ์เบากว่าไทย ภาคการคลังที่ออกเม็ดเงินเยียวยาต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดทอนผลกระทบจากการคุมระบาด ซึ่งก็มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ รวมถึงการคุมการระบาดและเร่งผ่อนคลายมาตรการลดการเคลื่อนที่ ซึ่งถ้าหากสามารถผ่อนคลายได้ไม่ช้าไปกว่าต้นไตรมาส 4 ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยไม่หดตัวในปีนี้

 

***SCB EIC 

    EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะขยายตัวในกรณีฐานที่ 0.9% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่พึ่งพาการส่งออกและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นสำคัญ ขณะที่การระบาดในประเทศอย่างต่อเนื่องได้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการใช้จ่ายของประชาชนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงทำให้ปัญหาแผลเป็นเศรษฐกิจด้านการเปิดปิดกิจการ ตลาดแรงงาน และภาระหนี้ ปรับแย่ลง จึงทำให้เศรษฐกิจยังมีแนวโน้มซบเซาและฟื้นตัวช้า ขณะที่ต้นปีที่ผ่านมา EIC เคยประมาณการไว้ 2.6%

 

***สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 

    สศช.ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ 0.7-1.2% ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจาก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก แรงขับเคลื่อนจากการการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ ฐานการขยายตัวที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าปกติ โดยหากย้อนไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สศช.เคยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.5-3.5%

 

***สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) 

    ด้านสศค. ได้หั่นประมาณการเศรษฐกิจไทยล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค. คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.3% จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ คงมีการปรับประมาณการลงมาอีกแน่นอน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากตัวเลขล่าสุดนั้น เป็นตัวเลขการประมาณการเมื่อเดือน ก.ค. ขณะที่สำนักอื่นๆ ได้ประเมินใหม่และเป็นตัวเลขอัพเดทเมื่อเดือน ส.ค. แล้ว ดังนั้น หากไม่มีอะไรผิดคาด เชื่อว่า ในเร็วๆนี้ สศค. น่าจะมีการทบทวนประมาณการใหม่อีกครั้ง

 

    ดูเหมือนว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเหลือเพียงเครื่องยนต์การส่งออกเท่านั้น ที่จะทำให้ตัวเลขยังคงเป็นบวกไปได้ แต่หากยอดผู้ติดเชื้อยังคงสูงต่อเนื่องไปจนถึงเดือนก.ย. ทำให้ต้องขยายการล็อกดาวน์ไปจนถึงสิ้นไตรมาส 3/64 นี้ และการกระจายวัคซีนล่าช้า รวมถึงถูกซ้ำเติมหนักหากโควิด-19 กระทบไปยังภาคการผลิตด้วย จะฉุดให้เศรษฐกิจทั้งปีนี้หดตัว เรียกว่าวิกฤตโควิดทำให้เราอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นครั้งแรกหลังวิกฤตเศรษฐกิจในปี 40  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh