efin Review

เปิดเป้าหมาย 10 หุ้นยักษ์ใหญ่โรงไฟฟ้าไทย

เปิดเป้าหมาย 10 หุ้นยักษ์ใหญ่โรงไฟฟ้าไทย

     หุ้น "โรงไฟฟ้า" กลับเข้ามาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนได้อีกครั้ง หลังหลายบริษัทสวนกระแสประกาศเดินหน้าขยายการลงทุน-ไล่ช้อปไล่ซื้อกิจการท่ามกลางเศรษฐกิจยามวิกฤติโควิด-19 ที่หลายอุตสาหกรรมต่างได้รับผลกระทบไปตามๆกัน ขณะที่ภาพรวมของหุ้นโรงไฟฟ้าก็คือเป็นหุ้น “Defensive” ที่มีผลการดำเนินงานสม่ำเสมอไม่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจหรือธุรกิจที่มีความมั่นคงในยุคโควิด จึงทำให้หลายตัวในกลุ่มนี้กลายเป็นดาวเด่นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก

    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงได้รวบรวมข้อมูลเป้าหมายของ 10 ยักษ์ใหญ่หุ้นโรงไฟฟ้าไทย ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีการกำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าให้เติบโตขึ้นในอนาคต โดยมีเป้าหมายกำลังการผลิตรวมเป็น 60,248 เมกะวัตต์ (MW) จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวม 36,242 MW ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมกันไม่น้อยกว่า 568,500-654,500 ล้านบาท

 

 

1.EGCO

    บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 7,016 MW ภายในปี 64 มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 37,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 6,016 MW ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 29 แห่ง 

    โดยโรงไฟฟ้าและโครงการต่างๆ ตั้งอยู่ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย,สปป.ลาว,ฟิลิปปินส์,อินโดนีเซีย,ออสเตรเลีย,เกาหลีใต้,ไต้หวัน และสหรัฐฯ ซึ่งผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงหลายประเภททั้งก๊าซธรรมชาติ,แอลเอ็นจี,ถ่านหิน,ชีวมวล,พลังงานน้ำ,พลังงานแสงอาทิตย์,พลังงานลม,พลังงานความร้อนใต้พิภพ และเซลล์เชื้อเพลิง โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและ Smart Energy Solution รวมกันประมาณ 25% ของกำลังการผลิตทั้งหมดภายในปี 73

 

2.RATCH

    บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 10,000 MW ภายในปี 68 หรือคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 80,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 8,300 MW 

    โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้กระกาศเพิ่มทุนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯราว 3 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินโดนีเซีย ขนาดกำลังการผลิต 2,045 MW และการลงทุนซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าที่อยู่ในแผนเข้ามาเพิ่มเติมอีกหลายโครงการในอนาคตโดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

3.GPSC

    บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 8,000 MW ภายในปี 73 ซึ่งมูลค่าเงินลงทุนบริษัทไม่ได้มีการตั้งเป้าหมายไว้จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 6,613 MW โดย GPSC ยังอยู่ระหว่างการแสวงหาการขยายกำลังการผลิตทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง มีทั้งพลังงานหลักและพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งเทคโนโลยีด้านพลังงาน โดยในส่วนของพลังงานหมุนเวียนตั้งเป้าจะขยายกำลังการผลิต 8,000 MWตามเป้าหมายของกลุ่มปตท.ภายในปี 73


 

4.GULF

    บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 14,350 MW ภายในปี 70 หรือคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 90,000-110,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 7,072 MW 

    โดย GULF ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีโปรเจ็กโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่กำลังทยอยก่อสร้างและแล้วเสร็จต่อเนื่องในช่วงปี 64-70 อาทิ โรงไฟฟ้า IPP กัลฟ์ ศรีราชา กำลังผลิต 2,650 MW,โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เวียดนาม 2 แห่ง กำลังผลิตรวม 228 MW,โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่โอมานกำลังผลิต 326 MW ,โรงไฟฟ้ากัลฟ์ปลวกแดงกำลังผลิต 2,650 MW ,โรงไฟฟ้าหินกองกำลังผลิต 1,400 MW,โรงไฟฟ้าก๊าซ LNG ที่เวียดนาม กำลังผลิต 6,000 MW และโรงไฟฟ้าบูรพากำลังการผลิต 540 MW 

    นอกจากนี้บริษัทยังมองโอกาสในการขยายธุรกิจไปภูมิภาคอื่นๆ เช่น ในทวีปยุโรป,อังกฤษ และเวียดนาม โดยมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งโครงการ Greenfield และโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว รวมถึงการเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ


 

5.BGRIM

    บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 10,000 MW ภายในปี 73 หรือคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 250,000-300,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 3,058 MW ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 48 โครงการ 

    โดย BGRIM วางยุทธศาสตร์ก้าวสู่ผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกด้วยโมเดลธุรกิจด้านดิจิทัลและพลังงานสะอาด ซึ่งตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานสะอาดภายใต้รูปแบบสัมปทานกับภาครัฐในประเทศต่างๆทั่วโลก (B2G) พร้อมเน้นการพัฒนาโครงการใหม่หรือการเข้าซื้อกิจการทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ เช่น สปป.ลาว, เวียดนาม, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, กัมพูชา และฟิลิปปินส์ เป็นต้น


 

6.BPP

    บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 5,300 MW ภายในปี 68 ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนในช่วง 5 ปีเฉลี่ยประมาณ 200-300 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 32,000-48,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 2,900 MW โดย BPP มองหาโอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของแผนการลงทุนในต่างประเทศมีเป้าหมายกระจายการลงทุนทั้งในประเทศออสเตรเลีย,จีน,ญี่ปุ่น,เวียดนาม และสหรัฐฯ


 

7.SPCG

    บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 1,000 MW ภายในปี 69 หรือคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 23,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 500 MW โดย SPCG มีโปรเจ็กใหญ่จากแผนการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยมีเป้าหมายกำลังการผลิตระยะแรกไม่น้อยกว่า 500 MW ตั้งแต่ปี 64-69


 

8.SUPER

    บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 3,000 MW ภายในปี 65 หรือคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 1,536 MW โดย SUPER อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 421 MW และมีแผนการซื้อกิจการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีเป้าหมายในภูมิภาคอาเซียน อาทิ กัมพูชา,ฟิลิปปินส์,อินโดนีเซีย รวมถึงไต้หวันและญี่ปุ่น


 

9.ACE

    บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 1,000 MW ภายในปี 67 หรือคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนโครงการที่มีอยู่ประมาณ 12,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 247.43 MW และมีกำลังการผลิตติดตั้งที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 202.14 MW รวมเป็นกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 449.57 MW โดย ACE ยังอยู่ระหว่างเจรจาดีลซื้อกิจการโรงไฟฟ้าอีกหลายดีลเพื่อขยายฐานธุรกิจเพิ่มเติม รวมถึงโอกาสจากการเข้าลงทุนใหม่ๆทั้งในส่วนการเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง 150 MW และโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 400 MW


 

10.TPIPP

    บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 582 MW ภายในปี 68 หรือคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนโครงการที่มีอยู่ประมาณ 24,500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 440 MW โดย TPIPP จะกำลังการผลิตเพิ่มจากโครงการโรงไฟฟ้าขยะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) สงขลา ขนาดกำลังการผลิต 7.92 MW และโครงการโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยระยะที่ 2 ของเทศบาลนครนครราชสีมา กำลังการผลิต 9.9 MW และการเข้าไปประมูลโรงไฟฟ้า VSPP เพิ่มอีกจำนวน 9 โครงการ รวมถึงปรับการขายไฟของโรงไฟฟ้า TG7 กำลังการผลิต 40 MW ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แทนโรงงานปูนซีเมนต์ของบริษัทแม่







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh