efin Review

เปิดอาณาจักร “TQM” นักซื้อกิจการมือทอง

เปิดอาณาจักร “TQM” นักซื้อกิจการมือทอง

  หนึ่งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ร้อนแรงติดอันดับต้นๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือ  บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ TQM ที่หลังจากเข้าตลาดหุ้นมาเมื่อปลายปี 2561 ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนจากราคาจองที่ 23 บาท/หุ้น จนมาถึงระดับเลข 3 หลัก ในเวลาเพียงไม่กี่ปี 

    วันนี้ทาง "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"  จึงได้นำข้อมูลที่น่าสนใจของ “TQM” ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท มาจนเป็นบจ.ที่ราคาหลักร้อยได้ในปัจจุบันว่ามีความเป็นมาอย่างไร และอาณาจักรของ TQM ณ เวลานี้ ยิ่งใหญ่มากน้อยเพียงใด  
    
    บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ TQM ถือกำเนิดในปี 2496 โดย คุณเอ็กเซี้ยง แซ่แต้ และคุณกวง แซ่แต้ ซึ่งเป็นปู่ และ บิดาของคุณอัญชลิน พรรณนิภา ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยขายผลิตภัณฑ์  ประกันวินาศภัย เช่น ประกันอัคคีภัยให้กับบริษัทมุยอาประกันภัย จำกัด หรือ ซึ่งเดิมเป็น บริษัทประกันวินาศภัย ในกลุ่มของบริษัท เอไอเอ จำกัด ในปัจจุบัน โดยดำเนินธุรกิจภาย ใต้แนวคิดเกียงซิง ซึ่งมีความหมายว่า ความมั่นคง และ ความน่าเชื่อถือ จนกระทั่งมาในปี 54 ได้ก่อตั้ง บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น
 

***เดินหน้าเข้าระดมทุนในตลาดฯ

    20 ธันวาคม 2561 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลังทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 75 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 25% ของหุ้นทั้งหมด ซึ่งราคาเสนอขาย 23 บาท/หุ้น โดยรวมมูลค่าการเสนอขาย 1,725 ล้านบาท ซึ่งเข้าเทรด SET หมวดประกันภัยและประกันชีวิต ซึ่งใน SET ยังไม่มีบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็น “นายหน้าประกันภัยและประกันชีวิต”

***ราคาหุ้นวิ่งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่

    ตั้งแต่เข้าตลาดมา ราคาหุ้นของ TQM พุ่งขึ้นต่อเนื่อง อะไร คือ สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผลการดำเนินงานที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งรายได้ กำไร ยอดขาย ตลอดจนการเข้าลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ

    เริ่มด้วย การควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions) หรือ M&A ประกอบด้วย บริษัท ที เจ เอ็น อินชัวร์รันส์โบรกเกอร์ จำกัด(TJN) เข้าถือหุ้น 99.99% โดยเป็นประเภทธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย

    บริษัท ทีโอ 2020 จำกัด เข้าถือหุ้น 99.99% โดยลงทุนในต่างประเทศ

    บริษัท ทรู ไลฟ์ โบรกเกอร์ จำกัด เข้าถือหุ้น 51% ประกอบธุรกิจด้านนายหน้าประกันชีวิต

    บริษัท ทรู เอ็กซ์ตร้า โบรกเกอร์ จำกัด เข้าถือหุ้น 51% ประกอบธุรกิจด้านนายหน้าประกันวินาศภัย

    ส่วนการร่วมทุน(Joint Venture) หรือ JV มีเพียง 1 ดีล คือ บริษัท ชัวร์ครับ.คอม จำกัด เข้าถือหุ้น60% โดยเป็นการจัดการแอพพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มออนไลน์

***ซุ่มเก็บอีก 3 ดีล

    อย่างไรก็ตาม แม้ล่าสุดจะประกาศซื้อธุรกิจไปแล้ว แต่แผนธุรกิจของบริษัทยังไม่จบลงเท่านี้ โดยปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างเข้าซื้อกิจการ หรือ ควบรวมกิจการ (M&A) อีก 2 ดีล และ การร่วมทุน (Joint Venture : JV) อีก 1 ดีล ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศ โดยการทำ M&A บริษัทจะถือหุ้นประมาณ 51%

    โดยแผนการทำ M&A และ JV คือ กลยุทธ์ในการสร้างการเติบโต ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขาย หรือ ยอดเบี้ยประกันรับรวมไว้ที่ 25,000 ล้านบาท โดยยอดขายดังกล่าวมาจากยอดขายของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 17,250 ล้านบาท และ อีกประมาณ 10,000 ล้านบาท ที่มาจากการทำ M&A และ การทำ JV 
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh