นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก จำกัด ในงาน Better Trade 2025 "The Intelligent Investor" ช่วง Gold as a Safe Haven or Growth Engine ทองคำ หลุมหลบภัย หรือพลังขับเคลื่อนพอร์ต โดยมีสาระสำคัญคือ คาดหวังราคาทองคำปิดปลายปี จะอยู่จุดสูงสุดเดิมที่ 67,000 บาท หรือทองโลกที่ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นจังหวะดี ให้ทยอยสะสม
ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปีนี้ จากระดับ 42,600 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงระดับ 67,300 บาท เริ่มจากโดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงเดือนเม.ย.68 ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงระดับ 3,500 ดอลลาร์/ออนซ์ จากเดิม 2,650 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเร็วและแรงกว่าที่ตลาดคาด
ราคาทองคำเริ่มมีการปรับฐาน และช่วงต้นเดือนส.ค.68 จากนั้น มีประเด็นการลดอัตราดอกเบี้ย และการระงับแร่แรร์เอิร์ธกับจีน ส่งผลให้ราคาทองคำช่วง ต.ค.68 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,380 ดอลลาร์/ออนซ์ ทองคำแท่งในประเทศ 67,300 บาท และราคาทองคำเริ่มพักฐานอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า การประชุมกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน มีข้อตกลงทางการค้าที่ดี ตลาดตอบรับข่าวกดดันราคาทองคำปรับตัวลดลงประมาณ 400 ดอลลาร์/ออนซ์ มาอยู่ที่ระดับประมาณ 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์

มองว่าปัจจัยพื้นฐานของราคาทองคำยังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่อง
1. สงครามภูมิรัฐศาสตร์ เช่น รัสเซีย-ยูเครน, ตะวันออกกลาง, อิสราเอล-ฮามาส, อิสรเอล-อิหร่าน ซึ่งยังไม่จบและพร้อมจะเป็นประเด็นต่อเนื่อง
2. สงครามทางการค้าซึ่งแบ่งเป็น 2 ขั้วระหว่างสหรัฐฯ - จีน ซึ่งยังมีโอกาสเห็นต่อเนื่อง
3. ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง โดยยังคงเห็นธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง
3 ปัจจัยดังกล่าวที่จะมีผลต่อเนื่องถึงปี 69 ยังมีหลายประเด็นสำคัญ เช่น อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งยังไม่มีแนวทางแก้ไข ส่งผลให้ทั่วโลกไม่วางใจในสกุลเงินดอลลาร์ และหันมาซื้อทองคำ เห็นได้จากธนาคารกลางทั่วโลกหันมาซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองเพิ่มมากขึ้น ด้านสัญญาณเทคนิคของราคาทองคำเป็นช่วงการพักตัวเพื่อปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ
ทั้งนี้หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอาจหยุดการปรับอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. เนื่องจากการรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจขาดช่วง หลังยังอยู่ในช่วง Government Shutdown ดังนั้นมองว่าราคาทองคำยังมีโอกาสพักฐานไปอีก 7 - 8 สัปดาห์ หรือประมาณถึงช่วงกลางธ.ค. และโดยปกติในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนธ.ค.ราคาทองคำมักปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงคาดหวังราคาทองคำปิดปลายปีจะอยู่ที่ระดับจุดสูงสุดเดิมที่ประมาณ 67,000 บาท หรือราคาทองโลกที่ระดับ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ดังนั้นในช่วงนี้เป็นจังหวะดีสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีทองคำ หรือนักลงทุนที่ลงทุนอยู่แล้ว ให้ทยอยสะสมทองคำ