ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติเข้ามามาบทบาทต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยมากขึ้นเรื่อยๆ หลังตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน (11 ก.พ.65) มีเม็ดเงินต่างชาติทยอยซื้อหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องรวมสุทธิแล้วกว่า 58,030.63 ล้านบาท สวนทางกับฝั่งนักลงทุนสถาบันในประเทศและรายย่อยที่ขายสุทธิออกมา
ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาพบเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสูงกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค หลังช่วงเดือน ม.ค.65 มีเงินไหลเข้าอันดับ 1 กว่า 432 ล้านดอลลาร์ แซงหน้าอินโดนีเซียและมาเลเซียที่อยู่ระดับ 425 และ 80 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่ากระแสเงินทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มไหลเข้าได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับในอดีต

ขณะที่ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท. ) ล่าสุดปี 64 พบว่ามีนักลงทุนต่างประเทศจำนวนกว่า 124 สัญชาติที่ถือครองหุ้นไทย โดยนักลงทุนต่างประเทศที่มีมูลค่าการถือครองหุ้นไทยมากที่สุดคือ นักลงทุนจากสหราชอาณาจักร มูลค่า 1,668,969 ล้านบาท รองลงมาคือ สิงคโปร์ 1,072,002 ล้านบาท ,ฮ่องกง 498,282 ล้านบาท,สวิสเซอร์แลนด์ 413,203 ล้านบาท,สหรัฐอเมริกา 373,738 ล้านบาท,ญี่ปุ่น 317,701 ล้านบาท,มอริเชียส 168,732 ล้านบาท,เคย์แมน ไอส์แลนด์ 114,266 ล้านบาท,ไต้หวัน 76,402 ล้านบาท และนักลงทุนจากบริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ 70,030 ล้านบาท
ส่วนกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนต่างประเทศมีมูลค่าการถือครองมากที่สุดคือ กลุ่มพลังงาน 810,673 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.9% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนต่างประเทศ รองลงมา คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 794,750 ล้านบาท คิดเป็น 15.6% และธนาคาร 706,615 ล้านบาท คิดเป็น 13.9% โดย 3 หมวดธุรกิจนี้มีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม 2,312,038 ล้านบาท หรือคิดเป็น 45.4% ของมูลค่าการถือครองหุ้นรวม