สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้ทำการรวบรวมประมาณการผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของ 2 หุ้นโทรคมนาคมรายใหญ่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มีแนวโน้มเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ADVANC คาดกำไร Q2/69 แตะ 1.31-1.36 หมื่นลบ. โต 19.7-24.3%
โดยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมินว่า ไตรมาส 2/2569 ADVANC จะมีกำไรสุทธิ 1.31 หมื่นล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19.70% ซึ่งเป้าหมายปี 2569 คาดว่า ADVANC จะคงเป้าหมายเดิม โดยรายได้หลักเติบโต 3-5% EBITDA โต 2-4% แม้ครึ่งปีแรกจะโตแรงกว่าเป้า
ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลัง ผลประกอบการจะชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยเป้าหมายของผู้บริหารสะท้อนว่าครึ่งปีหลังรายได้หลักอาจโตลดลงเหลือ -0.10% ถึง 3.8% และ EBITDA อาจจะหดตัวลงอยู่ที่ติดลบ 3.90% ถึง 0%
สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้ครึ่งปีหลังชะลอตัวลง คือ ฐานกำไรของครึ่งปีหลัง 2568 อยู่ในระดับสูง , การบริโภคลดลงหลังหมดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ , ผลประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนค่าคลื่นความถี่เริ่มทรงตัว และ TRUE รุกตลาดหลักขึ้นเพื่อดึงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา
ขณะที่ บล.หยวนต้า ประเมินว่า คาดกำไรไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 1.33 หมื่นล้านบาท โดยการเติบโตได้แรงหนุนจากรายได้บริการหลักที่ยังแข็งแกร่ง ควบคู่กับการปรับลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คาดว่า ในครึ่งปีหลัง กำไรจะเร่งตัวต่อเนื่อง ในลักษณะ HoH จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่จะช่วยฟื้นกำลังซื้อและการใช้งานบริหารสื่อสาร อย่างไรก็ตาม Upside ต่อประมาณการยังมีจำกัด เนื่องจากยังต้องติดตามผลกระทบจากการลงทุนใน Virtual Bank ซึ่งอาจกดดันผลประกอบการในช่วงเริ่มต้น รวมถึงการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจใหม่ ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะประกาศผลประกอบการในวันที่ 6ส.ค.นี้
ด้าน บล.เคจีไอ คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 13,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้กำไรปกติครึ่งแรกปี 2569 คาดอยู่ที่ประมาณ 27,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 49% ของประมาณการกำไรทั้งปี
EBITDA คาดว่าจะทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 6% YoY อยู่ที่ระดับอัตรากำไร EBITDA 56.5% เพิ่มขึ้นจาก 55.3% ในไตรมาส 1/69 จากปัจจัยฤดูกาลที่มีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์มือถือซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำลดลง
TRUE กำไร Q2/69 คาดพุ่ง 6.2-6.8 พันลบ. โตแรงกว่า 200%
บล.กสิกรไทย ประเมินว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 TRUE จะมีกำไร 6.24พันลบ.จากต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง และเพิ่มขึ้น 7.2% QoQ จากการกลับมาเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
โดยคาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักจะเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา และการปรับตัวดีขึ้นของรายได้จากการให้บริการหลักใน ไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของจํานวนผู้ใช้บริการสุทธิทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน
บล.หยวนต้า ประเมินว่า TRUE มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ประมาณ 6,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และเพิ่มขึ้น 56.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)
การเติบโตของกำไรได้รับแรงหนุนจากรายได้ธุรกิจหลักที่ยังขยายตัว การลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนที่มีวินัยทางการเงินมากขึ้น
ทั้งนี้ มองว่า TRUE ยังมีโอกาสเห็นการเติบโตของกำไรต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การลดต้นทุนหลังการควบรวมกิจการ และการควบคุมการลงทุนอย่างมีวินัย ขณะที่ธุรกิจหลักทั้งมือถือและบรอดแบนด์ยังสามารถเติบโตได้ แม้การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูง
โดย TRUE มีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 4 ส.ค. 2569
ด้าน บล.เคจีไอ ประเมิน TRUE มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิทำระดับสูงสุดใหม่ (Record High) ที่ประมาณ 6,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และเพิ่มขึ้นถึง 232% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)
ขณะที่กำไรปกติ (ไม่รวมกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน) คาดอยู่ที่ประมาณ 6,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 58% YoY ส่งผลให้กำไรปกติครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 13,000 ล้านบาท เติบโต 54% YoY คิดเป็นประมาณ 52% ของประมาณการกำไรทั้งปี
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า คาดกำไรปกติ(ไม่รวมรายการพิเศษ) งวด 2Q69 จะอยู่ที่ 7.4 พันล้านบาท (+13%QoQ, +75%YoY) แม้คาดว่ารายได้ขายและบริการจะลดลง QoQ และ YoY เพราะคาดยอดขายอุปกรณ์ โทรศัพท์มือถือลดลง เทียบกับ 1Q69 ที่ยังได้ผลบวกจากกระแสไอโฟน 17 และไม่มี รายได้จากโครงการให้บริการโรมมิ่งภายใต้คลื่น 850 MHz แก่ NT ตั้งแต่ ไตรมาส 3/68
แต่คาด กำไรปกติยังโตได้เพราะ 1.รายได้ค่าบริการจากทุกธุรกิจยังเติบโต ทั้งโทรศัพท์มือถือ (ธุรกิจหลัก), บรอดแบนด์ (ธุรกิจรอง) และโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (ธุรกิจเสริม), 2.อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ที่จะยังสูงขึ้นตามฐานรายได้ค่าบริการ ซึ่งสร้างมาร์จิ้นสูง, 3.ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากบริการโรมมิ่งแก่ NT แล้ว และ 4.ดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำลง ซึ่ง สามารถชดเชยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่คาดจะสูงขึ้น จากกิจกรรมการตลาด เพิ่มสำหรับธุรกิจทีวีที่มีมากขึ้น เช่น คอนเสิร์ต และการโปรโมทรายการ “เดอะ วอยซ์”, AF Impact Insight
หากกำไรในไตรมาส 2/69 ออกมาอย่างคาด กำไรรวม 1H69 จะอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท หรือคิด เป็นสัดส่วนราว 49% ของคาดการณ์กำไรทั้งปีของเรา
แนวโน้มการดำเนินงานใน 3/69 คาดกำไรจะยังโตได้ต่ออีก QoQ เพราะบริการบรอด แบนด์ มีการออกแพคเกจใหม่ที่ช่วยเร่ง ARPU ส่วนยอดขายอุปกรณ์น่าจะเพิ่มช่วงปลาย ไตรมาส จากการเปิดตัวของไอโฟน 18 และยังคาดหวังกำไรที่เติบโต YoY ได้จากฐาน กำไรต่ำใน 3Q68 และต้นทุนบริการที่คาดจะยังลดลง โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาโครงข่าย ตามจำนวนเสาสัญญาณที่ลดลง ตามโครงการปรับปรุงโครงการหลังควบรวมกับดีแทค