efin Review

หนี้จากวิกฤตต้มยำกุ้ง 1.4 ล้านล้านบาท วันนี้เหลือเท่าไหร่?

หนี้จากวิกฤตต้มยำกุ้ง 1.4 ล้านล้านบาท วันนี้เหลือเท่าไหร่?

          ในวิกฤติการเงินปี 2540 หรือวิกฤตต้มยำกุ้ง สถาบันการเงินประสบปัญหาอย่างหนัก จนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ หรือ FIDF) ต้องเข้าไปถือหุ้นในสถาบันการเงินและบริษัท บริหารสินทรัพย์หลายแห่ง แต่ความรุนแรงของวิกฤตทำให้มีสถาบันการเงินถูกทางการสั่งให้ปิดกิจการเป็นจำนวนมาก และก็มีหลายแห่งต้องควบรวมเพื่อความอยู่รอด ซึ่งในครั้งนั้นมีความเสียหายที่เกิดขึ้นสุทธิรวม 1,401,405 ล้านบาท 

          สำหรับมูลหนี้ดังกล่าว ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ 1.การช่วยเหลือผู้ฝากเงิน 554,149 ล้านบาท 2.การฟื้นฟูกิจการด้วยการเข้าเพิ่มทุน 169,139 ล้านบาท 3.การฟื้นฟูกิจการด้วยการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) 650,750 ล้านบาท และ 4.ค่าดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายอื่่นสุทธิ (หลังหักเงินนำส่งและเงินได้อื่นๆ) 27,412 ล้านบาท 

          โดยช่วงก่อนมีพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ พ.ศ.2555 กระบวนการชำระหนี้ในช่วงแรก ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) เป็นผู้ชำระเงินต้น โดยให้นำเงินจากกำไรสุทธิ ของธปท. มาชำระหนี้ แต่เนื่องจากธปท.เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ประกอบกับหลังปี 2548 แนวโน้มเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ธปท. จึงประสบปัญหาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อตีราคาสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาท ทำให้ธปท. ขาดทุนทางบัญชี ดังนั้น จึงทำให้ยอดเงินต้นที่ต้องชำระหนี้ลดลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่กระทรวงการคลัง ต้องแบกรับภาระในเรื่องของดอกเบี้ยค่อนข้างสูง ทำให้การชำระหนี้ในช่วง 10 กว่าปีแรกลดลงไม่มากนัก 

          ต่อมาในปี 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ และรัฐบาลต้องใช้เงินมหาศาลและเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูประเทศในครั้งนั้น โดยแนวทางที่สำคัญคือ การลดภาระงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ที่กู้มาเพื่อช่วยเหลือการดำเนินการของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ที่เกิดในวิกฤติปี 2540 โดยจำเป็นต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและไม่เป็นภาระงบประมาณ ดังนั้นจึงออกกฎหมาทย พ.ร.ก. ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูฯ พ.ศ.2555 และมีการกำหนดให้กองทุนฯ มีหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการชำระคืนต้นเงินกู้และการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ และให้ธปท. เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานของกองทุนดังกล่าว 
 
          ดังนั้น หลังจากออก พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ พ.ศ.2555 ดังกล่าว จึงทำให้ปี 2555 เหลือยอดหนี้คงค้างทั้งสิ้น 1.139 ล้านล้านบาท 

          อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์กันว่า หลังจากมีพ.ร.ก.ดังกล่าวแล้วนั้น คาดการณ์ว่าสามารถชำระหนี้เสร็จสิ้นได้ในปี 2574 โดยเงินที่ใช้ในการชำระคืนเงินกู้และการชำระดอกเบี้ยนั้น นอกเหนือจากกำไรสุทธิของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สินทรัพย์คงเหลือในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยเงินตรา และเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนฯ แล้ว ยังมีเงินนำส่งจากสถาบันการเงินด้วย 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh