efin Review

GEN ไหนลงทุนในกองทุนรวม มากที่สุด

GEN ไหนลงทุนในกองทุนรวม มากที่สุด

    การลงทุนในปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลาย ซึ่งมีทั้งการลงทุนโดยตรงในแต่ละทรัพย์สิน และผ่านผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาจัดการกับเงินลงทุนให้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีกองทุนรวมอยู่ด้วย โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สำรวจภาพรวมของผู้ลงทุนในกองทุนรวม 

    พบว่า สิ้นปี 63 มีจำนวนบัญชีในกองทุนรวมทั้งสิ้น 8.3 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบัญชีจากปี 62 ที่มี 7.1 ล้านบัญชี ด้านจำนวนผู้ลงทุนบุคคลทั้งสิ้นมี 1.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.2 หมื่นคนจากปี 62 ที่มี 1.48 ล้านคน  ขณะที่มูลค่ากองทุนรวมในปี 63 ที่ผ่านมามีอยู่ประมาณ 5 ล้านล้านบาท 

    และจากข้อมูลพบว่า หากแยกผู้ลงทุนออกเป็นช่วงอายุ หรือแต่ละ  Generation  จะพบว่า  ในแง่ของจำนวนผู้ลงทุนบุคคล กลุ่ม Generation-Y มีสัดส่วนมากที่สุด 36.29%  ส่วนในแง่ของมูลค่าการลงทุน  Generation  Baby-boomer กลับเป็นผู้ที่ลงทุนมากสุดในสัดส่วน 47.78% 

 


    โดยจากการศึกษาฝ่ายวิจัยของก.ล.ต. ได้จัดแบ่งการเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมเป็น 3 มิติ ได้แก่ 

    มิติแรก คือ การเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมจำแนกตามกลุ่มประชากร โดยเปรียบเทียบจำนวนผู้ลงทุนบุคคลในกองทุนรวมกับจำนวนประชากรผู้มีงานทำ จำนวน 37 ล้านคน พบว่า Penetration rate เพิ่มขึ้นเป็น 4% ในปี 63 ซึ่งหากเปรียบเทียบกับจำนวนแรงงานในระบบ 15 ล้านคน พบว่า Penetration rate อยู่ที่10% เห็นได้ว่าอัตราการเข้าลงทุนในกองทุนรวมยังอยู่ในระดับน้อย จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก หรือหากเปรียบเทียบกับจำนวนผู้เสียภาษีทั้งหมด 4 ล้านคน  ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการออมและเป็นเป้าหมายที่จะขยายฐานผู้ลงทุน พบว่า Penetration rate อยู่ที่ 34.4% ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้เสียภาษี จึงเป็น Target group ในการผลักดันให้เข้ามาลงทุนในกองทุนรวมมากขึ้นในอนาคต

    มิติที่สอง คือ การเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมจำแนกตามภูมิภาค ซึ่งภาพรวมจำนวนผู้ลงทุนในกองทุนรวมยังมีทิศทางเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เฉลี่ย 9% ต่อปี ในช่วงปี 56-63 โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงสุด เฉลี่ย 24 % ต่อปี ภาคตะวันออกและภาคเหนือมีการเติบโตเฉลี่ย 12 %ต่อปี ภาคกลางเติบโตเฉลี่ย 9 %ต่อปี ภาคใต้เติบโตเฉลี่ย  8 %ต่อปี  ในขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฐานผู้ลงทุนค่อนข้างสูง ดังนั้นการเติบโตของผู้ลงทุนจึงน้อยกว่าภูมิภาคอื่น ๆ เฉลี่ย 7 %ต่อปี จากมิติดังกล่าวแสดงให้เห็นศักยภาพการเข้าถึงกองทุนรวมในภูมิภาคที่มีการเติบโตที่เร็ว สะท้อนถึงความจำเป็นในการขยายฐานผู้ลงทุนนอกเหนือจากพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล 

    และมิติที่สาม คือ การเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมจำแนกตาม Generation พบว่าสิ้นปี 63 กลุ่มที่มี Penetration rate สูงสุดคือ Generation X และ Generation Y ตามลำดับ ซึ่งอัตราการเข้ามาลงทุนกองทุนรวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา โดยสิ่งที่น่าสนใจคืออัตราการเติบโตของ Penetration rate ใน Generation Y นั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว จากปี 56 จนถึง 63 เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 เท่า 

    จากผลการศึกษาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) นี้แสดงให้เห็นว่า Generation X และ Generation Y คืออนาคตสำคัญของตลาดทุนมีแนวโน้มในการสะสมเงินลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Generation Y ที่มีการเพิ่มจำนวนของผู้ลงทุนที่รวดเร็ว จึงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและเป็นเป้าหมายสำคัญของ ก.ล.ต. ที่จะส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะในด้านการให้ความรู้ทางการเงินและการลงทุนที่เหมาะสมกับอายุและเป็นเป้าหมายในการขยายฐานต่อไป เพื่อดึงดูดผู้ลงทุนรุ่นใหม่เข้าถึงตลาดทุนได้มากขึ้นและพัฒนาตลาดทุนไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

    







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh