efin Review

2 โบรกฯ คาดงบแบงก์ Q1/65 กำไรแตะ 4.2 หมื่นลบ. เพิ่ม 5% หลังสำรองลด  

2 โบรกฯ คาดงบแบงก์ Q1/65 กำไรแตะ 4.2 หมื่นลบ. เพิ่ม 5% หลังสำรองลด  

     2 โบรกฯ ชั้นนำของไทย คาดงบแบงก์ Q1/65 กำไรแตะช่วง 4.2 หมื่นลบ. เพิ่ม 5% หลังสำรองลด พร้อมมองทั้งปี 65 กำไรโต 9%  

    ใกล้เข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1/65 ในช่วงเดือนเม.ย.นี้แล้ว ซึ่งกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเป็นกลุ่มแรกที่ทยอยประกาศออกมา โดยล่าสุดเริ่มมีบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำทยอยคาดการณ์งบดังกล่าวออกมากันแล้ว 

    โดยสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวมแนวโน้มผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จาก  บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จํากัด (มหาชน) ซึ่งทั้ง 2 บริษัทต่างมีมมุมองต่อผลประกอบการใกล้เคียงกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 



 

*** บล.โนมูระฯ คาดกำไรรวม 4.12 หมื่นลบ. - ทยอยประกาศงบ 20 เม.ย.นี้ 

    นายกรภัทร วรเชษฐ์ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า บล.โนมูระ คาดว่า ผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิ 41,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 15.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยคาดว่าวันที่ 20-21 เม.ย. 65 BBL,KBANK,KTB และ SCB จะเริ่มทยอยประกาศงบไตรมาส 1 ออกมา
       
*** บล. เคทีบีเอสที มองสินเชื่อโต 5.9% 

    บล.เคทีบีเอสที เปิดเผยว่า ยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น “มากกว่าตลาด” โดยคาดกำไรสุทธิรวมไตรมาส 1/65 ของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ระดับประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาส 4/64 จากสำรองฯ และ OPEX ที่ลดลง ซึ่งคาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารจะยังเติบโตได้ต่อในปี 65 ที่ 9% เพราะแนวโน้มสำรองฯ ที่ลดลงจากการที่ตั้งสำรองเผื่อ มาเยอะแล้วในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์อีกแล้ว รวมถึงคาดเปิดประเทศช่วงครึ่งปีหลัง 65 จะช่วยให้สินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมกลับมาฟื้นตัวได้ดี 

    ด้านสินเชื่อไตรมาส 1/65 คาดเพิ่มขึ้น 5.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  และเพิ่ม 0.4% จากไตรมาส 4/64  เพราะสินเชื่อรายใหญ่และภาครัฐช่วยหนุน ส่วนหนี้ไม่ก่อนให้เกิดรายได้(NPL) ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น ภาพรวมของสินเชื่อไตรมาส 1/65 โดยคาดว่า จะเพิ่มขึ้น 5.9% จากปีก่อน และ 0.4% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อจากภาครัฐที่ยังเติบโตได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวได้ ในส่วนของ NPL รวมในไตรมาส 1/65  มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.21% จากไตรมาส 4/64 ที่ 3.11% ซึ่งเป็นการทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ต่ออายุถึงเดือน ธ.ค. 66 

    ทั้งนี้ราคาหุ้นกลุ่มธนาคาร Underperformed จาก SET -4% ใน 1 เดือน จากกรณี S&P downgrade credit rating 4 ธนาคาร แต่อย่างไรก็ตาม โบรกฯ ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับฐานทุนของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ พบว่าฐานทุนที่มีอยู่มีความเพียงพอต่อ debt relief ที่มีในปัจจุบัน ทำให้มองเป็นจังหวะเข้าซื้อสะสม 

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh